ชิงตลาด2แสนล.โชว์โฉม2แบรนด์ศึก‘น้ำเมา’เดือด

‘คาราบาว-ตะวันแดง’ บุกตลาดเบียร์ หวังเป็นขั้วที่ 3 ชิงส่วนแบ่ง 2.6 แสนล้าน เปิดตัว 2 แบรนด์ ‘เสถียร เสถียรธรรมะ’ ลั่นเซ็ตมาตรฐานใหม่ ให้คนไทยรู้จักรสชาติระดับโลก ทุ่มงบทำกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ต่อสัญญาเป็นสปอนเซอร์คาราบาวคัพในอังกฤษถึงปี 2027 ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของ EFL

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาพระราม 3 นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “กลุ่มคาราบาว” เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มเทครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ในการเปิดตัวเบียร์ 2 แบรนด์ คือ ‘คาราบาว’ และ ‘ตะวันแดง’ ด้วยเงินลงทุน 4,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุด เพื่อสร้างโรงงานผลิตเบียร์ที่จ.ชัยนาท ด้วยเทคโนโลยีการผลิตมาตรฐานโลกจากเครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด โดยมีกำลังการผลิตรวม 400 ล้านลิตร ในช่วงแรกนำร่องการผลิตที่ 200 ล้านลิตร พร้อมกับวางแผนการตลาดแบบครบวงจร ทั้งนี้ตำแหน่งทางการตลาดทั้ง 2 แบรนด์ เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในกลุ่มอีโคโนและกลุ่มสแตนดาร์ด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนใหญ่มากกว่า 90% จากมูลค่าตลาดรวม 2.6 แสนล้านบาท โดยในส่วนของเบรนด์คาราบาว รองรับกลุ่มเป้าหมายอีโคโนมีถึงสแตนดาร์ด และแบรนด์ตะวันแดงรองรับกลุ่มเป้าหมายสแตนดาร์ดถึงพรีเมียม ซึ่งสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคครอบคลุมในทุกกลุ่ม พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็น ผู้เล่นหลัก 1 ใน 3 ของตลาด

นายเสถียรกล่าวถึงยุทธ์หลักในการรุกตลาด ว่า จะมุ่งนำเสนอเบียร์คุณภาพระดับโลก ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับตลาด โดยนำประสบการณ์จากการดำเนินธุรกิจโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ไมโครบริวเวอรี่ (Microbrewery) อันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงจากรสชาติเบียร์แบบต้นตำรับเยอรมันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น ได้รับการยอมรับจากลูกค้ามากกว่า 10 ล้านคนตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี มาให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้ลองชิม โดยทั้ง 2 แบรนด์จะมีกลิ่นและรสชาติเหมือนหรือใกล้เคียงกับเบียร์ที่ขายที่ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ภายใต้มาตรฐาน German Beer Purity Law กฎการทำเบียร์เยอรมันที่มีวัตถุดิบจากมอลต์ฮอปส์ และยีสต์ เท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาด และถือเป็นการ ‘เซ็ตมาตรฐานใหม่’ ให้กับตลาดเบียร์ของไทยนับจากนี้

“ตลาดมีเพียงแบรนด์ยักษ์ใหญ่ไม่กี่แบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกมากนัก ขณะที่มี ผู้บริโภคจำนวนมากต้องการดื่มเบียร์คุณภาพระดับโลก ที่เป็นเบียร์นำเข้ามีราคาค่อนข้างสูง จึงถือเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ยังไม่มีใครกล้าเข้ามาเล่น สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสของกลุ่ม คาราบาว ในการนำเสนอทางเลือกใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ และจะทำให้ก้าวสู่การเป็นผู้เล่นหลัก 1 ใน 3 ของตลาด อีกทั้งยังตั้งใจยกระดับการดื่ม ด้วยการทำเบียร์คุณภาพสไตล์เยอรมันแท้ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ คุณภาพรวมไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก เพื่อปฏิรูปวงการเบียร์ของประเทศไทย โดยกลยุทธ์หลักในช่วงแรกจะมุ่งให้ความรู้กับผู้บริโภคถึงมาตรฐานใหม่ของเบียร์ขั้วที่ 3 พร้อมทำให้ผู้บริโภคเข้าใจและเปิดใจว่าเบียร์ที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก และเบียร์ที่คนนิยมดื่มกันในระดับสากลเป็นอย่างไร” นายเสถียรกล่าว

เปิดตัว – นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกลุ่มคาราบาว แถลงเปิดตัวเบียร์ใหม่ 2 แบรนด์ ‘คาราบาว’ และ ‘ตะวันแดง’ ประกาศชิงส่วนแบ่งตลาดเบียร์มูลค่า 2.6 แสนล้านบาท ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาพระราม 3 กทม. เมื่อวันที่ 9 พ.ย.

นายเสถียรกล่าวอีก ความพิเศษในการเข้าสู่ตลาดในครั้งนี้ กลุ่มคาราบาวยังเลือกเปิดตัวสินค้าพร้อมกัน 5 รสชาติประกอบด้วย แบรนด์คาราบาว 2 รสชาติ ได้แก่ Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) และ Dunkel Beer (เบียร์ดุงเกล) ขณะที่แบรนด์ตะวันแดง เปิดตัว 3 รสชาติ ประกอบด้วย Weizen Beer (เบียร์ไวเช่น) Rose Beer (เบียร์โรเซ่) และ IPA Beer (เบียร์ไอพีเอ) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของวงการเบียร์ในประเทศไทย โดยบริษัทได้วางงบการตลาดมากที่สุดในรอบ 20 ปีนับตั้งแต่เปิดตัวเครื่องดื่ม ชูกำลังคาราบาวแดง ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญคือ การตัดสินใจต่อสัญญาเป็น ผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันฟุตบอล Carabao Cup ต่อไปอีก 3 ปี กับ English Football League (EFL) จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2024 ซึ่งจะทำให้คาราบาว เป็นสปอนเซอร์หลักฟุตบอล Carabao Cup ไปจนถึงปี 2027 ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของ EFL

นายเสถียรกล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการสานต่อกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งระดับโลก จึงเปิดตัวแคมเปญใหญ่ เครื่องดื่มคาราบาวพาทุกคนไป “สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก เชียร์บอล เชียร์บาว” กับการชมฟุตบอลระดับโลก ติดขอบสนาม ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีบินลัดฟ้าสู่ประเทศอังกฤษ ชมศึก Carabao Cup ฤดูกาล 2023/24 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งมั่นใจว่าจะเข้ามา สร้างกระแสและดึงให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับแบรนด์ พร้อมตอกย้ำความเป็นสินค้าระดับโลก แบรนด์ระดับโลก ให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น

นายเสถียรกล่าวอีกว่า อีกกลยุทธ์สำคัญคือช่องทางการกระจายสินค้า จะจำหน่ายในร้านค้าเครือข่ายของกลุ่มคาราบาว ได้แก่ ซีเจ มอร์ ทั้ง 1,000 สาขาทั่วประเทศ, ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ที่มีมากกว่า 5,000 ร้านทั่วประเทศ และหน่วยรถในศูนย์กระจายสินค้าทั้ง 31 แห่ง ที่สามารถเข้าถึงร้านค้าปลีกทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางของโมเดิร์นเทรด และร้านค้าทั่วไป โดยกลุ่มคาราบาวตั้งเป้าว่าจะส่งออกสินค้าเบียร์ไปยังตลาดต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษและประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีร้านอาหารไทยจำนวนมากอันดับต้นๆ ของโลก

“การเข้ามาในตลาดของกลุ่มคาราบาวในครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของตลาดที่เปลี่ยนไป จากมาตรฐานใหม่ของเบียร์ที่บริษัทกำลังจะสร้างขึ้น และมาพร้อมตัวเลือกที่หลากหลาย และจากมูลค่ารวมของตลาดแอลกอฮอล์รวมกว่า 5 แสนล้านบาทนั้น บริษัทตั้งเป้าว่าเบียร์จะเป็นหัวรถจักรที่สำคัญ ที่จะพาสินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์ให้เติบโตไปด้วย พร้อมเป็นแกนนำให้ธุรกิจอื่นๆ ในเครือคาราบาวเติบโตมากขึ้นไปอีก ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาด และเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคชาวไทยทุกคนได้” นายเสถียรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน