ลวงร่วมลงทุนเข้าบัญชีตัวเอง
ตร.ตามรวบคาบ้านหนุ่มแบงก์แสบ ลวงร้อยล้านเข้าบัญชีตัวเอง หลอกลูกค้าร่วมลงทุนกับธนาคาร ให้จ่ายผ่านแอพฯ เอาเงินเข้ากระเป๋า แถมลอบนำซิม ลูกค้ามาติดตั้งโมบายแบงกิ้ง กดโอนเงินเอง มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสดูแลวีไอพีที่มีเงินฝาก ระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป แบงก์ตรวจพบแจ้งตร.
วันที่ 30 ต.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. ได้รับรายงานจากพล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 หลังตำรวจฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุมเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งหลอกลูกค้าลงทุนมูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท โดยมีพฤติกรรมโอนเงินจากบัญชีลูกค้าเข้าบัญชีของตัวเองโดยที่ลูกค้าไม่รู้
ทั้งนี้ ธนาคารต้นสังกัดตรวจพบว่า นายนัธทวัฒน์ หรือ บอย อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาวุโส-ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน มีหน้าที่ดูแลลูกค้าพิเศษมีเงินฝากระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีพฤดิกรรมทุจริตต่อหน้าที่ โดยระหว่าง วันที่ 1 เม.ย. 2563-5 มิ.ย. 2566 ได้ทุจริตหลอกลวงลูกค้าของธนาคาร 18 ราย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนของธนาคารและหรือผลิตอื่นที่มิใช่ของธนาคาร อาทิ ลงทุนทอง เพื่อให้ลูกค้าลงทุน
โดยหลอกลวงให้ลูกค้าเข้าใจว่าเป็นการลงทุนกับธนาคาร แต่ให้ลูกค้าโอนเงินชำระค่าหน่วยลงทุนเข้าบัญชีส่วนตัวที่ได้สร้างผ่านแอพพลิเคชั่น “Exness” โดยไม่ได้โอนเงินเข้าบัญชีตามที่ธนาคารกำหนด และแอบนำ ซิมการ์ดโทรศัพท์ของลูกค้า 1 ใน 18 ราย มาเสียบเข้ากับโทรศัพท์ของนายนัธทวัฒน์ แล้วทำการโหลดแอพฯ ของธนาคาร ยืนยันตัวตนรับรหัสโอทีพี (OTP) ติดตั้งแอพฯ ธนาคารบนโทรศัพท์ของนายนัธทวัฒน์ และได้ถอด ซิมการ์ดคืนเข้าโทรศัพท์ของลูกค้า
จากนั้นเข้าระบบของแอพฯ ธนาคารแล้วโอนเงินจากบัญชีลูกค้าเข้าบัญชีของนาย นัธทวัฒน์ ทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายเป็นเงินรวม 94,821,450.00 บาท ซึ่งต่อมาธนาคารได้ตรวจพบการกระทำผิดเนื่องจากลูกค้ากำลังจะนำเงินไปทำธุรกรรมแต่ไม่พบว่ามีเงินฝากดังกล่าว และได้ทำบันทึกยอมรับสารภาพว่าได้กระทำการทุจริตเงินของลูกค้าจำนวน 94,821,450.00 บาท ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว และได้คืนเงินให้ลูกค้าบางส่วน จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม
ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลอาญามีนบุรีอนุมัติหมายจับที่ จ1086/2566 ลงวันที่ 26 ต.ค. 2566 เข้าจับกุม นายนัธทวัฒน์ ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงและเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงไว้โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตนเองและปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม”
ต่อมาพ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.สยมภู กุลจิตติสิโรดม รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม พ.ต.ต.อัษฎาศ์ เนตรพุดซา สว.สส.สน.โคกคราม และชุดสืบสวน สน.โคกคราม ได้ออกสืบสวนติดตามจับกุม กระทั่งได้รับแจ้งเบาะแสว่าพบตัวนายนัธทวัฒน์หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งย่านถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตประเวศ กทม.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำหมายค้นของศาลอาญาพระโขนง เลขที่ 219/2566 ลงวันที่ 28 ต.ค.2566 เข้าตรวจค้น กระทั่งพบนายบอยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวจึงจับกุมตัวมาสอบสวน เบื้องต้นนายนัธทวัฒน์ให้การว่าสาเหตุที่ทำเนื่องจากต้องการเอาเงินลงทุนไปเทรดทองคำเท่านั้นจึงก่อเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งสน.โคกคราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป