9อำเภอวิกฤตบ้านจม-นาล่มนายกฯลุยแก้ท่วมพิษณุโลกตรวจแก้มลิง-แผนระบายน้ำ

เจ้าพระยาเอ่อเพิ่ม จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ชัยนาทท่วมขยายวง อยุธยาอ่วม แม่น้ำน้อย-คลองสาขา ระดับน้ำสูงขึ้นเกือบเมตร จมใต้ถุนบ้านเรือน
นอกแนวคันกั้นน้ำ 9 อำเภอกว่าหมื่นหลัง เรือกสวนไร่นาถูกน้ำท่วมขังล่มอื้อ ปภ.แจง 9 จังหวัดยังท่วมขัง เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย นครราชสีมา ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ และอุบลฯ น้ำท่วมบ้านกว่า 1.6 หมื่น นายกฯ เศรษฐา จัดคิวบินขึ้นเหนือตรวจน้ำท่วมพิษณุโลก ดูปัญหาระบายน้ำ ติดตามสถานการณ์น้ำน่านเอ่อ ดูแก้มลิงพรหมพิราม จ.พิจิตรวิกฤตน้ำล้อม ประกาศให้ 10 อำเภอเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เขื่อนอุบลรัตน์-เขื่อนลำปาว น้ำชีบ่าล้นอ่างแล้ว แต่สั่งลดระบายน้ำกันบ่าท่วมเพิ่ม 4 จังหวัด มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-อุบลฯ แม่มูน เมืองอุบลเอ่อเพิ่ม อพยพขึ้นศูนย์พักพิงอีก

9 จังหวัดยังท่วมขัง

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ระหว่างวันที่ 26 ก.ย.-12 ต.ค. เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 35 จังหวัด รวม 143 อำเภอ 531 ตำบล 2,679 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 54,497 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย นครราชสีมา ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี รวม 32 อำเภอ 131 ตำบล 752 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,655 ครัวเรือน ภาพรวมสถานการณ์ระดับน้ำลดลงเกือบทุกพื้นที่ ยังคงมีที่จ.กาฬสินธุ์และอุบลราชธานีที่มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เร่งระบายน้ำ และช่วยเหลือบรรเทาความ เดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

จมบางระกำ – เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยใช้เรือท้องแบนนำถุงยังชีพไปแจกช่วยเหลือชาวบ้านประสบอุทกภัยในพื้นที่รับน้ำบางระกำโมเดล อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และในวันที่ 14 ต.ค.นี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ พร้อมคณะจะเดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำในพื้นที่

‘นิด’ตรวจท่วมเมืองสองแคว

ด้านนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เตรียมเดินทางลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ในที่ 14 ต.ค.นี้ เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ หลังรับมวลน้ำจากสถานการณ์วิกฤตฝนตกหนักทางภาคเหนือ และจ.สุโขทัย ไหลเข้าสู่พื้นที่จ.พิษณุโลก ท่วมแม่น้ำยมสายเก่า-ทุ่งบางระกำโมเดล ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำเหนือ ในพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ และอ.เมือง โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม และนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมคณะ

โดยเวลา 09.00 น. นายกฯ และคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 46 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก จากนั้นไปสักการะพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อความเป็น สิริมงคล เวลา 10.30 น. ตรวจเยี่ยมโรงผลิตน้ำประปาจากแม่น้ำน่าน เทศบาลนครพิษณุโลก เพื่อพูดคุยปัญหาน้ำประปา แล้วเดินทางต่อไปยังบึงตะเคร็ง อ.บางระกำ เพื่อดูการผันน้ำ เก็บไว้ในบึง พร้อมตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำน่าน พูดคุยประเด็นปัญหา ข้อจำกัด และวิธีการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ และช่วงบ่ายไปตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหอกลอง อ.พรหมพิราม เพื่อติดตามการสร้างแก้มลิง พูดคุยปัญหาการระบายน้ำ และการวางแผนเพิ่มสถานีสูบน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯ

จมเสนา – แม่น้ำน้อยล้นตลิ่งท่วมขยายวงกว้างในพื้นที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านได้รับผลกระทบแล้วกว่า 800 หลังคาเรือน ต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน เนื่องจากระดับน้ำสูง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.

10 อำเภอพิจิตรเขตภัยพิบัติ

ขณะที่ นายสิงหราช วงษ์เสงี่ยม รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.พิจิตร จากกรณีฝนตกหนักที่ผ่านมา ประกอบกับมีมวลน้ำจากหลายจังหวัดของภาคเหนือ ด้าน จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และกำแพงเพชร ไหลหลากส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน และแม่น้ำยม ที่ไหลผ่าน จ.พิจิตร มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น หลายอำเภอได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก และแม่น้ำล้นตลิ่ง มีบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ถูกน้ำท่วม จำนวน 10 อำเภอ 26 ตำบล 92 หมู่บ้าน จำนวน 1,264 หลังคาเรือน นาข้าว 10,393 ไร่ บ่อปลา 13 บ่อ จ.พิจิตร จึงได้ประกาศพื้นที่ทั้ง 10 อำเภอเป็นพื้นที่สาธารณภัย ประสบภัยพิบัติ

อยุธยาน้ำขยายวงอีก

ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำที่ ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา คลองสาขาและแม่น้ำน้อย มีระดับน้ำท่วมสูงขึ้น ท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่นอกแนวคัน กั้นน้ำ โดยปภ.พระนครศรีอยุธยา รายงานว่า พบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา คลองสาขา และแม่น้ำน้อยที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 0.20-0.80 เมตร เข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำนอกแนวคั้นน้ำไปแล้วจำนวน 8 อำเภอ 66 ตำบล 10,379 ครัวเรือน ได้แก่ อ.เสนา บางบาล ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา บางไทร บางซ้าย บางปะหัน ล่าสุดเพิ่มมาอีก 1 อำเภอ คือ อ.มหาราช พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบน้ำฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวันจนน้ำท่วมขัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่ ตรวจสอบที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำน้อยท่วมใต้ถุนบ้านเรือน ประชาชนที่อาศัยอยู่ติดกับแม่น้ำน้อยเกือบทั้งพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบการดำรงชีวิตประจำวัน ในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้านเพราะระดับน้ำท่วมสูง และพื้นที่ลุ่มต่ำ

นายดำรงค์ กองสมบัติ กำนันตำบลหัวเวียง เปิดเผยว่า ระดับน้ำยังท่วมสูงขึ้นทุกวัน และเริ่มมีการระบายน้ำเข้าทุ่งบ้างแล้ว ซึ่งต.หัวเวียงมีอยู่ 1,100 กว่าครัวเรือน ถูกน้ำท่วมแล้ว 800 กว่าครัวเรือน ทำให้การใช้ชีวิตและการเดินทางเข้า-ออกลำบาก

เขื่อนอุบลรัตน์ล้นแล้ว

ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการลุ่มน้ำชี เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมของคณะกรรมการลุ่มน้ำชี เพื่อขอให้เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ลดระดับการปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อน เพื่อไม่ให้น้ำไปเพิ่มน้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มากนัก เพราะต้องการชะลอน้ำเพื่อช่วย ชาวมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี ไม่ให้มีปริมาณน้ำไหลลงไปท่วมพื้นที่จังหวัดดังกล่าว แต่เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์น้ำล้นแล้ว ร้อยละ 101

ขณะที่ปริมาณที่เขื่อนอุบลรัตน์ในวันเดียวกัน มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 2,447 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 101 ของความจุอ่าง และระบายน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 9 ล้านลบ.ม.

อุบลฯอพยพอีก-แม่มูนเอ่อขึ้น

ที่จ.อุบลราชธานี ทหารจาก มทบ. 22 ช่วยกันขนย้ายข้าวของชาวบ้านชุมชนท่ากอไผ่ และชุมชนใกล้เคียงในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ที่แนวกระสอบทรายแตกหนีน้ำ เข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวบริเวณใต้สะพานเสรีประชาธิปไตย

ส่วนระดับแม่น้ำมูนวันเดียวกัน ปรับตัวขึ้นจากเมื่อวานนี้ มีน้ำล้นตลิ่งสูงกว่า 1 เมตร ทำให้ไหลท่วมชุมชนที่ลุ่มต่ำในอ.วารินชำราบ และอ.เมือง ต้องอพยพแล้วจำนวน 29 ชุมชน 520 ครอบครัว จำนวน 1,775 คน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน