ฟริเกตแทนเรือดำน้ำ พท.ฟันธง‘อิ๊ง’เป็นหน. ‘สรวงศ์’จ่อนั่งเลขาฯ ‘ทักษิณ’เข้าผ่าตัดอีก
‘เศรษฐา’ ยันไทยไม่เสียเปรียบจีน ซื้อเรือฟริเกตแทนเรือดำน้ำ แย้มรอฟังข่าวดี ‘บิ๊กทิน’ย้ำเป็นทางออกดีที่สุด นายกฯ ย้ำแจกชัวร์เงินดิจิทัล 1 หมื่น ‘จุลพันธ์’ระบุสัปดาห์นี้ชัดเลื่อน-ไม่เลื่อนไทม์ไลน์ 1 ก.พ.67 ‘ศิริกัญญา’ระบุโครงการอาจถึงทางตัน เหตุกู้แบงก์ออมสินไม่ได้ เพื่อไทยฟันธงอยากได้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นหัวหน้าพรรค ‘สรวงศ์ เทียนทอง’ ขึ้นแท่นเลขาฯ ‘สว.วันชัย’สะเทือนใจ 11 แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จากคดียึดสนามบินปี 51 แต่พวกยึดอำนาจรัฐกลับได้รับนิรโทษกรรม ราชทัณฑ์เผย ‘ทักษิณ’ เข้าผ่าตัด ยังพักฟื้นห้องไอซียู
‘เศรษฐา’วางพวงมาลาวันปิยะ
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เวลา 08.30 น. ที่ลานพระบรมราชานุสรณ์ พระราชวังดุสิต (พระบรมรูปทรงม้า) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) ร่วมพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันปิยมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
นอกจากนั้น ยังมีสภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา คนที่ 2 เป็นตัวแทนประธานสภา เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาสักการะ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 พร้อมด้วย นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมพิธีวางพวงมาลาในนามวุฒิสภา รวมทั้งพรรคการเมืองต่างๆ หน่วยงานราชการ และประชาชน ทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย
ส่วน 3 เหล่าทัพจัดงานน้อมรำลึกครบรอบ 113 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยกองทัพบกจัดที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) มีพล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. เป็นประธาน กองทัพเรือจัดที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า มีพล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธี กองทัพอากาศจัดที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและ การบินแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มีพล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. เป็นประธานในพิธี

เร่งช่วย – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เป็นประธานประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินในอิสราเอล โดยพบปัญหานายจ้างยื้อจ่ายเงินแรงงาน ไทยเพื่อบีบให้อยู่ทำงานต่อ เตรียมติดต่ออิสราเอลช่วยแก้ปัญหา ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 23 ต.ค.
อัพเดตงานกับรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังวางพวงมาลา นายเศรษฐาได้ทักทายครม.และพูดคุยกับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เกี่ยวกับเรื่องพลังงาน จากนั้นนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ได้รายงานนายกฯ ถึงความคืบหน้าหลังครม. เห็นชอบการดำเนินการศึกษาโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือแลนด์บริดจ์ ว่าได้นำเรื่องเข้าสภาเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญแล้ว นายกฯ ยังได้สอบถามเรื่องการตอบกระทู้ถามสดในสภาว่ากระทู้เก่าที่เคยตั้งถามไม่ต้องไปย้อนตอบแล้วใช่หรือไม่ นางมนพรชี้แจงว่า กระทู้ถามจะตั้งถามเป็นครั้งต่อครั้ง
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เข้ารายงานการลงพื้นที่ไปฏิบัติงานในพื้นที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ขณะนั้นได้เกิดเหตุไปป์บอมขึ้น โดยนายเศรษฐาได้สอบถามถึงความคืบหน้าการตรวจสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก-มาเลเซีย พร้อมระบุว่าจะประสานไปยังนายกฯ ของมาเลเซียเพื่อไปติดตามความคืบหน้าพร้อมกัน ขณะนี้การดำเนินการยังติดปัญหาอยู่เล็กน้อย และจะสร้างได้เลย
นายเศรษฐากล่าวกับนายสมศักดิ์ ถึงการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ครั้งที่ 1 ว่าทุกอย่างเรียบร้อย และทางซาอุฯ ต้องการเรื่องวัวเป็นอย่างมาก โดยซื้อจากอเมริกาใต้วันละ 40,000 ตัว ดังนั้น เรื่องสำคัญคือเราต้องมาสร้างโรงเชือดให้เพียงพอ ที่จ.ชุมพรมีโรงเชือด รองรับได้ 200 ตัวต่อวัน ซึ่งยังน้อยไป ถ้าได้เป็นล้านตัวก็จะเยอะ และทางซาอุฯ ระบุอย่าส่งออกไปทั้งตัว เพราะจะไม่ได้ราคา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกระแสภาพยนตร์ไทยได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ มีรายงานว่าในวันที่ 25 ต.ค. นายเศรษฐา ในฐานะประธานคณะกรรมการซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ จะนำครม.ชมภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ โดยเหมารอบชมเวลา 19.45 น. ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการซอฟต์ เพาเวอร์แห่งชาติ ร่วมชมด้วย
ภาพยนตร์ไทย ถือเป็น 1 ในซอฟต์เพาเวอร์ที่รัฐบาลผลักดันสู่เวทีสากล นายกฯ จึงต้องการพาครม.ไปชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ที่ทำรายได้ทะลุ 400 ล้านบาทแล้ว
แย้มข่าวดี-ไม่เสียเปรียบปมฟริเกต
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ (ทร.) ยกเลิกจัดซื้อ เรือดำน้ำ แบบ S26T จากจีนมาเป็นเรือรบ ฟริเกตแทน โดยต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาทว่า ขอให้นายสุทิน คลังแสง รมว.โหม เป็นผู้ให้ข้อมูล หากมีข้อมูลครบแล้วค่อยดำเนินการเจรจา แต่เชื่อว่าจะมีข่าวดีและมีความคืบหน้าไปได้ด้วยดี ฉะนั้น ขอให้เกียรติกระทรวงกลาโหมทำงานก่อนหลังไปเจรจา มาแล้ว และยืนยันว่า การพูดคุยเป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดี เมื่อถามว่า ประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบในเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ครับ”
ด้านนายสุทินกล่าวกรณีกมธ.การทหาร สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเรียกชี้แจงกรณี ดังกล่าว ในวันที่ 26 ต.ค.ว่า ก็ไปได้ พร้อมชี้แจงทุกที่ และยินดีที่กมธ.ความมั่นคง จะมาพบจะได้ทำความเข้าใจกัน ผู้สื่อข่าวถามว่าการเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกต จะทำให้เสียงบประมาณที่ดำเนินโครงการไปก่อนหน้านี้ เช่น การส่งบุคลากรไปอบรม เตรียมสถานที่จอดเรือดำน้ำหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ต้องชั่ง น้ำหนักระหว่างการเดินหน้าต่อโดยเอาเครื่องยนต์จากจีน หรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น มีได้มีเสียเหมือนกัน
‘สุทิน’ลั่นทางออกดีที่สุด
“ยืนยันว่าเราคิดรอบคอบทั้งมิติกฎหมายและทุกมิติ คิดว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด หากเดินหน้าต่อคิดว่าจะต้องเจอคำถามมากกว่านี้” นายสุทินกล่าว
ต่อข้อถามว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเหล่าทัพว่าอย่างไร นายสุทินกล่าวว่า ทุกคนเข้าใจดี เพราะก่อนตัดสินใจเรื่องนี้ได้หารือกันอย่างละเอียด ไม่ได้ใช้อำนาจรัฐมนตรีตัดสินใจโดยพลการ และไม่ใช่รัฐบาลไปชี้เลย แต่ประชุมหารือในทุกแง่ทุกมุม ผู้สื่อข่าวถามว่าไทย จะเสียเปรียบหรือไม่ที่ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท นายสุทินกล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่เสียเปรียบ ต้องดูมูลค่าของแต่ละอย่างด้วย หากเรือถูกแล้วเขามาบวกแพง อันนั้น เสียเปรียบ แต่ทุกอย่างเป็นราคาที่รับรู้กัน ทั่วโลก และเป็นราคามาตรฐาน ทั้งนี้ไม่ได้มองว่าจีนผิดสัญญา แต่ไม่เป็นไปตาม ข้อตกลงมากกว่า เพราะเป็นเรื่องของจีทูจี ประเทศไทยมีมิติของความเป็นมิตรประเทศ ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ที่จะต้องมาพิจารณาประกอบกัน ไม่ใช่ดำเนินการซื้อขายอย่างเดียว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้กลไกของรัฐบาลในการเจรจาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมาคือกลไกของรัฐบาล ส่วนรายละเอียดต่อจากนี้จะเป็นกลไกของกระทรวงที่จะต้องไปคุย เมื่อถามว่ากังวลกับกระแสวิจารณ์เรื่องนี้ หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า คิดว่าอธิบายได้ ส่วนกระแสคงมี ไม่ว่าออกทางไหน คนไทยก็วิพากษ์วิจารณ์
นายกฯยันแจกเงินดิจิทัลชัวร์
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์โครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ยังไม่ชัดเจนว่า ยืนยันในนโยบายดังกล่าว ขณะนี้มีการปรับแต่งนโยบายนี้อยู่ ทั้งเรื่องที่ไปที่มาของเงิน วิธีการใช้ต่างๆ ดังนั้นขอให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการก่อนจึงจะแถลงให้ทราบ ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันว่าวันที่ 1ก.พ.2567 ประชาชน จะได้รับข่าวดีใช่หรือไม่ นาย เศรษฐากล่าวว่า เดี๋ยวจะมีการแถลง
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการ เติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้สัมภาษณ์กรณีที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต มีต้นแบบมาจากประเทศญี่ปุ่นว่า ต้นแบบไม่ใช่ แต่มีกระบวนการที่เขาเคยดำเนินการลักษณะคล้ายคลึงกันในปี 1999 เป็นเรื่องของการแจกคูปอง ซึ่งตนได้ไลน์ไปขอข้อมูลเพิ่มเติมจากน.ส.ศิริกัญญา เป็นของประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน และนำมาศึกษาเปรียบเทียบ เพื่อนำข้อดีและข้อเสียของสิ่งที่ประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเคยใช้ มาศึกษาก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ส่วนการเปรียบเทียบนั้น คิดว่าทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าบริบทมีความแตกต่างในปี 1999 และในปัจจุบัน ขณะเดียวกันประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีความแตกต่างกันจึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเลื่อนประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ทำให้ประชาชนสงสัยว่าได้รับเงินในวันที่ 1 ก.พ.2567 หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เป้าหมายยังคงอยู่ที่เดือนก.พ.2567 แต่หากมีการประชุมคณะอนุกรรมการในสัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้น ขอให้อดใจรอนิดหนึ่ง ต่อข้อถามว่าจะยังคงเป็นกรอบเวลาเดิมหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า “จะพยายามครับ จะพยายาม”
ต่อข้อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการระบุว่าหากไม่ทันจริงๆ จะรายงานนายกฯ เพื่อขอปรับกรอบเวลาของโครงการ จะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ แต่ สิ่งสำคัญคือเราต้องมั่นใจว่าเมื่อเปิดใช้บริการจะต้องมีความปลอดภัย ข้อมูลของประชาชนมีการรักษาความปลอดภัย เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่สามารถละเลยได้ หากมีอะไรที่ยังเป็น ข้อติดขัด เราต้องค่อยๆ หาทางสอบถามและแก้ไข จากการพูดคุยกับนายกฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่ได้สั่งการหรือกำชับอะไรเป็นพิเศษ และยังตอบไม่ได้ว่าการประชุมคณะอนุกรรมการฯ จะเกิดขึ้นเมื่อไร
‘จุลพันธ์’ระบุสัปดาห์นี้ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากจำเป็นต้องเลื่อนจริงๆ จะเลื่อนไปเป็นช่วงใด นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่จะมีความชัดเจนในสัปดาห์นี้ ต่อข้อถามว่า ปัจจัยอะไรที่จะทำให้ไม่ทันกรอบเวลาเดิม นายจุลพันธ์กล่าวว่า เยอะ แต่ยังไม่มีความชัดเจนและไม่ได้หมายความว่าเราจะเลื่อน เรายังยึดมั่นในกรอบเดิมตามที่นายกฯ ให้ไว้ แต่เราจะมีการพิจารณาอย่างรอบด้าน
ต่อข้อถามว่า แหล่งที่มาของเงิน หรือ แอพพลิเคชั่น ถือเป็นปัจจัยหลักที่อาจจะต้องทำให้เลื่อนการแจกเงินใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า แหล่งที่มาของเงินเป็นปัจจัยหลักแน่นอน ทุกอย่างถือเป็นปัจจัยหลักไม่มีปัจจัยสำรอง ทุกเรื่องมีความสำคัญเท่ากันหมด เราต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบพร้อมติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เรามีความระมัดระวังมากขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องเงินกู้กับธนาคารออมสิน
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยืนยันตลอดว่าที่มาของเงินดำเนินโครงการไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้กลับไม่มีความชัดเจนติดปัญหาในส่วนใด นายจุลพันธ์กล่าวว่า เนื่องจากต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อคณะอนุกรรมการฯ มีการประชุมและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาข้อมูลและรวบรวมรายงานส่งมายังคณะอนุกรรมการฯ ขณะนี้จึงต้องรอรายงานเพื่อส่งต่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ตัดสินใจ ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นตามกฎหมาย ไม่สามารถลัดวงจรได้ ไม่สามารถดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับโครงการโดยที่ยังไม่มีมติจากคณะกรรมการฯ ได้
‘ศิริกัญญา’ชี้กู้ออมสินไม่ได้
ด้านน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ที่ยังเป็นที่วิจารณ์ถึงทิศทางของโครงการอาจจะไปสู่ทางตันว่า ธนาคารออมสินที่ยืนหนึ่งเป็นแหล่งที่มาของงบที่จะใช้สำหรับดิจิทัลวอลเล็ต 5.6 แสนล้าน อาจจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว ไม่ใช่แค่ว่าออมสินมีสภาพคล่องไม่พอ แต่เป็นเรื่องข้อจำกัดของกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้ออมสินปล่อยกู้ให้รัฐบาลได้ ตามมาตรา 7 ของพ.ร.บ.ออมสิน กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ว่าให้ทำกิจการใดบ้าง ซึ่งเหมือนกับธนาคารพาณิชย์ รับฝากเงิน ปล่อยกู้ ซื้อขายพันธบัตร ลงทุน ไม่มีข้อไหนที่ให้รัฐบาลกู้เงินได้ แต่หากจะทำกิจการอื่น ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เมื่อไปดูในพ.ร.ฎ. กำหนดกิจการพึงเป็นงานธนาคาร ระบุกิจการไว้ 13 ข้อ ลง รายละเอียด ไปจนถึงธุรกิจเงินตราต่างประเทศ การออกบัตรเครดิต ที่ปรึกษาการเงิน แต่ไม่มีข้อไหนที่เข้าข่ายจะตีความว่านำเงินให้รัฐบาล กู้ยืมได้ ถ้าไม่เชื่อลองถามกฤษฎีกาดูก็ได้
ความหวังที่จะใช้เงินออมสินมาเป็นแหล่งเงินของโครงการดิจิทัล วอลเล็ต คงต้องจบลงแค่นี้ ยกเว้นแต่ว่าจะมีการแก้กฎหมายซึ่ง ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียทีเดียว แต่ก็ไม่ควรทำ สมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำรัฐประหารใหม่ๆ เคยออกคำสั่งคสช. แก้พ.ร.บ.คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) ว่าด้วยวัตถุประสงค์ กองทุนวิจัยและพัฒนาของ กสทช. ให้เพิ่มว่ากองทุนสามารถให้กระทรวงการคลังกู้ยืมเงินได้ ซึ่งต่อมา กระทรวงการคลังมากู้ไปจริงๆ 14,300 ล้านบาท (ที่ตลกคือ มีการออกคำสั่งคสช. อีกฉบับเพื่อแก้พ.ร.บ.กลับไปเป็นเหมือนเดิม พร้อมยกหนี้หมื่นล้านนี้ให้กระทรวงการคลังด้วย) เราต้องมาวัดใจกันดูว่าจะถึงขั้นแก้กฎหมายเพื่อให้รัฐสามารถกู้เงินออมสินได้หรือไม่
โครงการอาจถึงทางตัน
ถ้าไม่แก้กฎหมาย เหลือทางเลือกอะไรอยู่บ้าง…เหลือแค่ใช้เงินงบประมาณ กับออกพ.ร.ก.กู้เงินเหมือนช่วงโควิด ข้อมูลงบปี 2567 ที่ปรับปรุงใหม่ ถึงจะขยายงบเป็น 3.48 ล้านล้าน แต่ต้องจ่ายหนี้เพิ่ม ลงทุนเพิ่มตามไปด้วย เมื่อหักรายจ่ายที่ยังไงก็ต้องจ่าย ทั้งเงินเดือนสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ งบใช้หนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เงินชดใช้เงินคงคลัง งบท้องถิ่น และสวัสดิการตามกฎหมาย
งบที่เหลือมาจัดสรรใหม่ได้จริงเพิ่มมาเป็น 476,000 ล้าน ก็จริง แต่ขอย้ำว่านี่คือรายจ่ายประจำที่ต้องแชร์กับพรรคร่วมรัฐบาล 20 กระทรวง ถ้าใช้หมดนี่หมายความว่า แต่ละกระทรวงได้เงินแค่พอจ่ายเงินเดือน กับงบลงทุน โครงการอื่นๆ ไม่ต้องทำกันแล้ว จะตั้งกองทุนซอฟต์เพาเวอร์ ก็ไม่ได้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพิ่มงบไม่ได้ งบอุดหนุนบรรเทาภัยแล้งก็ไม่ได้ งบอุดหนุนดับไฟป่าแก้ PM 2.5 ก็ไม่ได้ โครงการฝึกอบรม upskill-reskill อะไรก็ทำไม่ได้ทั้งหมด ไม่ต้องพูดถึงค่าตอบแทนอสม. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็หายหมดเช่นเดียวกัน ซึ่งเท่ากับว่าทางเลือกนี้คงเป็นไปไม่ได้เหมือนเดิม
หรือจะให้ผู้ประกอบการเก็บเหรียญดิจิทัลไว้ ยังไม่ให้แลกคืน รออีกซักปี 2 ปี ให้มีงบประมาณพอ ก็อาจเป็นอีกทางเลือก แต่เสี่ยงที่จะทำให้ไม่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ ทางเลือกสุดท้าย คือออกเป็นพ.ร.ก.เงินกู้แบบที่ทำช่วงโควิด จะถือเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมืองชัดๆ ซึ่งทำไม่ได้อีก เพราะไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ..น่าคิดนะคะ ว่าอาจจะถึงทางตันจริงๆ
‘องอาจ’ดักคอไม่มีสิทธิทุจริต
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ปรึกษาของนายกฯ ออกมาตอบโต้นักเศรษฐศาสตร์ ที่ด้อยค่าเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินเลวว่า เป็นวาทกรรมแบบมีอคติ ว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 10,000 บาท เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียง เป็นนโยบายสำคัญ จึงเป็นสิทธิของรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการ จัดตั้ง จะพิจารณาว่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่อย่างไร แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิที่จะนำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ไปทุจริตเชิงนโยบาย และหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง หรือพวกพ้อง
ส่วนที่ถูกด้อยค่าว่าเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินเลวนั้น ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนในความเป็นจริงไม่ว่าใครจะมองว่าเป็นเงินเลว หรือเงินดี แต่เป็นเงินจากภาษีอากรของประชาชน ไม่ใช่เงินส่วนตัวของนายเศรษฐา ทวีสิน “การนำเงินของประชาชนมาแจกประชาชน ผ่านวิธีการรูปแบบอะไรก็ตาม จึงควรดำเนินการบนพื้นฐานของหลักการที่ถูกต้อง ไม่จ้องแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบอย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง”
‘เสรี’ระบุนโยบายซื้อใจปชช.
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ในฐานะประธานกมธ.พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวว่า ในการประชุมกมธ.วันที่ 24 ต.ค.มีวาระพิจารณา เรื่อง การดำเนินนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ล่าสุดองค์กรที่มีหน้าที่ซึ่งกมธ.เชิญประชุมตอบรับมาเพียง 2 หน่วยงานจากที่เชิญไป 3 หน่วยงาน คือ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขณะที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้ตอบรับส่งบุคคลใดเข้าร่วมประชุม ประเด็นหลักที่จะพิจารณา จะถามความคืบหน้าเท่านั้น ไม่ได้ก้าวก่ายการทำงาน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่น.ส.รสนา โตสิ ตระกูล อดีตสว. ยื่นเรื่องต่อกกต.ให้ตรวจสอบนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เพราะมองว่าสุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ นายเสรีกล่าวว่า ในส่วนของกมธ. ยังไม่มีประเด็นดังกล่าว และตอบแทนองค์กรที่มีหน้าที่ไม่ได้ เพราะต้องให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณารายละเอียด ตนมองว่าหากการดำเนินนโยบายดังกล่าวไม่ชัดเจน ถือว่าสุ่มเสี่ยงต่อกาารทำผิดกฎหมาย วินัยการเงิน การคลัง ผิดหลักการของรัฐธรรมนูญได้
“เรื่องดังกล่าวมองว่าเป็นเรื่องการเมือง หากพรรคเพื่อไทยทำก็ได้คะแนน หากมีคนไม่เห็นด้วยมากๆ ไม่ทำก็ได้คะแนนเช่นกัน ดังนั้นการแสดงออกใดๆ ทางการเมืองเพื่อให้คนพึงพอใจ เขาอาจจะดันไปก่อน หากไม่ทำก็ว่าไม่ได้ เหมือนกับโครงการรับจำนำข้าวที่ทำแล้วเขาได้คะแนน ประชาชนพอใจ แม้จะเกิดความเสียหาย” นายเสรีกล่าว
พท.อยากได้‘อิ๊ง’นั่งหน.
ที่ จ.นครราชสีมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ใน วันที่ 27 ต.ค. วาระสำคัญ จะเป็นการ เลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.ชุดใหม่ การเลือกหัวหน้าพรรคจะขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีสมาชิกจำนวนไม่น้อยในพรรคที่ต้องการเห็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากมีความ เหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ และจะนำพาพรรคไปสู่จุดมุ่งหมายได้ ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ และได้ทำงานให้พรรคเพื่อไทยมาแล้วระยะหนึ่งในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
“ที่ผ่านมาได้สัมผัสชีวิตการเมืองมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยพ่อเป็นนายกฯ ฉะนั้น น.ส.แพทองธาร รู้เรื่องการเมืองเป็นอย่างดี และเชื่อมั่นว่าหากได้เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อไทย จะทำประโยชน์ให้พรรค และคนในประเทศได้” นายประเสริฐกล่าว
‘สรวงศ์’ขึ้นแท่นเลขาฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย วันที่ 27 ต.ค. เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า น.ส.แพทองธารจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค จะให้นายสรวงศ์ เทียนทอง หรือบอย สส.สระแก้ว เข้ารับตำแหน่ง เพราะเจ้าตัวเคยเป็นสส.หลายสมัย เคยเป็นรมช.สาธารณสุขในยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ที่สามารถเชื่อมโยงสมาชิกพรรคทุกวัยเข้าด้วยกันได้ อีกทั้งเป็นลูกชายนายเสนาะ เทียนทอง ที่มีบารมีเคยปลุกปั้นนายกฯ มาแล้วหลายคน เชื่อว่าเมื่อเข้ามารับตำแหน่งแม่บ้านพรรคแล้ว จะสามารถ ช่วยงาน น.ส.แพทองธารขับเคลื่อนพรรคไปได้ในทิศทางที่ดี
ส่วนกรรมการบริหารคนอื่นๆ อาทิ นาย ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และรมช.คลัง น.ส. จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด เป็นรองหัวหน้าพรรค ขณะที่โฆษกพรรคคือนาย ดนุพร ปุณณกันต์ หรือบรู๊ค สส.บัญชีรายชื่อ
ก.ก.ลุยสอบสส.คุกคามทางเพศ
ที่พรรคก้าวไกล คณะทำงานพิเศษเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศได้เชิญผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูลที่พรรค เพิ่มเติม กรณีมีสส.กทม. ฝั่งธนบุรี พรรค ก้าวไกล รายหนึ่ง คุกคามทางเพศด้วยพฤติการณ์ อาทิ ลวนลาม แตะเนื้อต้องตัว จนถึงขั้นขอมีเพศสัมพันธ์ แต่ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชี รายชื่อ ประธานคณะทำงานพิเศษเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศ จะให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว ที่รัฐสภา
เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.เบญจา กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญผู้เสียหายมาให้ข้อมูลต่อพรรคเพิ่มเติม เป็นกรณีล่าสุดที่พรรคทราบเรื่อง จึงได้ติดต่อผู้ร้องเรียนและผู้เสียหายทั้ง 3 คน ซึ่งผู้ร้องเรียนได้เข้ามาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว 2 คน ในวันนี้ผู้ร้องเรียนอีก 1 คน จะเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ส่วนสภาพจิตใจของผู้ร้องเรียนและ ผู้เสียหายนั้น ทุกคนกังวลและไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ที่ต้องกลายมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะเช่นนี้ เพราะอาจจะนำไปสู่การถูกละเมิดและคุกคามซ้ำหลังจากมีข่าว พรรคก้าวไกลก็กังวลและต้องระมัดระวังในการให้ข้อมูล ยืนยันว่าไม่ได้มีการปกปิด จึงอยากให้ผู้ร้องเรียนและผู้เสียหายสบายใจในการเปิดเผยข้อมูล เมื่อ ยกระดับเรื่องนี้ให้เป็นวาระทางสังคมแล้ว หวังว่าสังคมจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น “พอสื่อ มวลชนมีการติดตาม และสอบถามข้อมูลจากผู้ร้องเรียนและผู้เสียหายมากขึ้น มันมีความกังวลจริงๆ เช่นกันว่า ผู้เสียหายท่านอื่นๆ ที่ตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ อาจไม่กล้าออกมายืนอยู่ต่อหน้าสื่อหรือสาธารณชน และไม่กล้าให้ข้อมูลต่างๆ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินคดีในกรณีนี้ หรือไม่ น.ส.เบญจากล่าวว่า ผู้เสียหายค่อนข้างให้ความไว้วางใจในกระบวนการสอบสวนหา ข้อเท็จจริงของพรรค ซึ่งผู้ร้องเรียนและผู้เสียหายยืนยันว่าจะไม่ดำเนินคดีเรื่องนี้ ต่อข้อถามว่า จะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ น.ส.เบญจากล่าวว่า หลังจากการสอบสวนเพิ่มเติมจากผู้ร้องเรียนคนที่ 3 ทางกรรมการวินัยชุดพิเศษและชุดเต็มจะหารือกันในวันนี้ว่า จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด ย้ำว่าเราจะดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด
ย้ำไม่ปกปิดคนผิด
ต่อข้อถามถึงกรณีคุกคามอื่นๆ มีความ คืบหน้าอย่างไรบ้าง น.ส.เบญจากล่าวว่า แต่ละเรื่องค่อนข้างละเอียดอ่อนและระมัดระวังแตกต่างกันไป อย่างกรณีจ.ปราจีนบุรี จะพิจารณาทางวินัยและต้องขอข้อมูลจากผู้ร้องเรียนและผู้เสียหายเพิ่มเติม ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับผู้เรื่องเรียนว่าจะมีความพร้อมด้านจิตใจและสะดวกในการให้ข้อมูลกับกรรมการวินัยเพิ่มได้วันไหน ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องเรียนด้วย
ส่วนกรณีรายที่ 4 นี้ ยังอยู่ในกระบวนการสืบหาข้อเท็จจริง คิดว่าเป็นไปโดยเร็วที่สุดแล้ว เพราะผู้ร้องเรียนได้ติดต่อเข้ามาเพื่อให้ข้อมูลเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสอบสวนแล้วมีความผิดจริง จะลงโทษอย่างไร น.ส.เบญจากล่าวว่า หากมีเรื่องการกระทำความรุนแรงทางเพศ เกิดขึ้นจริงในพรรค เรายืนยันว่า เป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรง เราจะไม่ปกปิด ไม่เข้าข้างสมาชิกองค์กรเดียวกัน และพร้อมที่จะถูกตรวจสอบจากสาธารณชนและสื่อมวลชน แต่พรรคก้าวไกลมีข้อบังคับของพรรคที่ต้องดำเนินการลงโทษตามสัดส่วน ซึ่งคงต้องรอกรรมการวินัยสรุปข้อเท็จจริงเป็นผลการวินิจฉัยก่อน เบื้องต้นคงมีการระบุว่าจะลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างไร และจะนำเสนอต่อกรรมการบริหารต่อไป แต่ยืนยันว่า ณ วันนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด เราต้องมีระบบการคุ้มครองทั้งผู้ถูกกล่าวหา และผู้ร้องเรียนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายวานว่า ช่วงค่ำคณะทำงาน พิเศษฯของพรรคยังไม่มีข้อสรุปในเคสสส.กทม.ฝั่งธน และจะประชุมต่อวันที่ 24 ต.ค. เพื่อนำผลสรุปเสนอกก.บห.ต่อไป
‘วันชัย’สะเทือนใจคดีพันธมิตร
วันเดียวกัน นายวันชัย สอนศิริ สว. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กทนายวันชัย สอนศิริ เรื่อง “ยึดสนามบินกับยึดอำนาจรัฐ” แสดงความรู้สึกสะท้อนใจและสะเทือนใจอย่างรุนแรงกรณี 11 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกพิทักษ์ทรัพย์คดียึดสนามว่า “ยึดสนามบินกับยึดอำนาจรัฐ ผมได้เห็นข่าวแกนนำพันธมิตร หรือเสื้อแดงเสื้อเหลือง นปช.หรือ กปปส.หรือผู้ร่วมขบวนการถูกศาลพิพากษาจำคุก เข้าๆ ออกๆ หลายหนหลายคดี ทั้งถูกฟ้องคดีแพ่งคดีอาญา รู้สึกสะท้อนใจถึงขั้นเจ็บปวดแทน
ยิ่งได้ข่าวว่าแกนนำพันธมิตร 11 คนถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลายยิ่งสะเทือนใจหนัก บางคนถูกยึดอายัดทรัพย์สินที่ดิน เงินเดือนเงินสำรองเลี้ยงชีพ บางคนตายไปแล้วทรัพย์สินของเมียก็ถูกตามยึด บอกตรงๆ ว่าโคตรสะเทือนใจ
คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นสีไหน ทำไมเขาต้องมาโดนแบบนี้ วีรบุรุษนักสู้ในขณะนั้นต้องจบชีวิตแบบนี้หรือ ใครจะรู้สึกอย่างไรหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ผมรู้สึกเศร้า สะเทือน เจ็บปวด ผมไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลและนายกฯ เศรษฐาที่ข้ามขั้วสลายสีสลายความขัดแย้งจะรู้สึกอย่างไรหรือไม่
พวกยึดอำนาจกลับได้นิรโทษ
กว่าที่พวกคุณจะมาเป็นรัฐบาล ก้าวข้ามคนที่บาดเจ็บล้มตายมาหลายร้อยหลายพันคน ตั้งแต่การชุมนุมประท้วงต่อสู้กันทางความคิดทางการเมือง ห้ำหั่นกันทั้งในสภาทั้งนอกสภา จนนำมาสู่การรัฐประหารถึง 2 ครั้ง แตกแยกแบ่งสี แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาเกือบ 20 ปี มีความเสียหายจากเหตุการณ์ต่างๆ มากมายมหาศาล จากเหตุการณ์ในวันนั้นจนกระทั่งถึงวันนี้ ผ่านการยึดกรุงเทพฯ ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน และยึดอำนาจรัฐ ทั้งคนตาย คนพิการ คนติดคุก คนอยู่ระหว่างดำเนินคดีทั้งชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา มากมายเสียเหลือเกิน
กลุ่มที่ยึดอำนาจรัฐกลับได้รับการนิรโทษกรรม แต่กลุ่มประชาชน กลุ่มสีต่างๆ ยังต้องรับเวรกรรมกันอยู่ แต่ละคนที่ลอยหน้าลอยตามีตำแหน่งแห่งหนอยู่ ทั้งที่ผ่านมาและในปัจจุบัน ไม่รู้สึกรู้สากันบ้างหรือไร ไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรเขาบ้างหรือ๊นักต่อสู้พวกนี้เขาต่อสู้เพื่อตัวเองกันหรือเปล่า เขาทุจริตคิดชั่วหรือเป็นโจรเลวทรามต่ำช้ากระนั้นหรือ๊ไม่ใช่เลย เขาทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ต่างแต่อุดมการณ์และความคิดกันเท่านั้น
ณ วันเวลานี้ เลิกได้ควรเลิก จบได้ควรจบ อย่าถือสาหาความต่อกัน ถ้าจะว่าผิดมันก็ผิดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าจะว่าถูกมันก็ถูกด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครผิดใครถูกหรือใครดีกว่ากัน ยิ่งยึดอำนาจรัฐ สาหัสสากรรจ์กว่าเขาเสียอีก ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ผมขอเรียกร้องรัฐบาลว่าจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็รีบทำซะ อย่ามัวแต่แต่งตัวโชว์ไปโชว์มา มันหมดเวลากับความขัดแย้งแล้ว๊ปรองดองกันให้จริงเสียทีเถอะ เป็นรัฐบาลก็เป็นแล้ว มีอำนาจก็มีแล้ว ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน หรือจะรอให้เขายึดอำนาจรัฐอีกที”
‘บิ๊กตู่’กลับจากญี่ปุ่น-มีความสุข
จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ และรมว.กลาโหม เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นพร้อมครอบครัว ค่ำวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศครั้งแรกหลังวางมือทาง การเมือง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ต.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยภายหลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เดินทางกลับมาจากญี่ปุ่นว่า สวัสดีครับพี่น้องคนไทยที่คิดถึงลุงตู่ทุกคน ลุงตู่กลับจากญี่ปุ่นแล้ว ลุงตู่ฝากขอบคุณทุกคน ท่านฝากความรักความห่วงใยถึงพี่น้องคนไทยทุกคน ท่านฝากบอกทุกคน ไปญี่ปุ่นได้เปลี่ยนบรรยากาศ มีเวลาพักผ่อน อากาศดี อยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆ รู้สึกสบายใจขึ้น มีความสุขดีครับ แต่ยังคงติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา
ปล.ผมบอกท่านว่าทุกคนอยากเห็นรูปไปเที่ยวญี่ปุ่น ลุงตู่ก็หัวเราะครับ
กมธ.การเมืองรับนัดถกประชามติ
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ในฐานะประธานกมธ.พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เปิดเผยว่านายนิกร จำนง ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการทำประชามติ เพื่อแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ได้ประสานและขอหารือถึงแนวทางการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 30 ต.ค. เวลา 10.30 น. ที่วุฒิสภา เบื้องต้นจะมีสว.ที่เป็นกมธ.การเมืองฯ เข้าร่วมหารือด้วย สำหรับประเด็นที่จะพูดคุยนั้น เบื้องต้นเป็นประเด็นเกี่ยวกับการทำประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น จะมีลักษณะคำถามอย่างไร รัฐธรรมนูญมีปัญหาอย่างไร สามารถแก้ไขรายมาตราแทนแก้ไขทั้งฉบับได้หรือไม่ รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เป็นต้น
เมื่อถามถึงกรณีที่สภาจะพิจารณาญัตติ ของพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งดูเหมือนจะโยนให้วุฒิสภาลงมติคัดค้าน นายเสรีกล่าวว่า เป็นเรื่องของสภา ที่ต้องพิจารณา ส่วนรายละเอียดนั้นต้องขอดูอีกครั้ง
กกต.โต้ลืมสอบทุจริตเลือกตั้ง
สืบเนื่องจากกรณีที่นายสมชาย แสวงการ สว. โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายหลังผ่านการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ว่า “กกต. มีหน้าที่ อย่าขี้ลืม เลือกตั้ง สส. ผ่านมาเกือบ 6 เดือนแล้ว คดีเลือกตั้งทุจริตไม่ชอบ 278 คำร้อง ความปรากฏ 38 เรื่อง เบาะแส 41 เรื่อง รวม 357 เรื่อง”
แหล่งข่าวจากกกต. เปิดเผยว่า ภายหลังจาก กกต.มีมติประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต และแบบบัญชี รายชื่อครบทั้ง 100 คน เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามกฎหมายกกต.ยังมีอำนาจพิจารณาการสืบสวนไต่สวนตามมาตรา 138 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. หากมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต กกต.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักงานกกต.ดำเนินการตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริง เมื่อข้อมูลพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว จะเสนอเรื่องให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กกต.ได้เผยแพร่เอกสารสถิติเรื่องร้องเรียนในการเลือกตั้ง สส.ปี 2566 ว่ามีคำร้องทั้งความปรากฏ และข้อมูลเบาะแส 357 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 267 เรื่อง และเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการ 90 เรื่อง
พท.ชนะขาดนายกอบจ.กาญจน์
ผู้สื่อข่าวรายงานผลการเลือกตั้งนายก อบจ.กาญจนบุรี แทนนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือหมอหนุ่ย ที่ลาออกไปรับตำแหน่งรมช.คมนาคม ในโควตาพรรคเพื่อไทย ซึ่งเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 ต.ค. มีผู้สมัคร 2 คน คือ เบอร์ 1 นายสุกวี แสงเป่า หรือทนายวี อดีตประธานสภาทนายความจังหวัด อดีตผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคก้าวไกล เป็นผู้สมัครอิสระในนาม ‘อนาคตกาญจน์’ ซึ่งในช่วงหาเสียงเลือกตั้งมีสมาชิกพรรคก้าวไกล ลงไปช่วยหาเสียงด้วย และเบอร์ 2 นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ หรือหมอหวัด อดีตรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ลงสมัครในนาม ‘ทีมพลังกาญจน์’ ที่มีรมช.สุรพงษ์ให้การสนับสนุน
ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ นพ.ประวัติ ได้ 141,984 คะแนน ชนะนายสุกวี ที่ได้ 81,958 คะแนน ห่างกันถึง 60,026 คะแนน สำหรับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมี 223,942 คน คิดเป็น 35.11% ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งจังหวัดมี 637,672 คน พบไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 413,730 คน หรือประมาณ 64.89% หลังจากนี้หากไม่มีเรื่องร้อนเรียน กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งภายใน 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน
‘ทักษิณ’เข้าผ่าตัด-พักฟื้นไอซียู
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่าในวันนี้เวลาประมาณ 09.00 น. นายทักษิณ ชินวัตร ได้ถูกส่งเข้าห้องผ่าตัดออร์โธปิดิกส์ จนถึงเวลา 14.00 น. หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้น ได้มาพักที่ห้องไอซียู ศัลยกรรมประสาท (Neurosurgical Intensive Care Unit : NICU) โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่และดูแลความเรียบร้อยต่อไป
กรมราชทัณฑ์ขอชี้แจงข้อมูลให้สังคมรับทราบว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการส่งผู้ต้องขังออกไปรักษาภายนอกเรือนจำอยู่แล้วทั้งไปกลับ หรือต้องนอนพักรักษาตัวด้วยภาวะโรคต่างๆ และมีสถิติสะสมการส่งผู้ต้องขังป่วยออกรักษาพยาบาลนอกเรือนจำ นานเกิน 30 วันขึ้นไป ตั้งแต่ 1 ต.ค.2565-ปัจจุบัน รวม 149 ราย แบ่งเป็นเกินกว่า 30 วัน จำนวน 115 ราย เกินกว่า 60 วัน จำนวน 30 ราย และเกินกว่า 120 วัน จำนวน 4 ราย