อิ๊งให้อดใจรอแจกเงินดิจิทัลบิ๊กทินเผยแล้วเรือดำน้ำแท้ง

‘เศรษฐา’ ประชุม รัฐอ่าวอาหรับ วางเป้าการค้า พุ่ง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้าน ล้านบาท เข้าเฝ้าฯมกุฎราชกุมารซาอุฯ เดินหน้าดันลงทุน-กระชับสัมพันธ์สองประเทศ ‘อิ๊ง’ ยิ้มรับพร้อมนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ขอให้อดใจรอแจก 1 หมื่น ‘ภูมิธรรม-กิตติรัตน์’ โวดิจิทัลวอลเล็ตพลิกเศรษฐกิจประเทศ ป.ป.ช.ย้ำลุยตรวจสอบเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อลดเสี่ยงทุจริต ก้าวไกลแจ้งสมาชิกพรรคซ้อมเมียลาออกแล้ว ‘บิ๊กทิน’ เผยเรือดำน้ำแท้ง ขอจีนเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกตแทน ยอมโปะงบเพิ่มพันล้าน ศาลปกครองสูงสุดสั่งป.ป.ช.เปิดเอกสารคดีนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม

‘นิด’ถกGCC-ซึ้งเจ้าชายซาอุฯ

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. เวลา 05.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย (ช้ากว่าประเทศไทย 4 ช.ม.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พร้อมนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงริยาด เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับครั้งที่ 1 (ASEAN-GCC Summit) ระหว่างวันที่ 20-21 ต.ค. หลังร่วมพิธีต้อนรับ ได้เข้าพักที่โรงแรม Ritz Carlton

เวลา 09.00 น. ที่โรงแรม Ritz Carlton นายเศรษฐาเข้าร่วมประชุมกับผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนและคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และโอมาน เมื่อถึงหน้าห้องประชุม เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกฯ ซาอุฯ ต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกัน

นายเศรษฐากล่าวถ้อยแถลงภายใต้แนวคิดความเป็นหุ้นส่วนสร้างสรรค์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนว่า ยินดีที่ได้มาร่วมกันประชุมในวันนี้ พร้อมกล่าวแสดงความซาบซึ้งต่อการต้อนรับของมกุฎราชกุมาร และนายกฯ ซาอุดีอาระเบีย การประชุมระหว่างอาเซียน-GCC ครั้งประวัติศาสตร์นี้ ไทยยืนยันเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองภูมิภาค ซึ่งทั้งสองภูมิภาคมีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ โดยมีจีดีพีรวมกันมากถึงเกือบ 6% ของจีดีพีโลก ซึ่งไทยมองว่ากรอบความร่วมมืออาเซียน-GCC ที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันรับรองในวันนี้ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพความร่วมมือระหว่างสองภูมิภาค

พร้อมเสนอ 3 ประเด็นความร่วมมือ ประเด็นแรก ไทยพร้อมส่งเสริมการค้าและการลงทุนอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน พร้อมผลักดันการจัดตั้ง ASEAN-GCC Business Forum เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองภูมิภาค โดยไทยพร้อมเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงทางการค้าเสรีระหว่างไทย-GCC (Thai-GCC FTA) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างกันไปถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.5 ล้านล้านบาท) ในฐานะครัวโลก ไทยพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในด้านเกษตรกรรมและนวัตกรรมทางด้านอาหาร เพื่อเตรียมพร้อมต่อความท้าทายในด้านความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งยินดี ร่วมมือกับ GCC ในเรื่องวิทยาศาสตร์และมาตรฐานในการผลิตอาหารฮาลาลด้วย

วางเป้านทท.อาหรับเพิ่ม2เท่า

ประการที่สอง ประเทศไทยพร้อมส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ด้วยเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ไทยยังพร้อมส่งเสริมกลไกการเงินสีเขียวและยั่งยืน ผ่านการออกพันธบัตรสีเขียวที่ยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยยินดีหากสมาชิก GCC จะเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ร่วมกัน นอกจากนี้ ไทยยังเสนอความร่วมมือระหว่างชาติสมาชิก GCC และ ASEAN Centre for Sustainable Development Studies and Dialogue (ACSDSD) ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การใช้พลังงานสะอาด รวมทั้งการส่งเสริมให้เกิดสภาวะแวดล้อมในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

ประการสุดท้าย เพื่อกระชับความร่วมมือและความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ไทยรวมถึงอาเซียน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากชาติสมาชิก GCC สู่ภูมิภาคอาเซียน สำหรับไทยวางเป้าหมายให้มีนักท่องเที่ยวจากชาติสมาชิก GCC ให้เพิ่มขึ้น 2 เท่า จากเกือบ 300,000 คน ภายใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คนไทยจำนวนมากพูดอารบิกได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพของประเทศกลุ่ม GCC และพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการจัดการทางการแพทย์ การจัดการด้านการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

“ขอเรียกร้องให้ ASEAN-GCC สร้างขึ้นบนความปรารถนาร่วมกันเพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรือง ประเทศไทยเสียใจกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดความสูญเสีย และมีผู้เสียชีวิต ซึ่งรวมถึงคนไทยถึง 30 คน ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันยุติความรุนแรง แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีโดยใช้การเจรจาต่อรอง การทูต ภายใต้พื้นฐานของการแก้ปัญหาระหว่างสองประเทศ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงในตะวันออกกลาง และปล่อยตัวประกันทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข” นายเศรษฐากล่าว

2 นายกฯ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุล อะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐ มนตรีแห่งซาอุดีอาระ เบีย ณ กรุงริยาด เมื่อวันที่ 20 ต.ค.

ดันการค้า-กระชับมิตรซาอุฯ

เวลา 12.45 น. ที่โรงแรม Ritz Carlton นายเศรษฐา เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกฯซาอุดีอาระเบีย ในโอกาสการหารือทวิภาคี ซึ่งทั้งสองฝ่ายหารือถึงการดำเนินความสัมพันธ์ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะควรส่งเสริมการค้า และการลงทุนซึ่ง นายกฯ เสนอการจัดทำ Thai-GCC FTA รวมทั้งแสดงการสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพ Expo 2030 จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงแนวทางความร่วมมือและประเด็นที่ คั่งค้างในด้าน 1.การเมืองและการกงสุล 2.การลงทุน 3.ความมั่นคงและการทหาร 4.วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และ 5.เศรษฐกิจและการค้า โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภา ความร่วมมือซาอุดี-ไทย (Saudi-Thai Coordination Council: STCC) ครั้งที่ 1 เพื่อทบทวนการดำเนินความสัมพันธ์ และกำหนดแนวทางความร่วมมือทั้ง 5 ด้าน

นายเศรษฐา กล่าวขอบคุณรัฐบาลซาอุดีอาระเบียที่ดูแลคนไทยกว่า 6,000 คน ที่อยู่ในซาอุดีอาระเบีย และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ซึ่งมีคนไทยเสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกลักพาตัว ซึ่งซาอุดีอาระเบียรับที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับกุมตัว

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียมีมติเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า จะสนับสนุนซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า ซึ่งเจ้าชายและนายกฯ ซาอุดีอาระเบีย เคยโทรศัพท์มาหาตนด้วยตัวเอง 10 วันที่แล้ว ขอให้ไทยสนับสนุน ซึ่ง ณ เวลานั้น ตนได้แบ่งรับแบ่งสู้ เพราะเวลานั้นยังไม่ทราบว่าอาเซียนจะเป็นเจ้าภาพหรือเปล่า แต่เมื่อวันที่ชัดเจนแล้ว ตนจึงได้ตอบรับท่านไปว่าเรายินดีสนับสนุนซาอุดีอาระเบีย ท่านทรงปีติยินดีมาก และพูดติดตลกว่าเราติดคนไทยอยู่หนึ่ง และท่านบอกอีกว่าจะมีเอ็กซ์โปอีกครั้งหนึ่งในปี 2030 ซึ่งซาอุดีอาระเบียอยากจะเป็น เจ้าภาพอีกเช่นกัน ท่านบอกอยากให้ไทยช่วยซับพอร์ต ท่านก็บอกขอติดไว้สองหนด้วยกัน ถือว่าเป็นการพูดคุยด้วยบรรยากาศที่มีมิตรภาพที่ดี ท่านเองทรงให้ความกรุณาดูแลทีมไทยแลนด์ที่มาซาอุดีอาระเบียอย่างดี

นายเศรษฐาชี้แจงถึงการเดินทางจากจีนมายังซาอุดีอาระเบียล่าช้ากว่ากำหนด 4 ชั่วโมงว่า เนื่องจากเครื่องบินการบินไทยเบรกเสีย ต้องซ่อม แต่ไม่กระทบต่อการเข้าร่วมประชุม ASEAN-GCC Summit เพราะเมื่อมาถึงสามารถเข้าร่วมประชุมได้ทันที ซึ่งระหว่างการประชุมครั้งนี้ตนได้พูดคุยกับนายกฯ ฟิลิปปินส์ ได้เชิญให้ตนในฐานะผู้นำไทยคนใหม่ไปเยือนฟิลิปปินส์ในไตรมาส 2 ของปีหน้า นอกจากนี้ได้พูดคุยกับนายกฯ สิงคโปร์ และสมเด็จพระราชาธิบดีของบรูไนด้วย ส่วนวันที่ 21 ต.ค. ตนจะพบปะพูดคุยกับบริษัทยักษ์ใหญ่ “อารัมโก” บริษัทน้ำมันแห่งใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย

‘อิ๊ง’ยิ้มรับคุมพท.-ให้อดใจรอ1หมื่น

ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์ เพาเวอร์แห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ พร้อมหรือไม่ว่า “ค่ะ“ ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการเสนอชื่อเป็นหน้าพรรค เพื่อไทยคนใหม่ พร้อมรับตำแหน่งเลยใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “พร้อมค่ะ“

เมื่อถามว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเหมือนจะเลจากวันที่ 1 ก.พ. 2567 น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราต้องทำให้มั่นคงก่อน จริงๆ เมื่อเราเสนอนโยบายก็ศึกษามาพอสมควร แต่แน่นอนว่าในขั้นตอนปฏิบัติจะมีปัจจัยอื่นๆ มากมายที่รัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังหาคำตอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดประชาชน ฉะนั้นขอให้อดใจกันหน่อย

‘ภูมิธรรม’ซัดคนวิจารณ์

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นการวิจารณ์ที่ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ที่จะทำ เช่น การให้นำเงินไปแจกเฉพาะคนจน ไม่แจกคนรวย เป็นการพูดที่ไม่เข้าใจ เพราะวัตถุประสงค์ของรัฐบาลคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่เฉพาะคนรวยคนจน แต่เป็นการที่ทุกคนเอาเงินไปใช้เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ โดยเงินจำนวน 10,000 บาทสำหรับคนรวยอาจไม่ได้มีความหมายมากนัก แต่จะยากมากหากต้องแยกประเภทของการให้เงิน

รัฐบาลเชื่อว่าเงิน 10,000 บาท จะไม่ได้จบแค่นั้นแต่จะเป็นการใช้เงินซื้อในส่วนอื่นๆ ด้วยทุกอย่างจะกระจายตัวได้ แต่ก็ยินดีจะ รับฟัง แม้ว่าเสียงวิจารณ์บางส่วนอาจไม่ได้ เป็นเอกภาพทั้งหมด อย่างเช่นในส่วนของ นักวิชาการก็พร้อมจะรับฟังในสิ่งที่มีการนำเสนอมา และในมุมมองของแต่ละคนมีทั้ง เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยมีบางส่วนที่ยัง ไม่ยอมรับข้อมูลของกันและกัน

เรื่องนี้ผู้ที่มีรับหน้าที่รับผิดชอบต้องนำข้อมูลมาแยกแยะหาแก่นแท้ นำมาปรับปรุงและหากอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์เดิม ยังคงเดินหน้าต่อไปหากไม่ได้อยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ก็ยังคงต้องแก้ไขต่อไป แต่เวลานี้มีปัญหาเรื่องที่คลางแคลงใจหลายเรื่อง เช่น แหล่งที่มาของเงินว่าจะมาจากส่วนใด ขอให้เวลาคนที่รับผิดชอบได้เตรียมการให้ดี เราไม่ต้องการทำแบบลวกๆ ต้องการดูในรายละเอียดเพื่อให้การทำงานรอบคอบเกิดประโยชน์สูงสุด

‘กิตติรัตน์’โวเงินดิจิทัลพลิกศก.

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า รัฐบาลกำลังขอคนไทย 56 ล้านคน และภาคธุรกิจทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายย่อย ช่วยปฏิบัติการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตตามศักยภาพ จะทนเติบโต กระเตาะกระแตะต่ำเตี้ยอย่างที่เป็นมา เป็นอยู่ และจะเป็นต่อไป จนคนจบการศึกษามาหางานทำแทบไม่ได้ทำไม ขอเพียงท่านๆ ทั้ง 56 ล้านคน ทั้งรวย ทั้งไม่รวย ช่วยเป็นผู้ใช้เงินที่ชาญฉลาด ซื้อสิ่งของที่มีประโยชน์ และยิ่งถ้าเน้นไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ หรือยิ่งกว่านั้นถ้าเป็นอำเภอเราทำ อำเภอเราใช้ อำเภอเราเจริญ จะยิ่งยอดเยี่ยมเป็นที่สุด

ท่านไม่ต้องห่วงของเเพงเพราะแรงซื้อเพิ่ม ครม. บุคลากรภาครัฐทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ และทีมงานที่ปรึกษาของนายกฯ กำลังเร่งทำงานกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มผลิตภาพของสินค้าและบริการให้พร้อมรองรับกำลังซื้อของท่าน โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการหลุดพ้นกับดักแห่งความเขลา ที่มักอ้างวินัยการเงิน เอาใจผู้ปล่อยกู้ให้โขกดอกเบี้ยสูงๆ (และยิ่งสูงขึ้น) ในภาวะหนี้สาธารณะของรัฐบาลต่ำกว่าหนี้ครัวเรือนท่วมประชาชน

“กำลังซื้อรอบแรกในรูปดิจิทัลบาท จะสามารถส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายระลอก ธุรกิจจะเริ่มรอด เอ็นพีแอลจะเริ่มลด คนจบใหม่จะเริ่มมีงานทำ ผู้คนจะมีความหวัง ส่วนจะส่งผลแรงขึ้น หรือมากรอบกว่าที่นักโบราณคดีทางเศรษฐมิติปรามาสไว้เพียงใด อยู่ที่เราๆ ท่านๆ ครับ ขอกำลังใจให้นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน”

‘จุรินทร์’ยันไม่ขวาง-แต่เกาะติด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ในฐานะที่ตนเป็นผู้เสนอญัตติให้พิจารณาเรื่อง ดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งมี 3 หน่วยงานที่มาชี้แจง แต่มี 2 หน่วยงานที่มีความชัดเจน คือผู้แทนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ให้ข้อมูลว่าขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมการลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการติดตามโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของรัฐบาล โดยจะเชิญผู้ที่มีความรู้เข้ามาร่วมเป็นกรรมการติดตามด้วย

ผู้แทนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ข้อมูลชัดเจนว่าจากการคาดการณ์เศรษฐกิจประเทศ ในปีนี้จะโตประมาณ 2.8% และในปี 2567 จะโตประมาณ 4.4% อยู่แล้ว แม้ไม่มีการแจกเงิน 5.6 แสนล้านบาท และหากมีการแจกเงินจะมีผลในการกระตุ้นการ บริโภคระยะสั้นและจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มาก

ส่วนผู้แทนกระทรวงการคลังยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนต่อคำถาม 2 ข้อที่ตนถามได้คือ 1.จะทำอย่างไร และ2.จะเอาเงินมาจากไหน โดยตอบเพียงว่าจะทำให้ถูกกฎหมายและจะไม่ใช้เงินที่ผิดวินัยการเงินการคลังเท่านั้น ขณะเดียวกันยอมรับว่าหน่วยราชการส่วนใหญ่ที่มาให้ความเห็นกับกระทรวงการคลังนั้นอยากให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เป็นเครื่องมือในการจ่ายเงิน นั่นหมายความว่าจนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนทั้งสองเรื่อง ซึ่งสอดคล้องกับที่ รมช.คลัง ได้ออกมาแถลงเลื่อนโครงการออกไปอีก

“ผมจะติดตามเรื่องนี้ผ่านกมธ.ต่อไป เพื่อให้โครงการนี้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดความเสียหายต่อประเทศให้น้อยที่สุด ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ผมได้มอบหมายให้ นายพิสิษฐ์ ลี้อาธรรม อดีตสส.บัญชีรายชื่อ และประธานนโยบายพรรค ซึ่งเป็นอดีตรมช.คลัง ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และแถลงให้ความเห็นเป็นระยะ แต่จะไม่ไปขัดขวาง เพราะถือเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลในการที่จะมีนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่ง”นายจุรินทร์กล่าว

ป.ป.ช.ย้ำจับตาเป็นวาระด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป.ป.ช. เผยแพร่ข่าวระบุ จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณารายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ประจำปีงบประมาณ 2565 และรายงานสถานการณ์การทุจริตประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ 2565 สมาชิกตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานเชิงรุกของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อการตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลนายเศรษฐา ที่สำคัญคือการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้แจงข้อซักถามว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ศึกษาและรวบรวมรายละเอียดข้อมูล โดยได้ศึกษาคำแถลงนโยบายของครม. เมื่อ 11-12 ก.ย.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับโครงการเติมเงินหมื่นบาทผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ต และนำไปวิเคราะห์ตามเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงในการทุจริตเชิงนโยบาย และจะขอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายดังกล่าว นำเสนอข้อมูลให้แก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. และอาจมีการเชิญนักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินการคลัง มาเข้าร่วมศึกษาในรายละเอียดให้ครบถ้วน

นางสุวณากล่าวด้วยว่า การตรวจสอบนโยบายสาธารณะของรัฐบาลดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจภายใต้กรอบของกฎหมาย เหมือนรัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา และแม้ว่าโครงการเติมเงิน 10,000 บาท จะยังไม่มีการแถลงให้เห็นภาพที่ชัดเจน แต่ด้วยความห่วงใยจากสมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมการ ป.ป.ช.ถือเป็นวาระเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และรัดกุมที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการทุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

สมาชิกกก.ซ้อมเมียลาออก

วันเดียวกัน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ทวีตข้อความผ่าน x กรณีสมาชิกพรรคก้าวไกลสกลนคร ทำร้ายร่างกายภรรยาว่า แจ้งความคืบหน้ากรณีสมาชิกพรรคที่ถูกกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายภรรยาที่สกลนคร ล่าสุดบุคคลดังกล่าวแจ้งว่าจะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค (เอกสารทางการอยู่ระหว่างดำเนินการ) แม้การลาออกดังกล่าวทำให้กระบวนการวินัยของพรรคในกรณีนี้สิ้นสุดลง แต่เรายินดีให้ความร่วมมือกับผู้ร้องเรียน หากมีข้อมูลหรือประเด็นใดที่ต้องการจากพรรค

เราเชื่อว่าทุกคนที่ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพราะอยากเห็นสังคมก้าวหน้าขึ้นในแบบที่พรรคก้าวไกลนำเสนอ ดังนั้น เราหวังและขอเชิญชวนให้สมาชิกทั้ง 70,000+ คน ณ ปัจจุบัน และที่จะเข้ามาใหม่ในอนาคต ร่วมกันยืนยันจุดยืนและรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ สร้างสังคมที่ให้ความสำคัญกับความเสมอภาคทางเพศไปด้วยกัน

ต่อมาน.ส.ภคมนทวีตอีกรอบว่า พรรค ก้าวไกลขอย้ำว่า ปัญหาเรื่องการคุกคามและความรุนแรงทางเพศ ไม่ว่ารูปแบบใด หรือไม่ว่ามีการฟ้องร้องหรือไม่ เป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรงและยอมรับไม่ได้ พรรคจะไม่หลบหนีจากปัญหาดังกล่าว แต่จะเผชิญหน้าและยอมรับผลที่ตามมา เราจะไม่สร้างวัฒนธรรมการปกปิดการกระทำผิดของคนในองค์กร โดยเด็ดขาด

บอกใบ้เคสใหม่สส.ฝั่งธน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีสส.พรรค ก้าวไกลฝั่งธนบุรี ที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศนั้น วันนี้กรรมการวินัยพรรคได้เรียกคู่กรณีมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ต่อมาเวลา 16.24 น. เฟซบุ๊กแฟนเพจ “วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” ลงรูปภาพพร้อมข้อความว่า “#ทุกคนคะ หนูไว้ใจพี่ไอติมให้สอบสวน #สส.ก้าวไกลคุกคามทางเพศ ได้ใช่ไหมคะ หนูไม่เชื่อมั่นในความเป็นกลางเลยค่ะ” โดยมีนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.เขตจอมทอง-ธนบุรี หนึ่งในผู้ต้องสงสัยอยู่ในภาพนั้นด้วย

ด้านนายธัญธร ธนินวัฒนาธร สส.กทม.พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความผ่าน x หลังมีกระแสข่าว สส.กทม. ฝั่งธนบุรี พรรคก้าวไกล รายหนึ่ง คุกคามทางเพศว่า ผมขอปฏิเสธเช่นกัน ขออภัยที่พลาดการติดต่อหลายๆ สายในวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจทั้งงานในสภาและงานในพื้นที่ กรณีตามข่าวเป็นกรณีเดิมที่พรรคได้แถลงไปในสัปดาห์ที่แล้ว ขอยืนยันในหลักการเดิม ปัญหาเรื่องการคุกคามทางเพศและความรุนแรงทางเพศเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ ขอให้เป็นหน้าที่ของพรรคที่จะชี้แจงเมื่อได้ข้อสรุปในข้อเท็จจริงกรณีนี้

‘บิ๊กทิน’เผยเรือดำน้ำแท้ง

ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมกองทัพเรือถึงปัญหาเรื่องเรือดำน้ำที่ไทยซื้อจากจีน แต่ขาดเครื่องยนต์เนื่องจากเยอรมันไม่ขายเครื่องยนต์ให้ว่า กองทัพเรือพยายามหาทางออกและได้ข้อสรุป 2 แนวทาง คือ1.ขอเปลี่ยนรายการไม่เอาเรือดำน้ำ แต่ขอเป็นเรือฟริเกต 3 ระบบ สามารถต่อสู้ทางอากาศ ผิวน้ำ ใต้น้ำ 2.ถ้าไม่ได้เรือฟริเกต ขอเป็นเรือ OPV เรือตรวจการณ์ระยะไกลทดแทน ซึ่งตนและรัฐบาลพิจารณาแล้วว่า ขอเลือกแนวทางที่ 1 คือเรือฟริเกต ซึ่งราคาสูงกว่าเรือดำน้ำ 1,000 ล้านบาท โดยนำเงินจากการสร้างอู่เรือดำน้ำระยะที่ 3 ที่ยังไม่ทำสัญญา มาโปะ ซึ่งไม่กระทบงบประมาณ

ในระหว่างตนเดินทางไปประเทศจีนร่วมกับนายกฯ ก็นำไปคุยกับรัฐบาลจีน ยังไม่จบ 100% แต่ได้ข้อสรุปว่าทางการจีนเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นความลำบากใจของไทย แต่จีนขอความเห็นใจเช่นกันว่าปัญหาเขาถูกเบี้ยว เรื่องเครื่องยนต์เช่นกัน ดังนั้นต่างคนต่างเห็นใจกันและยินดีที่จะหาทางออกให้ ซึ่งจีนรับแนวทางที่เราเสนอไปพิจารณา ส่วนโครงการเรือดำน้ำไม่ยกเลิก ไม่พับ ไม่ระงับ ให้ชะลอระยะหนึ่งเพื่อแก้ปัญหานี้ให้เสร็จ เมื่อได้เรือฟริเกตจากจีนแล้วแล้วบวกกับเรือฟริเกตเดิมที่มีโครงการจัดหา เรือดำน้ำก็ดินหน้าต่อไป วันใดที่มีความพร้อม ประเทศมีความพร้อม ก็ทำเรื่องนี้ต่อ และให้กองทัพเรือศึกษาเรื่องนี้ต่อไปว่าจะเอาของประเทศใด

ต่อข้อถามว่าหากฟังกระแสสังคมมากเกินไปจะกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เราไม่ได้เอาเรื่องสังคมเป็นประเด็นหลัก แต่เรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ ทางกองทัพเรือเองก็กังวล เพราะเครื่องยนต์จีนเราไม่เคยใช้ ที่อื่นก็ไม่เคยใช้ ถ้ารับเครื่องยนต์จีนมาใครจะรับประกันหากเรื่องถึงศาล จะมีเรื่องตามมาอีกเยอะ กองทัพหรือรัฐบาลอาจจะโดน ไม่ใช่เราเห็นแก่ตัว กลัวโดนหลอก แต่จะยุ่งยากทางกฎหมายไทย ไม่น้อย จะนำมาซึ่งความแตกแยกหรือเกิดการเมืองอะไรไปอีก กระทบอีกเยอะ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเพราะรัฐบาลเพื่อไทยเคยประกาศว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะล้มโครงการนี้ นายสุทิน กล่าวว่าไม่ เพราะหากจีนสามารถหาเครื่องยนต์เยอรมันมาใส่ให้ได้เราก็ยังรอ แต่ถ้าไม่ได้ ก็เอาเรือฟริเกต

เมื่อถามว่าบิ๊กทินจมเรือดำน้ำใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่เป็นความเห็นทุกระดับ ซึ่งเราเห็นใจกองทัพเรือ และไม่คิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอาถรรพณ์ แต่เป็นเรื่องดำเนินการยาก ไม่ง่ายเหมือนตอนซื้ออย่างอื่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน