ทวีรุดคุกนครฯ บี้สอบปมผู้คุม

‘รมว.ยุติธรรม’ รุดตรวจคุกนครศรีธรรมราช ย้ำต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการไล่ล่า ‘แป้ง นาโหนด’ ทำอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปช่วยเหลือกัน ระบุพฤติกรรมเสี่ยแป้ง ชอบข่มขู่จนท.ราชทัณฑ์ จนถูกส่งจากพัทลุง ตร.เชิญนายกอบต.พื้นที่ จ.สตูล สอบข้อมูลกลางดึก หลังพบเชื่อมโยงเสี่ยแป้งและลูกน้อง จนท.คุม ‘หมวย-ไหม’ ส่งฝากขัง ตร.พัทลุง ยังไล่ล่ากระชั้น หลังพบสัญญาณมือถือหายไปช่วงถนนเพชรเกษม บนภูเขาพับผ้า เขตรอยต่อตรัง-พัทลุง คาดอาจหลบซ่อนบนเทือกเขาบรรทัด ส่วนกระบะอีซูซุ สีขาว 4 ประตู กลับไปเคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอวังวิเศษ คาดแยกย้ายกันหลบหนี แฉ 2 สมุนพาเมีย-ลูกหนีไปพร้อมกัน เชื่อกัน เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงหากโดนจับ

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 25 ตุลาคม ที่ เรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี นช.เชาวลิต ทองด้วง หรือ ‘แป้ง นาโหนด’ นักโทษคดีสำคัญได้หลบหนีจากร.พ.มหาราช โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

พ.ต.อ.ทวีเปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ได้ประชุมติดตามสถานการณ์ ปัญหาอุปสรรคในการติดตามตัวเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของจนท. ที่ทำให้ผู้ต้องขังคนสำคัญหลบหนี ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่กรมราชทัณฑ์ ตั้งขึ้นสอบให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน เพราะนอกจากกรมราชทัณฑ์แล้วยังมีกรมสอบสวนคดีพิเศษมาร่วมด้วย ในการรับฟังสถานการณ์เห็นว่า ตำรวจทุกจังหวัดมาช่วยด้วย โดยทางพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ได้สั่งการ ไปแล้ว ส่วนกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรมจะให้ข้อมูลสนับสนุน ซึ่งตำรวจที่มาทำงานเขาเป็นมืออาชีพ ตราบใดที่ยังไม่ได้ตัวคนร้ายไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับระเบียบของกรมราชทัณฑ์ในการจ้างคนนอกไปเฝ้าไข้นั้นไม่มีระเบียบการจ้างคนอื่นมาเฝ้าไข้ และ ขณะประชุมได้นำตัวผู้คุมที่อยู่ในเหตุการณ์ คนนั้นมาซักถาม ซึ่งต้องให้ทางตำรวจ ดำเนินการต่อไป

“การหลบหนีของเสี่ยแป้งในครั้งนี้ ทราบว่ามีหมายสำคัญที่เป็นแรงจูงใจ ซึ่ง ต้องดูอย่างละเอียดเบื้องหลังด้วย ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ด้วย และขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา อย่าไปช่วยเหลือกัน ซึ่งทุกคนทำเต็มที่ ส่วนคนร้ายนั้นไม่ใช่เป็นคนดี ทำความผิดมาเยอะ เขาต้องรู้ว่าตำรวจคิดอย่างไรกับเขา แล้วเขาจะหนีอย่างไร ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ทำงานให้รอบคอบ มีความละเอียด เพราะฉะนั้นขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการทำงานในคดีนี้ด้วย” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง นาโหนด มีพฤติกรรมค่อนข้างจะข่มขู่ผู้อื่น โดยเฉพาะผู้คุมและเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ซึ่งขณะถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดพัทลุงได้ข่มขู่ผู้คุมและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทำตัวให้รู้ว่าตัวเองเป็นคนกว้างขวาง มีอิทธิพล ใกล้ชิดกับนักการเมือง และผู้หลักผู้ใหญ่ระดับชาติ มีครั้งหนึ่งเคยพูดกับผู้คุมคนหนึ่งว่า ภรรยาขายผลไม้อยู่ใช่ไหม ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงข่มขู่ว่า ถ้าดูแลไม่ดีก็จะส่งคนไปคุกคามภรรยาของผู้คุมคนนั้น

ต่อมาทาง ผบ.เรือนจำพัทลุง ทราบ เห็นว่าพฤติกรรมของนักโทษชายรายนี้ไม่มีความปลอดภัย เนื่องจากเรือนจำพัทลุง ไม่ใช่เรือนจำความมั่นคงสูง จึงส่งตัวมาควบคุมอยู่ที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ซึ่งในขณะจองจำที่อยู่ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เสี่ยแป้งมักจะนั่งรถเข็น และทำทีเหมือนเป็นไข้ เดินไม่ได้อาจจะเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เรือนจำคิดว่าไม่สบายอยู่ตลอดเวลาจริง จึงไม่ได้ระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

ที่เกิดเหตุ – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ ‘แป้ง นาโหนด’ นักโทษคนดัง ตัดโซ่ตรวนหลบหนี ออกจากร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 25 ต.ค.

ต่อมาพ.ต.อ.ทวีเดินทางต่อมาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อเข้าร่วมประชุมติดตามข้อมูล จากบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราชได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ข้อมูลวันนี้มีข้อมูลสำคัญจากบุคลากรทางการแพทย์ พบว่าตั้งแต่วันที่ 18 ได้แจ้งเลื่อนนัดไปยังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชแล้ว และนัดใหม่อีกครั้ง แต่กลับพบว่ายังมีการนำนายเชาวลิตเข้ามา พบแพทย์อีกที่ห้องทันตกรรม เจ้าหน้าที่จึงรับดำเนินการ แต่ขณะที่นำตัวออกไปจากห้องทันตกรรมนั้น นายเชาวลิตหรือเสี่ยแป้งเป็นลมพบว่าความดันต่ำมาก จึงเข้าสู่กระบวนการช่วยชีวิต จากนั้นเคลื่อนย้ายต่อไปยังหอผู้ป่วย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในตอนกลางวันของ วันที่ 20 ตุลาคม และในคืนเดียวกันเสี่ยแป้งได้พยายามหลบหนีครั้งแรกแต่ไม่สำเร็จ แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ได้ทบทวนกระบวนการทั้งหมดพบว่าสาเหตุที่ความดันของนายเชาวลิตตกอย่างมากในขณะเกิดการเป็นลม อาจเป็นไปได้ว่านายเชาวลิตอาจกินยาลดความดันในขณะที่มาถึงโรงพยาบาล และกินเกินขนาด หรือที่เรียกว่าโอเวอร์โดส ทำให้ความดันตกอย่างรุนแรงเกิดอาการเป็นลม จึงเข้าสู่แผนการหลบหนีของนายเชาวลิต

ส่วนสภ.เมืองนครศรีธรรมราช ในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่เร่งสอบปากคำนางยุวเรศ หรือหมวย เพิ่มเติมในวันนี้อย่างละเอียด หลังจากนั้น จะคุมตัวทั้งนางยุวเรศและน.ส.วิลาวัลย์ หรือ ไหม ขออำนาจศาลนครศรีธรรมราช ฝากขังผัดแรก และเมื่อคืนที่ผ่านมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 และชุดสืบสวนภูธรนครศรีธรรมราช ติดตามความเคลื่อนไหวของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคนหนึ่งในพื้นที่ จ.สตูล ที่มาอยู่ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังพบตัวเมื่อคืนก็ได้เชิญมาที่ สภ.เมือง เพื่อขอข้อมูลความเกี่ยวข้องกับนายเชาวลิต หรือ เสี่ยแป้ง และนายจีรวุฒิ หรือปอย ซึ่งการเชิญนายกอบต.รายนี้เพื่อมาให้ข้อมูลสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่พบหลักฐานจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดพบว่านายจีรวุฒิหรือปอยได้พบกับนากยกอบต.คนนี้ ซึ่งเจ้าตัวได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสืบสวนอย่างมาก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

ล่าแป้ง – ตำรวจหลายหน่วยสนธิกำลังติดตามไล่ล่า ‘แป้ง นาโหนด’ นายเชาวลิต ทองด้วง ผู้ต้องขังคนดังที่หลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ โดยเข้าตรวจค้นหลายจุดในอ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 25 ต.ค.

ขณะที่ปฏิบัติการไล่ล่าในวันที่สี่ ตำรวจภูธรพัทลุง ตำรวจภาค 9 ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช และตำรวจภาค 8 ยังคงวางแผนสืบหาข่าวแหล่งกบดานของกลุ่ม ผู้ต้องหา พร้อมกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ เข้ากดดันหลายพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ตามเส้นทางที่ปรากฏการเคลื่อนไหวของรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว และรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ นอกจากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.ใน 11 อำเภอ พื้นที่จังหวัดพัทลุง ออกตรวจเช็กโรงแรม รีสอร์ต ทุกแห่งที่มีกว่า 100 แห่ง เพื่อตรวจสอบรายชื่อของผู้เข้าพัก ที่อาจจะมีกลุ่มผู้ต้องหาหลบหนีเข้าพัก

จากการข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อช่วงก่อนรุ่งของวันที่ 23 ตุลาคม พบสัญญาณโทรศัพท์มือถือและรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค สีดำ ขม1359 สงขลา เส้นทางถนนเพชรเกษม บนภูเขาพับผ้า เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง-พัทลุง ในเขตตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง จากนั้นสัญญาณโทรศัพท์มือขาดหายไป ส่วนรถเก๋งฮอนด้า ก็ออกจากพื้นที่ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ คาดว่ากลุ่มผู้ต้องหา นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง พร้อมลูกน้อง จะลงเดินเท้า เข้ากบดานบนพื้นที่ป่าเขาบรรทัด ซึ่งด้านบนเป็นพื้นที่ปลูกยางพาราของชาวบ้าน และมีที่พักเป็นขนำ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านแจ้งว่ามีรถจักรยานยนต์ วิ่งเข้าออก เป็นช่วงซึ่งขนสัมภาระขึ้นไปด้วยในแต่ละครั้ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังออกหาข่าวในทุกด้านหากพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวหลบหนีมากบดานอยู่ ในพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ก็จะดำเนินการ เข้าปิดล้อมตรวจค้นจับกุมทันที พร้อมให้ ชาวบ้าน ผู้นำในพื้นที่แจ้งเบาะแสหากมีกลุ่มคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ

ขณะที่รายงานข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจพบกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ของกลุ่มต้องหาในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดพัทลุง และได้พบป้ายทะเบียนที่ถูกถอดทิ้งในพื้นที่ และพบว่าเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นั้นกระบะอีซูซุ สีขาว 4 ประตู กลับไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ อำเภอ วังวิเศษ ซึ่งคาดกลุ่มผู้ต้องหากำลังพยายามแยกย้ายกันหนี โดยทั้ง นายจีรวุฒิและนายจักรียังพาลูกและภรรยาหลบหนีไปด้วย โดย นายจีรวุฒิพาทั้งภรรยาและลูก ส่วนนายจักรีพาภรรยาท้องแก่ใกล้คลอด หลบหนีไปด้วย ซึ่งเป็นไปได้ว่าหากเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้เป็นโล่ป้องกันตัวหากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้ความรุนแรง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน