อุตุฯจับตาใกล้ชิด ‘ดีเปรสชัน’ก่อตัว
ชาวจังหาร ร้อยเอ็ด อพยพด่วนกลางดึก พนังกั้นน้ำชีขาด ทะลักท่วมบ้านกว่า 50 หลัง โรงเตาอิฐ นาข้าวล่มกว่า 700 ไร่ เทศบาลจนปัญญาอุดแล้ว หลังมวลน้ำเขื่อนอุบลรัตน์-เขื่อนลำปาวไหลบ่า เร่งของบฯ จังหวัดซ่อมพนังที่ขาดยาวกว่า 10 เมตร แม่จัน เชียงราย น้ำป่าบ่าท่วมบ้าน 70 หลัง ส่วนเมืองพานชายวัย 58 กับด.ช. 12 ปีพลัดตกน้ำพัดหายเสียชีวิต เมืองเชียงม่วนพะเยา ระดมหา ด.ญ.วัย 10 ขวบ ถูกน้ำพัดหายข้ามคืน อุตุฯ จับตาพายุดีเปรสชัน-หย่อมกดอากาศทะเล จีนใต้ทวีความรุนแรง เคลื่อนตัวมาทางฝั่งตะวันตก ปภ.รายงาน 7 จังหวัด ตาก-ลำปาง -เชียงราย-พิษณุโลก-ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์-อุบลฯ ยังมีน้ำท่วมขัง รองนายกฯ สมศักดิ์ ผุดไอเดีย สร้างฝายซอยซีเมนต์ ประสานมหาดไทยออกแบบ เผยนายกฯ ดันธนาคารน้ำใต้ดิน แก้ท่วม-รับแล้ง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 ก.ม. ต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นอีก โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ระหว่างวันที่ 26 ก.ย.-17 ต.ค. เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 37 จังหวัด รวม 154 อำเภอ 585 ตำบล 2,976 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับ ผลกระทบ 62,150 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ตาก ลำปาง เชียงราย พิษณุโลก ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี รวม 24 อำเภอ 92 ตำบล 528 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับ ผลกระทบ 5,172 ครัวเรือน โดยภาพรวมสถานการณ์ระดับน้ำลดลงเกือบทุกพื้นที่ ยกเว้นที่ จ.ร้อยเอ็ด มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำใน จ.ร้อยเอ็ด มวลน้ำชีจำนวนมหาศาลจากเขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนลำปาวได้ไหลบ่าทำให้เกิดน้ำกัดเซาะพนังกั้นน้ำบ้านดินแดง โซนเตาอิฐ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด ขาดแล้วเวลา 22.00 น. วันที่ 16 ต.ค. ทำให้บ้านเรือนราษฎร โรงงานเตาอิฐ จมน้ำขนของหนีน้ำกันอย่างเร่งด่วน
นายทวีสิทธิ์ มนตรีชน นายกเทศมนตรีตำบลคงสิงห์ อ.จังหาร เปิดเผยว่า พนังกั้นน้ำชีตรงนี้บ้านดินแดง โซนเตาอิฐขาดทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 50 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นโรงปั้นอิฐ โดยนายอำเภอจังหารได้มาบัญชาการเหตุการณ์ขนของย้ายกัน ทั้งคืน ทางเทศบาลก็จัดหาเต็นท์มาตั้งให้เป็นที่อาศัยของพี่น้องริมถนนสายร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ นาข้าวบริเวณนี้ 700 กว่าไร่ จมน้ำหมด ข้าวกำลังสวยจมไปในพริบตา เพราะ น้ำกำลังแรงมาก ขณะที่พนักงกั้นขาดยาวกว่า 10 เมตร ไม่มีปัญญากั้นแล้ว เบื้องต้นการ ช่วยเหลือประชาชน ให้ผู้นำท้องที่ร่วมกันสำรวจความเสียหายแล้วว่าเสียหายกี่หลังให้ชัดเจน ส่วนการอุดซ่อมพนังกั้นน้ำ ทางเทศบาลไม่มีงบประมาณ แต่จะประสานไปยังป้องกันจังหวัดให้มาซ่อมแซมบดอัดเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สัญจรไปมาได้ เพราะเป็นถนนเกี่ยวกับการเกษตร ขนวัสดุอุปกรณ์การเกษตร ถ้างบประมาณไม่พอก็ต้องขอให้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อของบจากกรมหรือของจังหวัดช่วยเหลือต่อไป
ด้านจ.พะเยา นายเทวา ปัญญาบุญ รองผวจ. พะเยา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านห้วยก้างปลา หมู่ 13 ต.สระ อ.เชียงม่วน เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ หลังจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกต่อเนื่องอย่างหนักในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่หมู่บ้านห้วยกั้งปลา โดยกระแสน้ำได้พัดบ้านเรือนราษฎรพังเสียหายทั้งหลัง 2 หลังคาเรือน และเสียหายบางส่วน 4 หลังคาเรือน รวม 6 หลังคาเรือน โดยเหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และสูญหาย 1 รายคือ ด.ญ.กัญญารัตน์ ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 10 ขวบ ซึ่งยังไม่พบ เด็กหญิงคนดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ยังคง ออกระดมกำลังคนหาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ นายอัครา พรหมเผ่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นำกำลังทั้งเครื่องจักรกล รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหาในรัศมีระยะทางกว่า 10 ก.ม.
ส่วนพื้นที่หมู่ 6 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ก็ได้รับผลกระทบ คอสะพานขาด ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง อ.เชียงม่วน และอ.ดอกคำใต้ โดยทางเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงพะเยาได้ดำเนินการซ่อมแซมให้รถยนต์เล็กสัญจรผ่านได้แล้ว

‘แม่จัน’จม – น้ำแม่น้ำคำเอ่อล้นกัดเซาะคันดินป้องกันน้ำท่วม ทะลักเข้าหมู่บ้านม่วงหมูสี ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย จมบ้านเรือนกว่า 70 หลังเมื่อช่วงกลางดึก ชาวบ้านต้องขนทรัพย์สินสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างโกลาหล เมื่อวันที่ 17 ต.ค.
ด้านจ.เชียงราย น้ำในแม่น้ำคำที่ไหลผ่านพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้เอ่อล้นและเข้ากัดเซาะคันดินป้องกันน้ำท่วมพื้นที่หมู่บ้านม่วงหมูสี หมู่ 7 ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน ทำให้คันดินบริเวณซอย 4 หมู่บ้านม่วงหมูสี ถูกน้ำกัดเซาะพัง ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 70 หลัง ชาวบ้านต่างพากันขนย้ายข้าวของไปไว้บนพื้นที่สูง
ส่วนพื้นที่ อ.พาน นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน จ.เชียงราย พร้อมฝ่ายปกครอง หน่วยกู้ภัย ช่วยกันออกค้นหาร่างของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกลงไปในลำน้ำคาวเขตติดต่อ ต.สันติสุข และ ต.แม่อ้อ อ.พาน เมื่อเย็นวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา จนพบร่างของผู้พลัดตกน้ำจำนวน 2 คน พบว่าเสียชีวิตทั้งหมด โดยเป็นชายอายุ 58 ปี และเด็กชายอายุ 12 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน และแพทย์ชันสูตรต่อไป
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมเตรียมการในการบริหารจัดการน้ำ ปี 2566/2567 ว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง มีสถานที่รองรับน้ำ กักเก็บน้ำ ได้ประมาณ 1.6 พันล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ที่เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และที่ จ.ชัยนาท ส่วนที่ต้องใช้ปีนี้กว่า 9,000 ล้านลบ.ม. ดังนั้นการบริหารจัดการดังกล่าว ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะต้องจัดประชุมเพื่อเตรียมการ รวมไปถึงปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ ภัยแล้งที่จะตามมา
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ผลการประชุม วันนี้ จะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าที่ประชุม คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในวันที่ 26 ต.ค. นี้ ซึ่งในฐานะประธานกนช. ตนจะดำเนินงานบริหารจัดการเพื่อให้แต่ละหน่วยงานแต่ละกระทรวง เตรียมอุปกรณ์ เตรียมข้อมูล เครื่องจักร
“เรามีการเพิ่มไอเทมงานใหม่ขึ้นมาคือ การสร้างฝายซอยซีเมนต์ โดยเตรียมจัดตั้ง งบประมาณเพื่อสร้างฝายซอยซีเมนต์ โดยทางสทนช.เตรียมประสานไปยังกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ว่ามีแบบแผนการก่อสร้างอย่างไร ที่ไหนบ้าง ซึ่งแม้แต่นายกรัฐมนตรี ก็สนับสนุน เรื่องธนาคารน้ำใต้ดิน โดยอาจทำเป็นโครงการนำร่องในหนึ่งถึงสองจังหวัด ซึ่งถ้าจังหวัดไหนแสดงความพร้อมได้ นายกฯ จะอนุมัติงบกลางให้อีกทางหนึ่ง” นายสมศักดิ์กล่าว