‘เศรษฐา’เจรจาสำเร็จ ทักษิณป่วย4โรครุม กรมคุกให้นอนรพ.ต่อ พปชร.เชียร์แจก1หมื่นหนุนทำให้ได้อย่าถอย

‘นายกฯ เศรษฐา’ เผยข่าวดี หลังถก 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ของซาอุฯ สนใจลงทุนในไทยเพิ่ม เดินหน้าสานต่อสัมพันธ์ 2 ประเทศ เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันการค้า-ลงทุน พรรคเพื่อไทยวอนให้ดูความสำเร็จนายกฯ เยือนต่างประเทศ ดีกว่ามาวิจารณ์เรื่องสีของถุงเท้า ด้าน ‘สุทิน’ จ่อสอบถามจีน สัปดาห์หน้า ตั้งกก.เจรจาซื้อเรือฟริเกตแทนเรือดำน้ำ กมธ.ทหาร เรียกกองทัพเรือแจงทันควัน ‘บิ๊กป้อม’ เดินสะดุด ขาเดี้ยง ส่ง ‘ป๊อด’ เป็นตัวแทนสัมมนาพลังประชารัฐ ปลุกต่อยอดผลงาน เร่งขันนอต เตรียมพร้อมเลือกตั้ง ก้าวไกลแจงคืบหน้าสอบ สส.ฉาว ไอติมลั่นเรื่องนี้ร้ายแรง ยอมรับไม่ได้ ปิยบุตรบี้ซ้ำคนผิด ต้องกล้าออกมาขอโทษ อธิบดีราชทัณฑ์เห็นชอบ ‘ทักษิณ’ นอนร.พ.ต่อเกิน 60 วัน

เศรษฐาทิ้งทวน-ถกเอกชนซาอุฯ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงริยาด ซึ่งช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการเดินทางเยือนกรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียว่า ที่โรงแรม Ritz Carlton กรุงริยาด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พบกับนายสุไลมาน อัรรุมัยฮ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท Saudi Agricultural and Livestock Investment Company (SALIC) ดำเนินธุรกิจปศุสัตว์รายใหญ่ของซาอุฯ

โดยนายกฯ ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลใหม่ที่จะสานต่อความสําเร็จของรัฐบาลที่ผ่านมา และส่งเสริมความสัมพันธ์กับภาคเอกชนซาอุฯ รวมทั้งผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน กับ SALIC ในด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และอาหาร เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชนทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ นายกฯ ได้เชิญ SALIC เยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านการลงทุนภายใต้สภาความร่วมมือ ซาอุฯ-ไทย (STCC) ครั้งที่ 1 ที่ประเทศไทย

ชวนลงทุน – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทีมเศรษฐกิจพบปะหารือกับซีอีโอ SALIC บริษัทธุรกิจปศุสัตว์รายใหญ่ ชักชวนร่วมลงทุนในประเทศไทย ที่โรงแรมที่พักในประเทศซาอุดีอาระเบีย ก่อนเดินทางกลับ เมื่อ 21 ต.ค.

3 บริษัทยักษ์พร้อมขยายการลงทุน
จากนั้นเวลา 09.30 น. นายเศรษฐาพบกับภาคเอกชนซาอุฯ ได้แก่ 1.นายยาเซอร์ บิน อุสมาน อัล-รูมัยยาน ประธานกรรมการกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (PIF) 2.นายอามิน ฮัซซาน อาลี นัซเซอร์ ประธานกรรมการและซีอีโอรัฐวิสาหกิจ Saudi Arabian Oil Company (Saudi ARAMCO) 3.นายอับดุลราห์มัน อัล-ฟากีห์ ประธานบริหารและสมาชิกคณะกรรมการบริหาร Saudi Arabia Basic Industries Corporation (SABIC)

นายกฯ และภาคเอกชนทั้ง 3 บริษัท เห็นพ้องถึงการกระชับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยและซาอุฯ พร้อมขยายการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น ในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพและสนใจร่วมกัน เช่น การบริการและการท่องเที่ยว พลังงานสะอาด อาหารและการเกษตร ปิโตรเลียม และปุ๋ย

นายกฯ ยังหารือถึงโอกาสและศักยภาพความร่วมมือระหว่างกันในด้านการค้า การลงทุน และด้านพลังงาน โดยเฉพาะการผลิตพลังงานสะอาด พร้อมเน้นย้ำศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย สามารถเป็นจุดเชื่อมโยงในภูมิภาคให้กับซาอุฯ ได้ ทั้งนี้ ภาคเอกชนซาอุฯ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนในสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม และหวังว่าไทยและซาอุฯ จะส่งเสริมและมีความร่วมมือด้านการลงทุนมากขึ้นในอนาคต

เดินสานต่อสัมพันธ์ 2 ปท.
ต่อมาเวลา 10.30 น. นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงผลสำเร็จในการเยือนซาอุฯ ว่า เมื่อค่ำวันที่ 20 ต.ค. เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงริยาด ได้เลี้ยงรับรองอาหารค่ำให้ตนกับคณะ โดยได้พบกับทีมไทยแลนด์ และเจ้าหน้าที่ทางพาณิชย์การค้า การลงทุน ซึ่งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทางเอกอัครราชทูตไทยให้ข้อคิดว่าความจริงศักยภาพการค้า การลงทุนที่ซาอุฯ ยังสูงมาก ไม่ว่าการขยายการค้า ด้านการเกษตร เชิงพาณิชย์ และการลงทุน ซึ่งบีโอไอแจ้งว่าต้องการเจ้าหน้าที่ประจำซาอุฯ หลังจากพูดคุยกันแล้ว ตนเข้าใจถึงความต้องการตรงนี้ ซึ่งซาอุฯ ถือว่าเป็นประเทศหลักที่รัฐบาลเพิ่งเปิดความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง หลังจากปิดไปนาน ถือเป็นประเทศที่ไทยอยากมีความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การค้า การลงทุนขึ้นไปอีก

นายกฯ กล่าวว่า ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเมืองโบราณของซาอุฯ และเยี่ยมชมนิทรรศการเมืองแห่งอนาคต ซึ่งจะมีการลงทุนกว่า 5 แสนล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยซาอุฯ มีความมั่งคั่งสูงจากการค้าขาย ปิโตรเคมีคอลและน้ำมัน ฉะนั้นจึงมีเงินทุนสูงมาก ตนได้ดูวิธีการที่เขาเสนอ จึงคิดว่าการลงทุนน่าจะนำไปใช้ได้ ต้องทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนในแง่เมกะโปรเจ็กต์ที่เราจะทำที่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือแลนด์บริดจ์

เอกชนซาอุฯสนใจลงทุนในไทย
นายเศรษฐากล่าวว่า สำหรับการพบกับภาคเอกชน 4 บริษัท ได้แก่ ซาลิก เป็นบริษัทที่ครบวงจรด้านการเกษตรและปศุสัตว์ มีการลงทุนไปทั่วโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งได้พูดคุยกันหลายเรื่อง ด้านการเกษตร ด้านปศุสัตว์ เรื่องวัว ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ว่าจะผลักดันไปด้วยกันหรือไม่ รวมถึงการทำถั่วเหลือง ซึ่งเขามั่นใจว่าตลาดโลก มีความต้องการสูงขึ้น ถ้าเป็นไปได้ จะให้รมว.เกษตรและสหกรณ์นำภาคเอกชนไปพูดคุย และตนได้เจอกับ PIF กองทุนที่มีขนาดใหญ่มาก ลงทุนทั้งในซาอุฯและต่างประเทศ เช่น สหรัฐ และจีน แต่ยังไม่มีการลงทุนที่เมืองไทย แต่ต้องการลงทุนด้านเมกะโปรเจ็กต์ ซึ่งไทยก็มีโครงการขนาดใหญ่เยอะ จึงจะมีการพูดคุยกันต่อ

รายสุดท้าย คือ บริษัท SABIC ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ถือหุ้นคนเดียวกัน นั่นคือ PIF ซึ่งมีการลงทุนเยอะมาก และเรื่องปุ๋ยที่ส่งให้เราเป็นรายใหญ่ที่สุด ก็จะมีการพูดคุยเพื่อหาความร่วมมือกัน และสิ่งที่น่ายินดีอย่างหนึ่ง ตนถามเขาว่า SABIC มีความสัมพันธ์ที่ดีกับปตท. และกลายบริษัทเอกชน ทางเขาติดขัดอะไรหรือไม่ เกี่ยวกับการลงทุนทำธุรกิจกับไทย ซึ่งเขาบอกไม่มีเลย ทุกอย่างได้รับการสนับสนุนที่ดีมาก และอยากให้ความสัมพันธ์เดินต่อไป ตนหวังว่าการลงทุนจะพัฒนาต่อไปในทุกมิติ

นายกฯหอบความสำเร็จกลับปท.
เวลา 11.30 น. นายเศรษฐา พร้อมคณะ ได้เดินทางออกจากท่าอากาศยานคิงคาลิด ซาอุฯ เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะเดินทางถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ในเวลา 23.20 น. ของวันที่ 21 ต.ค. ซึ่งถือเป็นการเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจในการเข้าร่วมประชุมและเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียระหว่างวันที่ 20-21 ต.ค.นี้

พท.โต้ดราม่าภาษากายนายกฯ
นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตามที่มีคำวิจารณ์การเดินทางไปต่างประเทศของนายเศรษฐา ทวีสิน ในแง่มุมต่างๆ รวมทั้งใช้เฟกนิวส์ดิสเครดิตนั้น ตนเห็นว่านายกฯ เป็นบุคคลสาธารณะ ประชาชนมีสิทธิวิจารณ์ได้ ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับฟัง แต่อยากเรียกร้องว่าการด่าทอ ใส่ร้ายนั้น ไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกกระทำ และวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง ไม่เอื้อต่อการพัฒนาประชาธิปไตยเลย

นายนพดลกล่าวต่อว่า เราควรดูเนื้อหางานหรือสารัตถะว่าในการไปเยือน นายกฯ พบปะกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำประเทศใดบ้าง เจรจาหาทางดึงเม็ดเงินการลงทุนจากเอกชน หรือเปิดตลาดในต่างประเทศใดได้บ้าง ซึ่งตนเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของนายกฯ และรัฐบาลที่กระชับความสัมพันธ์กับผู้นำประเทศต่างๆ พบบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำระดับโลก และมุ่งเปิดตลาดให้สินค้าและผู้ส่งออกไทย เกือบทุกการเยือนประเทศต่างๆ

“ในสังคมประชาธิปไตย การวิจารณ์ เนื้องานหรือนโยบายเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นสาระของบ้านเมือง รัฐบาลรับฟังอยู่แล้ว ดีกว่าไปดิสเครดิตกันด้วยเฟกนิวส์ หรือวิจารณ์ภาษากายหรือสีของถุงเท้า” นายนพดลกล่าว

เชื่อกระแสตอบรับ‘อิ๊ง’พุ่งทะยาน
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ระบุพร้อมรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า พรรคจะประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 27 ต.ค.นี้ เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ถือเป็นข่าวดีและเป็นสัญญาณบวกที่น.ส.แพทองธาร ตอบรับชัดเจนว่าพร้อมขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เชื่อมั่นว่าจากนี้กระแสตอบรับน.ส.แพทองธาร จะพุ่งทะยานขึ้นไปอีก และจะส่งผลถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งน.ส.แพทองธาร ถือเป็นศูนย์กลางของคนในพรรค เป็นการเข้ามาที่ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะและถูกคน

นายอนุสรณ์กล่าวว่า น.ส.แพทองธารเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจการเมือง ทันยุคทันสมัย สามารถกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง เพื่อนำพาพรรคก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เป็นที่พึ่งหวังให้กับประชาชนได้ ซึ่งการที่น.ส.แพทองธาร จะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นำพาและขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พาประเทศไทยพุ่งทะยานไปข้างหน้าทั้งในด้าน สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ

สุทินจ่อถามจีนเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกต
นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวถึงการชะลอโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ และเปลี่ยนมาเป็นเรือฟริเกตกับประเทศจีนจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ เพราะกองทัพเรือมีแผนการจัดซื้ออยู่แล้วปี 2567 ว่า เรื่องดังกล่าวไม่กระทบแผนการจัดหาเรือฟริเกตอีก 1 ลำที่กองทัพเรือเตรียมไว้ในงบประมาณปี 2567 ซึ่งก็ดำเนินไป ส่วนลำใหม่ หากประเทศจีนตกลงให้เปลี่ยนจากเรือดำน้ำ ก็จะได้มาเพิ่ม เพราะเดิมกองทัพเรือมีแผนว่าต้องมีเรือ ฟริเกต 8 ลำ แต่ตอนนี้มีเพียง 4 ลำ หากได้จากงบประมาณปี 2567 อีก 1 ลำ และจากการเจรจาเปลี่ยนจากเรือดำน้ำอีก 1 ลำ ทำให้กองทัพเรือมีเรือฟริเกต 6 ลำ ซึ่งก็ยังไม่พอ

อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของกองทัพ ต้องดูจากภารกิจการทำงานร่วมกับกระแสสังคม ต้องดูยุทธศาสตร์และยุทธการของเขาก่อนว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด และหากจำเป็น ก็ต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจเพราะโครงการใช้บประมาณจำนวนมาก จึงต้องชี้แจงสังคมและไม่ให้กระทบภารกิจของกองทัพ ส่วนการจัดตั้งคณะกรรมการไปเจรจา ในสัปดาห์หน้าจะถามทางจีนว่าต้องเป็นคณะกรรมการระดับใด ก็จะจัดคณะกรรมการให้เหมาะสม

เมื่อถามว่ามีแผนสองรองรับหรือไม่ หากไม่มีการเปลี่ยนสัญญาการซื้อขายเรือดำน้ำ นายสุทินกล่าวว่า จะพยายามทำให้จบในกรอบเวลาที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ หากมีเหตุสุดวิสัย ก็ต้องมาหารือกันถึงข้อตกลงในสัญญาระบุอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามนั้น

กมธ.ทหารเรียกทร.แจงดีลใหม่
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกมธ. การทหาร รีทวีตข้อความบน x หรือทวิตเตอร์ บทวิเคราะห์ของเว็บไซต์ชื่อดัง http://ThaiArmedForce.com โดยระบุกรณีนาย สุทิน จะเปลี่ยนจากการซื้อเรือดำน้ำมาเป็นเรือฟริเกตว่า “กรณีเรือดำน้ำ รวมทั้งการกู้เรือรบหลวงสุโขทัย กมธ.ทหาร ได้เชิญกองทัพเรือมาชี้แจงรายละเอียด และข้อเท็จจริงในสัปดาห์หน้า”

ทั้งนี้ บทความของ http://ThaiArmedForce.com ชื่อ รัฐบาลผุดไอเดีย ยกเลิกเรือดำน้ำ เติมเงินเพิ่มซื้อเรือฟริเกตจีน ดีลมหัศจรรย์ที่ไม่รู้ว่าใครคุ้มกันแน่

จี้ตอบให้ชัดจีนผิดสัญญาหรือไม่
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาฯ กล่าวถึงกองทัพเรือจะเปลี่ยนแปลงสัญญาซื้อเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกตแทน จากจีน มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท โดยต้องจ่ายเงินส่วนต่างจากที่เคยจ่ายค่าเรือดำน้ำไปบางส่วนแล้วว่า ต้องตรวจสอบ แต่ยังไม่ทราบว่าสุดท้ายฝ่ายจีนจะว่าอย่างไร กรณีเรือดำน้ำ ฝ่ายจีนผิดสัญญา ทำไมกองทัพเรือถึงยอม ในเมื่อผิดสัญญา ฝ่ายจีนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้น ทางการจีนจะรับผิดชอบอย่างไรที่ผิดสัญญา

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ต้องพิจารณาด้วยว่า เรือฟริเกตมีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องเพิ่ม และถ้าอยากได้เรือฟริเกตจริงๆ อาจมีที่อื่นที่ดีกว่าจีนหรือไม่ หรือใช้โอกาสนี้สนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ ต่อเรือฟริเกตของไทยเองขึ้นมาก็ได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากองทัพเรือบอกว่า เรือดำน้ำมีความจำเป็น วันนี้ไม่เอาเรือดำน้ำแล้ว บอกว่าต้องเป็นอย่างอื่น ตกลง เรือดำน้ำจำเป็นหรือจำเป็นต้องมีอาวุธจากจีน ดังนั้นต้องเคลียร์ให้ชัดตั้งแต่ตรงนี้

ส่วนจะถึงขั้นส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกองทัพเรือและกระทรวงกลาโหมที่เปลี่ยนไปซื้อเรือฟริเกตหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องดูพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง ข้อมูล ถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้น หน่วยงานที่ทำหน้าที่รวจสอบการทุจริตต้องเข้ามาดู

มาแทนป้อม – พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ แทนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ที่ป่วยกะทันหัน ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 21 ต.ค.

‘บิ๊กป้อม’เทสัมมนาพปชร.อ้างป่วย
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล จ.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดสัมมนาพรรค “รวมพลัง สามัคคี” มีพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่ปรึกษาพรรค เป็นประธานเปิดงานสัมมนามีแกนนำและกก.บห. รวมถึงประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค 7 ด้าน และสส. เข้าร่วมพร้อมเพรียง เพื่อรับฟังและระดมความคิดเห็น เพื่อเสนอแนะในการพัฒนาพรรคให้เข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาครั้งนี้ พล.ต.อ.พัชรวาทได้ปรากฏตัวร่วมพบพูดคุย กับสส.พรรคเป็นครั้งแรก ขณะที่พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และสส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยแจ้งว่า มีอาการขาแพลง ขณะที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ติดภารกิจลงพื้นที่ตรวจ ราชการจ.พังงา ตลอดทั้งวัน

พัชรวาทย้ำสส.สามัคคี-ปรองดอง
พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของพล.อ.ประวิตร ยินดีที่ได้มาเจอสมาชิกพรรคครั้งแรก พรรคเน้นเรื่องความสามัคคี ปรองดอง ให้มีประชาธิปไตยที่มีเสรีภาพ มุ่งเน้นให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ในช่วงเป็นแกนนำรัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นรูปธรรม เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาน้ำมันปาล์ม และการค้ามนุษย์ และริเริ่มนโยบายใหม่ จึงอยากให้บุคลากรของพรรค รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนไปด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาทได้ร่วมรับฟังการสัมมนาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้เดินทางกลับ เนื่องจากมีภารกิจตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติสิรินาถ อ.ถลาง และการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด โดยปฏิเสธตอบคำถามถึงภาพรวมของงานสัมมนาในวันนี้

ชู 3 ยุทธศาสตร์-11กลยุทธ์
จากนั้นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคด้านต่างๆ ได้พูดถึงทิศทางการทำงาน โดยเน้น 3 ยุทธศาสตร์ของพรรค แบ่งเป็น 11 กลยุทธ์ ถือเป็นพันธกิจในการก้าวไปข้างหน้า คือ การขับเคลื่อนทางการเมือง ขับเคลื่อนนโยบาย และการขับเคลื่อนเพื่อพลิกโฉมอัตลักษณ์ของพรรค

ปลุกสส.เลือกตั้งหน้าต้องได้มากขึ้น
ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ความสำเร็จของการเลือกตั้งคือเป้าหมายของเรา ความนิยมของพรรคมีผลต่อการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ ตนหวังว่าในครั้งหน้า สส.ทั้ง 39 บวก 1 คนจะได้กลับมาอีก วันนี้เราต้องปรับภาพลักษณ์ของพรรคให้เป็นที่นิยม เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าใครคือโหวตเตอร์ที่สนับสนุนพรรค เรารู้อยู่แล้วว่าเสียงของเราอยู่ที่ไหน ดังนั้น เราต้องปรับตัวเองให้สอดรับกับฐานเสียงของพรรค และตรงไหนที่ฐานเสียงเรายังไปไม่ถึง เราจะ ปรับตัว สร้างการยอมรับ

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคต้องปรับบทบาทในสภาให้โดดเด่น เพราะประชาชนมองบทบาทของสส.ในสภา รวมถึงผลงานของพรรคต้องจับต้องได้ ซึ่งเป้าหมายของพรรค ต้องยืนหยัดเป็นสถาบันทางการเมือง จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และการเลือกตั้งครั้งหน้า เราจะต้องได้สส.มากกว่าเดิม

สยบลือ-‘ป้อม’นั่งหัวหน้าตลอดไป
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่พล.ต.อ.พัชรวาท มาเป็นประธานเปิดสัมมนาแทนพล.อ.ประวิตร ว่า พล.อ.ประวิตรเดินสะดุดจนข้อเท้าพลิก มีอาการบาดเจ็บ อักเสบนิดหน่อย เลยไม่สะดวกเดินทางมา จึงมอบให้พล.ต.อ.พัชรวาทรับหน้าที่แทน คาดว่าอีก 3-4 วัน พล.อ.ประวิตรคงจะหายจากอาการบาดเจ็บ

เมื่อถามว่าพล.ต.อ.พัชรวาทจะเข้ามามีบทบาทในพรรคเต็มตัวหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร พูดกับพวกเราเป็นประจำว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคตลอดไป พวกเราทุกคนจะทำงานสนับสนุนไปตลอด เช่นเดียวกับพล.ต.อ.พัชรวาท ก็พูดกับตนว่า เราทุกคนมีหน้าที่สนับสนุนพรรค ไม่ต้องเป็นห่วง พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคตลอดไป

ให้กำลังใจ‘เศรษฐา’แจก 1 หมื่น
นายสันติกล่าวถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทว่า เรื่องระบบการเงินการธนาคาร การคลังนั้น อยู่ที่นายกฯ และรมว.คลัง ว่าจะระดมเงินอย่างไร ทำอย่างไรตามนโยบาย ซึ่งนโยบายนี้มาจากผู้นำที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และจากที่ได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร ได้แต่ส่งกำลังใจไปถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งการจะวิจารณ์หรือพูดอะไร ตนเห็นว่าไม่เหมาะสม ขณะนี้หัวหน้ารัฐบาลก็เร่งรัดพยายามที่จะทำให้โครงการนี้สำเร็จ การที่ประชาชนจะได้เงินคนละ 10,000 บาท ก็เป็นประโยชน์กับประชาชน 56 ล้านคน

เมื่อถามว่าหากโครงการนี้เข้าที่ประชุมครม. รัฐมนตรีของพรรคพร้อมยกมือให้หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เข้า พูดล่วงหน้าอาจไม่เหมาะ ส่วนเรื่องแหล่งเงิน เรื่องความเหมาะสม ประชาชนที่มีความรู้ความสามารถ นักวิชาการหรือผู้บริหารการเงินต่างๆ เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความคิดหลากหลาย ก็วิจารณ์และพูดคุยกันอยู่ เพื่อให้โครงการนี้มีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์สูงสุด

เมื่อถามว่ากลัวจะเกิดความขัดแย้งในสังคมหรือไม่ เพราะขณะนี้มีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย นายสันติกล่าวว่า เงินดิจิทัลหรือเงินที่แจกคนละ 10,000 บาท 56 ล้านคนนั้น ถ้าแจกได้ ประชาชนก็ได้ประโยชน์ ส่วนโครงการจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ คงต้องดูรัฐบาลที่พรรคแกนนำดำเนินการ เราก็เอาใจช่วย

กก.หวังสส.หนุนญัตติประชามติ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า จากหนังสือนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 25-26 ต.ค. ชัดเจนว่า ญัตติอันดับแรกสำหรับการพิจารณาในการประชุมวันที่ 25 ต.ค. คือญัตติเสนอให้จัดประชามติเพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เสนอโดยตนและพรรคก้าวไกล แม้รัฐบาลมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทางการจัดทำประชามติ แต่ตนเชื่อว่าการใช้กลไกและพื้นที่สภาสำหรับการอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของรัฐบาล

โฆษกพรรคก้าวไกลกล่าวอีกว่า ตนหวังว่าสมาชิกจากทุกพรรค จะร่วมกันสนับสนุนญัตติดังกล่าว เพื่อให้ข้อเสนอเรื่องการจัดประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เดินหน้าต่อไปได้อย่างคู่ขนานกันระหว่างกลไกของสภาและกลไกของรัฐบาล

แจงคืบหน้าสอบสส.ฉาว
นายพริษฐ์ได้ทวีตข้อความผ่าน x หรือ ทวิตเตอร์ ถึงกรณีมีข้อเรียกร้องสมาชิกพรรคก้าวไกลคุกคามทางเพศว่า กรณีนี้เป็นกรณีเดียวกับที่พรรคเคยระบุถึงในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ว่า มีข้อกล่าวหาเรื่องการคุกคามทางเพศของ สส.อีก 1 กรณี ที่อยู่ในกระบวนการสอบสวนและเวลานั้นยังไม่ปรากฏในสื่อสาธารณะ โดยทราบว่ามีผู้ร้องเรียนทั้งหมด 3 คน และคณะกรรมการวินัยของพรรคได้พูดคุยกับผู้ร้องเรียน 2 คน รวมถึงสส.ผู้ถูกร้อง ที่เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว คงเหลืออีก 1 คน ซึ่งคณะกรรมการวินัยนัดมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมวันที่ 23 ต.ค. เพื่อเดินหน้าตามกระบวนการไปสู่ข้อสรุปที่เป็นธรรมโดยเร็ว

พรรคก้าวไกลยืนยันว่า การคุกคามและความรุนแรงทางเพศ เป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรงและยอมรับไม่ได้ หากสมาชิกพรรคคนใดกระทำผิดจริง เราจะลงโทษด้วยมาตรฐานเดียวกันกับสมาชิกทุกคน โดยไม่สนต่อผล กระทบทางการเมืองที่ตามมา และโดยไม่สร้างวัฒนธรรมการปกป้องหรือปกปิดการกระทำผิดของคนในองค์กร เพื่อให้ความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย

ปิยบุตรบี้ถ้าผิดจริงออกมารับผิด
นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ รีทวีตข้อความบน x หรือทวิตเตอร์ ของนายพริษฐ์ ที่ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีมีสส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศ โดยระบุว่า เห็นใจนายพริษฐ์ และรองโฆษก และสส.หญิงอีกหลายคน ที่ต้องมารับหน้าที่แบกพรรคแบบนี้ และขอให้กำลังใจ สส.ก้าวไกล หลายๆ คนที่ออกมาต่อสู้เรื่องนี้ และพยายามผลักดันให้พรรคสร้างระบบทั้งป้องกันและแก้ไขอย่างยั่งยืน

นายปิยบุตรระบุว่า สำหรับบุคคลที่ถูกกล่าวหา หากตระหนักว่าทำผิดจริงอย่างที่ถูกกล่าวหา ควรออกมาขอโทษผู้เสียหาย ประชาชน เพื่อน สส.และพรรคก้าวไกล มิใช่ปล่อยให้พรรคและคนอื่นๆ ต้องมาชี้แจงไม่รู้จักจบสิ้น แสดงความรับผิดชอบ ไม่ต้องหนี ยอมรับผิด ขอโทษ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

“การกระทำเช่นนี้ ไม่ใช่เพื่อปกป้องตนเอง ไม่ใช่เพื่อปกป้องพรรค แต่นี่คือมาตรฐานความรับผิดชอบ กล้าเผชิญหน้า และพร้อมปรับปรุงแก้ไข เพื่อสร้างมาตรฐานให้พรรคก้าวไกลและสังคมไทย เพื่อร่วมกันยุติความรุนแรงทางเพศและการคุกคามทางเพศ” นายปิยบุตรระบุ

ทักษิณป่วย 4 โรครุมเร้า
จากกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นดี อยู่ระหว่างนอนพักรักษาตัวภายนอกเรือนจำ ที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ร.พ.ตำรวจ เนื่องจากป่วยด้วย 4 โรครุมเร้า ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด พังผืดในปอด ความดันโลหิตสูง และกระดูกสันหลังเสื่อมโดยนอนพักรักษาตัวจะครบ 60 วัน ในวันที่ 21 ต.ค.นั้น

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวว่า การพิจารณาดังกล่าวนั้น กรมราชทัณฑ์ที่จะเป็นผู้พิจารณา พอครบ 60 วัน คำวินิจฉัยของแพทย์จะถูกรายงานไปที่กรมราชทัณฑ์ จะพิจารณาว่า ถ้ามีความเห็นว่า คนไข้พร้อมที่จะต้องกลับ กรมราชทัณฑ์ก็จะเป็นคนพิจารณา ไม่ใช่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากตำรวจจะดูแลความปลอดภัยให้กับหน่วยงานที่ขอความร่วมมือมา ส่วนการพิจารณาว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ ไม่ได้อยู่ที่ ตร. แต่อยู่ที่กรมราชทัณฑ์ ขณะนี้คำวินิจฉัยของแพทย์อยู่ได้ส่งให้กับกรมราชทัณฑ์พิจารณาแล้ว

ราชทัณฑ์ไฟเขียวนอนรพ.ต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้นายทักษิณ รักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอกครบ 60 วัน ในวันที่ 21 ต.ค. ซึ่งความเห็นจากแพทย์โรงพยาบาลตำรวจผู้ทำการรักษา เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ตำรวจ ส่วนรายละเอียดของการเจ็บป่วยนั้น เป็นไปตามหลักการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยและตามจรรยาบรรณของแพทย์ ไม่สามารถเปิดเผยได้ กรณีนายทักษิณ ที่ต้องรักษาตัวที่ร.พ.ภายนอกเกินกว่า 60 วัน ขณะนี้อธิบดีได้มีหนังสือเห็นชอบ พร้อมกับความเห็นแพทย์ผู้รักษาและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง รายงานให้ปลัดกระทรวงทราบตามขั้นตอนทางกฎหมาย

เที่ยวช่วยชาติปลายฝน-ต้นหนาว
วันที่ 21 ต.ค. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ฤดูกาลเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ธุรกิจการท่องเที่ยวต่างจัดกิจกรรมกระตุ้นตลาด โดยออกบูธขายแพ็กเกจตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งรัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยว ส่วนนักท่องเที่ยวที่ซื้อทัวร์แล้วจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง เพจเฟซบุ๊กกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้ความรู้หลักเกณฑ์อัตราการจ่ายเงินคืนกรณีซื้อทัวร์แล้วยกเลิกการเดินทางแล้วจะได้เงินคืนหรือไม่ จ่ายเงินคืนอย่างไร โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องจ่ายเงินคืนอัตราดังต่อไปนี้ 1.ขอยกเลิกการเดินทางล่วงหน้า 30 วันขึ้นไป คืนเงิน 100% หักค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริง 2.ยกเลิกก่อน 15-29 วัน คืนเงิน 50% หักค่าใช้จ่ายจริง 3.ยกเลิกน้อยกว่า 15 วัน (0-14 วัน) “ไม่ได้รับเงินคืน” และ 4.ยกเลิกทัวร์โดยไม่ใช่ความผิดบริษัททัวร์ คืนเงินโดยนำค่าทัวร์ที่จ่ายไปแล้ว 100% หักค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงของบริษัท (ถ้ามี) เท่ากับเงินที่จะได้คืน หากไม่ได้รับเงินตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวสามารถร้องเรียนได้ที่คอลเซ็นเตอร์ กรมการท่องเที่ยว (24 ชั่วโมง)

นายชัยกล่าวต่อว่า ช่วงนี้แหล่งท่องเที่ยวของไทยมีความงดงามที่สุดของปี ทั้งทะเล ภูเขา ดอกไม้ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว เพราะนอกจากจะได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวและความทรงจำใหม่ๆ แล้ว ยังถือว่าเป็นการออกไปช่วยชาติ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ และช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอีกด้วย รัฐบาลจึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการวางแผนและออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศต่อไป

กฟน.-ธอส.เปิดสินเชื่อดอกถูก
วันที่ 21 ต.ค. นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนพลังงานเมืองมหานคร นอกจากภารกิจหลักคือการจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว ปัจจุบันยังดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่อง KEN by MEA ที่ตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าครอบคลุม 4 บริการ คือ ธุรกิจออกแบบติดตั้งระบบไฟฟ้า, ธุรกิจบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า, ธุรกิจติดตั้ง โซลาร์เซลล์ และธุรกิจบริการเกี่ยวกับ EV (EV Charger) ก็ยังมีโครงการร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมกันออกมาตรการช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำมากขึ้น ด้วยการจัดทำ “สินเชื่อพร้อมใช้ ปี 2566” อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 เท่ากับ MRR-2% ต่อปี (4.90%) ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-0.75% ต่อปี (6.15%) เฉลี่ยอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก เท่ากับ 5.316% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับผู้ที่ต้องการขอกู้หรือกู้เพิ่ม เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการของการไฟฟ้านครหลวง ที่ใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่อนชำระนานสูงสุด 20 ปี กรณีกู้ 1 แสนบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงเดือนละ 800 บาท

นายคารมกล่าวอีกว่า สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้สามารถเข้าถึงบริการ KEN by MEA ได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยเพิ่ม ทางเลือกให้ประชาชนได้รับบริการด้านระบบไฟฟ้าที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า และการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย

รบ.ทำแผนพัฒนาทักษะการเงิน
เมื่อวันที่ 21 ต.ค. นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงการคลังจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาทักษะทาง การเงินพ.ศ.2565-2570 เพื่อกำหนดกรอบนโยบายและกลไกการบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะทางการเงินของประเทศไทย โดยแผนปฏิบัติการดังกล่าวครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัย โดยได้ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับการพัฒนาทักษะทางการเงินอย่างเร่งด่วน เนื่องจากความรุนแรงของสภาพปัญหา ได้แก่ กลุ่มผู้มีความเปราะบางทางการเงินสูง ประกอบด้วย ผู้ประสบปัญหาภาวะหนี้รุนแรงและปัญหาความยากจน กลุ่มผู้พิการ กลุ่มประชาชนระดับฐานราก กลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้สูงวัย นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ดำเนินการต่างๆ ได้แก่ 1.นโยบายสร้างรายได้ เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และปรับฐานเงินเดือนคนจบปริญญาตรีภายในปี พ.ศ.2570 นโยบายสนับสนุนซอฟต์เพาเวอร์ในกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย 2.นโยบายลดรายจ่าย เช่น การพักหนี้เกษตรกร และการลดค่าพลังงาน 3.นโยบายเสริมทักษะ อาทิ มาตรการทางเศรษฐกิจแบบเจาะจงตามความเหมาะสมกับปัญหาของพื้นที่หรือกลุ่มประชาชนหรือที่เรียกว่า Tailor-Made Policy ที่อาศัยประโยชน์จากการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายและนำส่งความช่วยเหลือได้มากขึ้น ทำให้การจัดสรรงบประมาณที่ภาครัฐมีอยู่อย่างจำกัดเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนไทยมีระดับทักษะทางการเงินที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาทักษะทางการเงิน นำไปสู่ระดับทักษะทางการเงินที่เพิ่มขึ้นของประชาชนและนำไปสู่สุขภาวะทางการเงิน (financial well-being) หรือผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะช่วยสร้างความมั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง

“การผลักดันแผนการและนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องอาศัยการบูรณาการจาก หลายภาคส่วน ทั้งระดับบริหารไปจนถึงระดับการรวบรวมและพัฒนาข้อมูลเชิงพื้นที่ จึงจะทำให้แก้ปัญหาได้เฉพาะเจาะจง ตรงจุด ตามความเหมาะสม กับความต้องการของแต่ละจุดเริ่มต้นของปัญหาด้านการเงินที่เกิดขึ้นได้ในระดับบุคคล ครัวเรือน อำเภอ และจังหวัดจุดเริ่มต้นของปัญหาด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นในระดับบุคคล ครัวเรือน อำเภอ และจังหวัด” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน