บัวแก้วประณาม ฆ่าอำมหิตเหยื่อ
บัวแก้วประณาม เข่นฆ่าคนไทยในอิสราเอล ‘นายกฯ’ เผยนอนไม่หลับ ห่วงแรงงาน หวั่นสงครามลุกลามทำอพยพลำบาก เตรียมส่งรมต.เจรจาช่วยเหลือตัวประกัน เสียใจทูตอิสราเอล เปิดคลิปทำร้ายแรงงานไทย โชว์เวทียูเอ็น ยันประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร ‘อนุทิน’แจง มท.ร่อนหนังสือถึงญาติคนไทยในอิสราเอล ขอช่วยเกลี้ยกล่อมชวน กลับบ้าน ยันได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนหลังเหตุสงบกลับไปทำงานได้ ‘ทอ.’ ส่ง A340 บินแบบแอร์บริดจ์ เที่ยวที่ 5 รับคนไทย ศธ.เผย น.ศ.อาชีวะในอิสราเอลขอกลับไทยทั้งหมดหลังการสู้รบทวีความรุนแรงมากขึ้น ‘พิพัฒน์’ เตรียมชง ขอพักหนี้แรงงานไทยในอิสราเอล ทั้งต้นทั้งดอก ใน-นอกระบบนาน 3 ปี
วันที่ 29 ต.ค. กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ท่าทีต่อกรณีคนไทยถูกสังหารอย่างไร้มนุษยธรรม ถูกทำร้าย และถูกจับเป็นตัวประกัน ในสถานการณ์ความรุนแรงในอิสราเอล-กาซ่า ความว่าตามที่ เมื่อเร็วๆ นี้ในการประชุมสหประชาชาติ ได้มีการแสดงคลิปภาพของเหยื่อที่ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด โดยอ้างว่าเป็นคนไทยนั้น ภาพการสังหารดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง ไม่ใช่เฉพาะต่อประชาชน คนไทยเท่านั้น แต่ต่อคนทั่วโลกด้วย
กระทรวงการต่างประเทศรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นรายงานคลิปภาพของเหยื่อ และไม่เห็นด้วยกับการเผยแพร่ภาพ ที่ไม่คำนึงถึงและไม่เคารพต่อผู้เสียชีวิต และครอบครัว กระทรวงการต่างประเทศประณามการเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะกระทำต่อคนชาติใด โดยฝ่ายใด และด้วยเหตุผลใดก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่มีพี่น้องคนไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบนี้แล้วถึง 32 คน บาดเจ็บ 19 คน และถูกจับไป 19 คน (ตัวเลขสถานะคืนวันที่ 28 ตุลาคม 2566) และขอเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกัน ทุกสัญชาติทุกคนในทันที
ต่อมาเวลา 12.30 น.ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 จ.อุดรธานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าช่วยเหลือแรงงานไทยกลับจากอิสราเอลว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นอนไม่หลับ โดยสงครามควรจะให้จำกัด อยู่ในพื้นที่แต่ตอนนี้ความอันตรายเริ่มจะขยายไปในภาคพื้น และไม่อยากให้เกิดขึ้นเพราะมีแรงงานไทยอยู่ในพื้นที่เยอะ ฝ่ายความมั่นคงและรมว.มหาดไทยก็เป็นห่วงเรื่องนี้ ขณะนี้มีแรงงานจากจ.อุดรธานี ทำงานอยู่ในพื้นที่สู้รบเยอะ หน่วยงานในจังหวัดรวมถึงสส.ได้ช่วยกันกระจายบอกกล่าวหากจะเดินทางกลับมาพร้อมกันอาจ มีขีดจำกัด เพราะตอนนี้รับคนกลับมาได้ มากสุด 1,000 คน หากเกิดสงครามในภาคพื้นดินถนนจะถูกตัดขาด การจะเดินทาง จะยิ่งลำบากมากขึ้น ด้านผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่เวลานี้อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และ จะมีหนึ่งในคณะรัฐมนตรีเตรียมจะบินไปประเทศแถบตะวันออกกลางในเร็วนี้เพื่อหารือการช่วยเหลือตัวประกัน
นายเศรษฐากล่าวว่า ตลอด 2 วันที่ผ่านมาไม่สบายใจเป็นอย่างมาก อยากให้แรงงานไทยรีบกลับมา และยังคาดหวังว่าจำนวนคนที่เปลี่ยนใจไม่เดินทางกลับจะมีน้อย ขอย้ำ ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะเพิ่มเที่ยวบินรับคนไทยกลับให้มากขึ้นทั้งฝ่ายความมั่นคงและกลาโหม ให้ความสำคัญกับการลำเลียงคน แต่มีปัญหาเรื่องของการเดินทาง จึงต้องขอให้แรงงานรีบแจ้งว่าจะเดินทางกลับ ทั้งนี้ ไม่อยากให้คิดหรือประเมินถึงขั้นว่าจะรับคนไทยกลับไม่ได้ หากนำคนไทยกลับมาประเทศผ่านสายการบินไม่ได้ก็ต้องอาศัยทางบก หากทางบกมีปฏิบัติการภาคพื้นก็เดินทางลำบาก มีความเสี่ยงอีก ความโหดร้ายของสงครามที่แต่ละฝ่ายไม่ยอมยึดกติกา ในการทำสงคราม ผู้เสียหาย ผู้บริสุทธิ์ จะเป็นเหยื่อ ตนได้ย้ำไปตั้งแต่วันแรกที่มีการ สู้รบว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ไม่อยากให้มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อนำคนไทยกลับมาให้โดยเร็วที่สุด และในวันที่ 31 ต.ค.นี้รัฐบาลจะออกมาตรการเสริมสำหรับแรงงาน ทั้งการออกมาตรการเงินกู้ระยะต่ำและระยะยาวเพื่อให้ไปใช้หนี้ โดยรมว.แรงงาน ได้รวบรวม ข้อเสนอมาแล้วและจะนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา
เมื่อถามกรณีทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติเปิดคลิปแรงงานไทยถูก กลุ่มฮามาสทำร้ายในเวทียูเอ็นได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า กำลังให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเพราะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่และไม่ใช่เรื่องที่จะมาเปิดเผย แค่นี้สงครามโหดร้ายพอแล้ว อย่าไปเติมน้ำมันเข้าไปในไฟ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ อยู่ตรงกลางไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความ ขัดแย้ง เราต้องการเพียงแค่ให้คนของเราปลอดภัยและตัวประกันออกมาเร็วที่สุด
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะให้กองทัพอากาศเพิ่มเที่ยวบินไปรับคนไทยมากขึ้น นายเศรษฐากล่าวว่า ก็พยายามโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าสงครามรุนแรงก็จะมีผลต่อการขึ้นลงของเครื่องบิน และต้องดูจำนวนคนที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับ หากเพิ่มเที่ยวบินไปแล้วคนเดินทางกลับมาน้อยก็จะไม่คุ้ม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ของไทยต้องชื่นชม เพราะมีหลายคนที่ สมัครใจที่จะไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ เอาคนไทยกลับ บุคลากรที่เสนอตัวไปไม่มีขีดจำกัด ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็มีความเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ไทยที่ปฏิบัติงานอยู่ที่อิสราเอล
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังอิสราเอลเพิ่ม ปฏิบัติการภาคพื้นดินจะทำให้การช่วย ตัวประกันยากขึ้นหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่อยากคิดอย่างนั้น ยังไม่มีข้อมูลมา ไม่อยากจะแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายพยายามอย่างเต็มที่ทั้งผบ.ทบ. ผบ.ทสส. นอกจากนั้นตนได้โทร.หานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ถึงการใช้กลไกมหาดไทยลงไปพูดคุยกับญาติพี่น้องของแรงงานให้ชักชวนเดินทางกลับประเทศ ส่วนรายละเอียดสอบถามกันต่อไป
วันเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งไปแต่ละจังหวัดให้ญาติของแรงงานไทยในอิสราเอลเกลี้ยกล่อมแรงงานให้กลับประเทศว่า ก็ต้องช่วย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่ง ท่านกรุณาสั่งการด้วยตนเอง เพราะมี ความเป็นห่วงพี่น้องแรงงานชาวไทย ในอิสราเอล และหลายคนก็เป็นตัวประกัน ด้วย ท่านคงมีความกังวลว่าถ้าหากมีการ ใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินแล้วจะเพิ่ม ความเสี่ยงให้กับพี่น้องประชาชน จึง ตัดสินใจว่าอย่างไรก็ขอให้พี่น้องคนไทย ได้กลับมาสู่มาตุภูมิก่อน
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ทางรัฐบาลจะ เร่งรมว.แรงงาน ให้มีการทำเรื่องเสนอในการเยียวยาให้กับพี่น้องแรงงานชาวไทย ในอิสราเอล เพียงแต่ขอให้กลับมาสู่ ประเทศไทยให้ปลอดภัยก่อน ซึ่งนี่คือ ความเป็นห่วงของนายกรัฐมนตรี และท่านก็ขอให้เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือไปยังแต่ละจังหวัด และ เราสำรวจแล้วว่าแต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ มีครอบครัวผู้ใช้แรงงานอิสราเอลจำนวน เท่าไหร่ จึงช่วยกันให้ญาติๆ ชวนกันกลับมาเพื่อให้ความมั่นใจว่าเอาชีวิตปลอดภัย ไว้ก่อน แล้วรัฐบาลจะเยียวยาช่วยเหลือ ให้มากที่สุด ย้ำว่านี่คือความประสงค์ของ นายกฯ
ส่วนที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 กองทัพอากาศ วันนี้เครื่องบิน A-340 บินอพยพคนไทยในอิสราเอลเที่ยวบินที่ 5 โดยบินแบบต่อระยะ หรือแอร์บริดจ์ ที่อพยพคนไทยจากสนามบินฟูไจราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยไม่ต้องบินไปถึงอิสราเอล ผ่านน่านฟ้า 4 ประเทศ โดยถึง ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ในวันที่ 30 ต.ค. เวลา 02.20 นาที ใช้เวลาบินไป-กลับรวม 12 ชั่วโมง
ด้านนายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แรงงานบางส่วนยังกังวลเรื่องค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับ หรือกังวลว่าจะไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานได้ภายหลังจากสถานการณ์สงบลง รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานยืนยันให้ความมั่นใจกับพี่น้องแรงงานว่าแรงงานทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน และสามารถกลับไปทำงานภายหลังสถานการณ์สงบได้อย่างแน่นอน
“รัฐบาลวอนให้พี่น้องแรงงานไทยพิจารณาทบทวนให้ถี่ถ้วนในการเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตเป็นสิ่งแรก โดยรัฐบาล ได้เตรียมพร้อมในการอพยพพี่น้องแรงงานไทยกลับสู่ประเทศได้อย่างปลอดภัยในเวลาที่รวดเร็วที่สุด สามารถแจ้งความประสงค์มายังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ หรือเดินทางมายังศูนย์พักพิงได้ทันทีที่: รร. David InterContinental, Kaufmann Street 12, Tel Aviv- Yafo, 61501 โทรศัพท์ศูนย์พักพิง : 050-443 8094, 053-557-4115 โทรศัพท์สถานทูตฯ : 055-271 2201, 053-245 2826, 054-636 8150” นายคารมกล่าว
ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความห่วงใยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก สั่งการให้ ดูแลและติดตามนักศึกษาอาชีวะที่ไป ฝึกประสบการณ์วิชาชีพตามโครงการ ความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนทวิภาคี ระดับ ปวส. สาขาพืชศาสตร์ ไทย-อิสราเอล ประจำปี 2566 รุ่นที่ 24 จำนวน 78 คน ณ ศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติด้านการเกษตร ในเขตอาราวา The Arava International Center for Agricultural Training (AICAT) สาธารณรัฐอิสราเอล ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งขอกลับประเทศไทย มาแล้ว 7 ราย โดยสถานทูตไทยที่อิสราเอลได้แจ้งว่า ขณะนี้สถานการณ์สู้รบในประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น และอาจขยายพื้นที่การทำสงครามไปตามเขตเมืองต่างๆ ดังนั้น จึงขอแจ้งให้มีการอพยพคนไทยที่อยู่ ในประเทศอิสราเอลเดินกลับประเทศไทยโดยเร็ว
โฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ตนได้โทรศัพท์พูดคุยทำความเข้าใจกับนักศึกษาอาชีวะ ที่ฝึกประสบการณ์ตามโครงการดังกล่าวที่เหลืออยู่ทั้งหมดแล้ว เพราะหากยังฝึกประสบการณ์วิชาชีพอยู่ อาจได้รับผลกระทบได้ แม้สถานที่ฝึกงานจะอยู่ห่างไกลจากพื้นที่การสู้รบก็ตาม ซึ่งนักศึกษาอาชีวะทุกคนยืนยันจะเดินทางกลับประเทศไทยทันที โดยจะออกเดินทางจากประเทศอิสราเอลในวันที่ 29 ต.ค.นี้ และ เดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 30 ต.ค. เวลา 15.50 น. ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การสู้รบ ในประเทศอิสราเอลคลี่คลายลงแล้ว หากนักศึกษาประสงค์จะกลับมาฝึกประสบการณ์ต่อทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะเตรียมงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับฝึกวิชาชีพที่ประเทศอิสราเอลต่อไป

งานเมาลิด – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เป็นประธานเปิดงานเมาลิด “ธารน้ำใจ หลั่งไหล สู่ตาดีกาดารุสสาลาม” เพื่อระลึกถึงเกียรติประวัติของท่านศาสดา นบีมูฮำหมัด พร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องมุสลิม ที่มัสยิดดารุสสาลาม ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เตรียมเสนอ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เพื่อขอให้พักหนี้แรงงานชาวไทยที่เป็นหนี้จากการ เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอล ด้วยการพักต้น พักดอกเบี้ย วงเงินคนละไม่เกิน 150,000 บาท คาดใช้งบประมาณไม่เกิน 300-400 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี
นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า เราจะทำเรื่องไปให้ท่านนายกฯ เหมือนที่ท่านดำเนินการ กับเกษตรกร โดยเวฟพักต้น พักดอก วงเงิน 3 แสนบาท เป็นเวลา 3 ปี เราก็จะเอาโมเดลนี้มาใช้ จากการหารือกับกรมจัดหางาน แรงงานส่วนใหญ่ที่ไปอิสราเอลจะกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร (ธ.ก.ส.) โดยส่วนใหญ่ไม่เกิน 150,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน “ดังนั้น เราจะขอในวงเงินนี้ พักต้น พักดอก และหากมีการกู้นอกระบบ ก็จะขอทรานสเฟอร์ไปสถาบันการเงินของรัฐไปปิดตรงนั้น โดยจะขอหารือภายใน วันอังคารนี้ หรือไม่เกินสัปดาห์หน้า” นายพิพัฒน์กล่าว
นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กล่าวถึงผลการดูแลสุขภาพของแรงงานไทยที่ เดินทางกลับมาจากอิสราเอลว่าภาพรวมกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการคัดกรองสุขภาพกายและจิตใจของผู้เดินทางกลับมารวม 38 ชุด จำนวน 6,464 ราย เป็นชาย 6,337 ราย และหญิง 127 ราย พบมีอาการเจ็บป่วยทางกาย 100 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.5 ได้แก่ บาดเจ็บ 20 ราย อาการทางเดินหายใจ 63 ราย โรคประจำตัว 3 ราย อาการทางผิวหนัง 12 ราย ไข้ออกผื่น 1 ราย และมีไข้ ปวดศีรษะ 1 ราย ส่วนอาการด้านสุขภาพจิต พบมีความไม่สบายใจ 480 ราย คิดเป็น ร้อยละ 7.4 ส่วนใหญ่ไม่สบายใจระดับ ปานกลาง 403 ราย ระดับมาก 50 ราย และระดับมากที่สุด 27 ราย ซึ่งทั้งหมดได้รับ การติดตามดูแลจากสถานพยาบาลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับการดูแลจิตใจโดยทีม MCATT ในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 12-29 ต.ค. มี ผู้ได้รับการดูแลรวม 14,720 ราย ได้แก่ ผู้บาดเจ็บและกลุ่มญาติผู้บาดเจ็บ/เสียชีวิต/สูญหาย/ตัวประกัน 775 คน, ผู้ไม่บาดเจ็บ ที่กลับมาแล้ว/คนไทยในอิสราเอลและ ญาติคนไทยที่ยังไม่กลับมา 11,788 คน และประชาชนที่รับรู้เหตุการณ์ 2,157 คน โดยมีทั้งการปฐมพยาบาล การให้ความรู้ด้านสุขภาพจิต การจัดการความเครียด การจัดการภาวะวิกฤต การเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตสำหรับผู้ประสบภาวะวิกฤต/ ภัยพิบัติ ใช้ Mental Health Check และ สายด่วนสุขภาพจิต 1323