ตอนร่วมตั้งรบ. ‘เศรษฐา’สั่งแก้ส่วย-หมูเถื่อนก่อนไปเอเปค ชู‘แลนด์บริดจ์’ดึงลงทุนที่ไทย

‘เศรษฐา’ ฟิตก่อนบินไปเอเปค เรียกหน่วยงานมาสั่งงานก่อนขึ้นเครื่อง ให้เร่งแก้ส่วยสติ๊กเกอร์-หมูเถื่อน-ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เตรียมใช้เวทีเอเปคที่สหรัฐลุยโรดโชว์แลนด์บริดจ์ ปชป.รุมสับแจก 1 หมื่น ‘ศิริกัญญา’ บอกตลก ‘อดิศร’ ท้าลาออกสส.-บวชชีถ้าโครงการเงินดิจิทัลสำเร็จ ด้าน ‘อดิศร’ แจงแค่หยอก ‘ภูมิธรรม’ สวนฝ่ายค้านอย่าดิสเครดิต แฉ ‘ไหม’ เคยขอเพื่อไทยทำดิจิทัลวอลเล็ตตอนกำลังร่วมกันตั้งรัฐบาล

‘เศรษฐา’สั่ง 3 เรื่องด่วน
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. เวลา 13.30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปัญหาต่างๆ จากนั้นโพสต์ทวิตเตอร์ (x) ว่าก่อนขึ้นเครื่องเดินทางไปประชุมเอเปค ตนเชิญหน่วยงานที่รับผิดชอบใน 3 ประเด็นมาประชุมเพื่อติดตามการทำงาน คือ 1.เรื่องหมูเถื่อน ตนติดตามปัญหาที่ได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เร่งรัดดำเนินการจับกุมผู้นำเข้าและเผาหมูเถื่อน พร้อมให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เร่งดำเนินการอายัดทรัพย์ ผู้ประกอบการที่กระทำผิดโดยด่วน คาดว่าน่าจะจับกุมผู้ประกอบการหมูเถื่อน รายใหญ่ได้อีกภายในเดือนนี้

2.เรื่องปัญหาส่วยทางหลวง ตนย้ำว่าต้องหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งส่วนมากปัญหาเกิดจากการหนีไม่ยอมเข้าด่าน การขาดตาชั่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน และการตรวจสอบที่เป็นระบบ ไปจนถึงอัตราค่าปรับที่ไม่เข้มงวดเท่าที่ควร ตนให้ทางกทม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกระทรวงคมนาคม ร่วมมือกันทั้งเรื่องข้อมูล และการติดตามเอาผิด

3.ตนสั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวที่ประเทศไทยในช่วงสิ้นปีนี้ โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่าได้มีการปราบปรามอาวุธปืน ยึดปืนที่ไม่ถูกกฎหมาย ตลอดจนปัญหาเรื่องกลุ่มทุน จีนสีเทา และเฟกนิวส์ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาด้วย มั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมและมีความปลอดภัยในการต้อนรับนักท่องเที่ยว

สั่งก่อนบิน – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เรียกหน่วยงานมาสั่งการแก้ปัญหาส่วย สติ๊กเกอร์, หมูเถื่อน และความปลอดภัย นักท่องเที่ยว ที่สนามบิน สุวรรณภูมิ ก่อนเดินทาง ไปประชุมเอเปคที่สหรัฐ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.

ประชุมเอเปคที่สหรัฐ
เวลา 15.00 น. นายเศรษฐาพร้อมคณะออกเดินทางจากท่าอากาศสุวรรรณภูมิ เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปค ครั้งที่ 30 (2023 APEC Economic Leaders’ Meeting) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12-19 พ.ย.2566 ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ โดยเดินทางถึงนครซานฟรานซิสโกในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ โดยเวลาที่นครซานฟรานซิสโกช้ากว่าเวลาที่กรุงเทพฯ 15 ชั่วโมง)

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกเหนือจากภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประชุม เอเปคและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ภารกิจเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี ในการพบหารือกับผู้นำประเทศอื่นๆ ที่จะมีโอกาสได้พบในการประชุมครั้งนี้ นายกฯ ยังมี พบหารือภาคเอกชนรายใหญ่ของโลก จากสาขาต่างๆ อาทิ สาขายานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ดิจิทัล ธุรกิจค้าปลีก และการเงินและการธนาคาร เป็นต้น รวมทั้งจะเป็นโอกาสได้พบ US-APEC Business Coalition ประกอบด้วย US-ASEAN Business Council US Chamber of commerce และ The National Center for APEC (NCAPEC) และร่วมกิจกรรมคู่ขนานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนจากต่างประเทศ (อ่านรายละเอียดหน้า 7)

ลุยโรดโชว์แลนด์บริดจ์
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม กล่าวว่า นายเศรษฐาและตน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะจัดงาน Thailand Landbridge Roadshow ในวันที่ 13 พ.ย.ที่โรงแรม Ritz Carlton เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐ ภายในงานนี้ นายกฯ และตน ในฐานะเจ้าภาพจัดงานจะร่วมกันให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของโครงการ อาทิ โอกาสทางธุรกิจ รูปแบบการลงทุน ศักยภาพทำเลที่ตั้งของพื้นที่โครงการ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ โดยมีนักลงทุนภาคธุรกิจของสหรัฐที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน ทั้งสายการเดินเรือ ผู้บริหารท่าเรือ กลุ่มโลจิสติกส์ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มผู้ลงทุนด้านอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งกลุ่มนักลงทุน ต่างให้ความสนใจประเด็นโอกาสในการลงทุนของโครงการ

ในอนาคตโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือแลนด์บริดจ์ จะเป็นช่องทางการค้าแห่งใหม่เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าหลักระดับภูมิภาคและจะเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชีย และช่วยลดระยะเวลาการขนส่งทางทะเลและลดต้นทุนด้าน โลจิสติกส์ในพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมือง อีกทั้งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการค้า ประกอบด้วย เขตการค้า เมืองท่าและเขตอุตสาหกรรม และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

“ที่ผ่านมา นายกฯ และกระทรวงคมนาคม ได้เดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้นานาประเทศได้รู้จักโครงการเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้มีนักลงทุนจากหลากหลายประเทศต่างให้ความสนใจโครงการเป็นอย่างมาก อาทิ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศฝั่งตะวันออกกลาง และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น” นายสุริยะกล่าว

‘อู๊ดด้า’ซัดรัฐบาลกลืนน้ำลาย
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการที่รัฐบาลจะออก พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปแจกตามโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทว่า นอกจากจะแจกไม่ตรงปกแล้ว ที่นายกฯ ยืนยันแข็งขันมาตลอดว่าจะไม่กู้ สุดท้ายกลับลำมากู้ ถึงขั้นเตรียมออกพ.ร.บ.เงินกู้ กลายเป็นกลืนน้ำลายตัวเอง และยังจะเป็นภาระหนี้ให้กับประเทศและประชาชนต่อไปในอนาคตอีกถึง 5 แสนล้านบาท เพียงเพื่อสนองนโยบายหาเสียง ซึ่งเหมือนกับเรื่องที่ออกมาตอกย้ำหลายรอบว่าจะฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง ถ้าไม่กลืนน้ำลายตัวเองคงไม่เกิดนักโทษ 2 มาตรฐาน

“ผมขอเตือนให้ระวัง เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินไปสู่การล้มละลายทางความน่าเชื่อถือของรัฐบาล พูดอะไรออกไป ต่อไปจะไม่มีใครเชื่อ” นายจุรินทร์กล่าว

ส่วนพ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทจะ ผิดกฎหมายหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ถ้าผิดกฎหมายขึ้นมา จะอ้างเป็นเหตุโทษคนอื่นไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องหาช่องทางอื่นที่ถูกต้องและถูกกฎหมาย มาถึงวันนี้ ดิจิทัลวอลเล็ตจึง กำลังกลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับพรรคการเมืองที่มุ่งแต่จะหาเสียงแบบประชานิยม หากพ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสภาได้ ตนจะให้ความเห็นต่อไป

‘ชัยชนะ’เชื่อออกพรบ.กู้-หาทางลง
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัลถือเป็นการเทหน้าตักอีกเรื่องของพรรคเพื่อไทย(พท.)ในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล เพราะต้องการจะดันให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อหวังคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป โดยหวังว่าจะสามารถสร้างภาพจำให้กับประชาชนในเรื่องประชานิยม ซึ่งตลอดมาถือว่าถ้านึกถึงพรรคเพื่อไทย ต้องนึกถึงนโยบายทำนองนี้ รวมทั้งยังเป็นการทุ่มหมดหน้าตักด้านตัวบุคคล โดยนายเศรษฐาตั้งใจที่จะมาควบรมว.คลัง ด้วยตนเอง มีการส่งขุนพลคู่ใจอย่าง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ มาเป็นรมช.คลัง และเอาข้าราชการประจำที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจอย่าง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง มาเป็นมือไม้ หวังเกลี้ยกล่อมให้ข้าราชการประจำคล้อยตามนโยบายดังกล่าว

ปรากฏว่า มาจนถึงวันนี้ ไม่มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงการคลัง แสดงท่าทีสนับสนุนนโยบายนี้ และเท่าที่มีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ไม่มั่นใจว่านโยบายนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง เหมือนกับการนำเงินที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ มาใช้ดำเนินนโยบายโดยวัดดวงแบบไปตายเอาดาบหน้า และได้สะท้อนกลับมาอย่างจริงจังว่า ขอเป็นเงินสดที่ใช้ได้จริง ณ วันนี้ ไม่ใช่เงินสกุลในอากาศที่เขาต้องรอกระบวนการต่างๆ มากมาย ซึ่งเชื่อว่ามีช่องทางในการทุจริตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

ขณะนี้เชื่อว่า นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท เข้าทำนองที่ว่า ‘กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง’ เพราะก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยโฆษณาหาเสียงว่า จะดำเนินนโยบายโดยไม่มีการกู้เงินอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายต้องหาทางลงแบบไม่ให้เสียหน้ามาก โดยเปิดช่องให้มีการตราเป็นพ.ร.บ.เพื่อต้องการให้ สส. ที่ไม่เห็นด้วย ลงมติไม่เห็นชอบ และหวังจะโยนบาปว่า ที่ทำนโยบายไม่ได้ เพราะสส. ที่ลงมติไม่เห็นชอบ จะได้มาเป็นข้ออ้างเพื่อเรียกร้องความสงสารจากประชาชน

แนะหานโยบายอื่นกระตุ้นศก.
“ผมอยากให้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย นำเสียงจากประชาชนมาปรับปรุงนโยบายดังกล่าว ซึ่งถือว่ายังมีเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการทำนโยบาย โดยยึดถือประโยชน์ที่ประชาชนจะได้เป็นสำคัญ มากกว่าจะดันทุรังเพื่อให้คนไม่กี่คนได้ประโยชน์บนความทุกข์ของประชาชนและลูกหลานในอนาคตด้วย” นายชัยชนะกล่าว

ตนเข้าใจว่า พรรคเพื่อไทยต้องการรักษาแนวทางประชานิยมที่ทำให้ตนเองได้คะแนนนิยมมาตลอดในการเลือกตั้ง และนโยบายนี้ถือเป็นการเทหมดหน้าตักของจริง ซึ่งตนเห็นว่า น่าจะเป็นเที่ยวสุดท้าย เพราะก่อนหน้านี้ เรื่องนโยบายจำนำข้าว มีการดำเนินการไปจนสุดซอย แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาปรากฏว่า ประเทศติดหนี้โครงการดังกล่าวมหาศาล จนต้องมีการตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลังมาตลอดหลายปี และเชื่อว่ารัฐบาลนี้จะต้องตั้งงบประมาณชดใช้โครงการที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ก่ออีกด้วย

“นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผมเกรงว่า หากดึงดันทำไปแล้ว จะส่งผลเสียต่อประเทศในระยะยาว เพราะไม่สามารถคาดเดาไว้ว่า อัตราเงินดิจิทัลจะมีอัตราแลกเปลี่ยนเท่าใดในช่วงเวลาที่ดำเนินโครงการ ซึ่งมีความเสี่ยงมาก ฉะนั้น ถ้ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจของประชาชนจริงๆ ต้องหานโยบายที่มีความเหมาะสม เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีความสบายใจ และเต็มใจที่จะช่วยเหลือและเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามที่ผู้วางนโยบายคาดหวังไว้” นายชัยชนะกล่าว

‘ณัฐชา’เหน็บกู้เงินได้-กู้เงินเป็น
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สภาพคล่องของรัฐบาลไม่สู้ดี ตั้งแต่การคิดโครงการมาหาเสียงไม่ได้มองรอบด้านว่าเอาเงินมาจากไหน ถ้าในวันหาเสียงพรรคเพื่อไทยบอกประชาชนว่าจะกู้เงินเพื่อเอามาแจก ตนไม่แน่ใจว่าประชาชนจะให้การยอมรับหรือไม่ แต่วันนี้ประชาชนถามหาที่มาของเงิน รัฐบาลบอกเดี๋ยวไปกู้มา ตนเชื่อว่าประชาชนหลายคนถ้ารู้ว่ากู้มาโดยไม่หาช่องทางรายได้เข้ามา จะให้การยอมรับไม่ได้แน่นอน ในช่วงหาเสียงบอกว่าเป็นรัฐบาลที่ “หาเงินเป็น หาเงินได้” แต่วันนี้เป็นแบบ “กู้เงินได้ กู้เงินเป็น” ซึ่งไม่ต่างกับรัฐบาลสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ แจกเงินแล้วประชาชนด่ากันทั้งประเทศ วันนี้รัฐบาลนายเศรษฐาเข้ามากำลังทำเหตุการณ์เดียวกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ามีการเสนอพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทข้าสภาจะคัดค้านหรือไม่ นายณัฐชากล่าวว่า เงินกู้ 5 แสนล้าน เป็นเงินกู้ที่ไม่มีรายละเอียด 5 แสนล้านในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ยังพอรู้ว่าเอามากู้วิกฤตโควิด แต่วันนี้ 5 แสนล้านของรัฐบาลเศรษฐา เป็น 5 แสนล้านที่ไม่ต้องการผิดคำพูด และเสียหน้าเท่านั้นเอง สุดท้ายส่งเข้าสภามาทางสว.จะให้ผ่านหรือไม่ ตนคิดว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ที่จะเข้าสภามีหลายคนวิจารณ์ว่า พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้หาเสียงนโยบายนี้ไว้ วันนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำนโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่พรรคร่วมรัฐบาลจะลงมติอย่างไรกับการสนับสนุนที่เขาไม่ได้หาเสียงไว้

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการพูดถึงให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาด นายณัฐชากล่าวว่า ถ้าไปถึงศาลรัฐธรรมนูญตนไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็น ผู้ชี้ขาดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งไม่ใช่อำนาจของฝ่ายตุลาการ แต่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหารถ้ามีเสถียรภาพพอ โดยฝ่าย นิติบัญัติและฝ่ายบริหารต้องพูดคุยกัน

‘ไหม’ตลก‘อดิศร’ท้าลาออก
ด้านน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ท้า 4 ข้อ ให้น.ส.ศิริกัญญาลาออก, เลิกให้ความเห็นเรื่องเศรษฐกิจ, ไปบวชชี และกราบขอโทษประชาชน หากรัฐบาลผลักดันนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตสำเร็จ ว่า เป็นเรื่องน่าตลก แทนที่การตอบโต้จะเป็นการตอบคำถามที่ตนได้ตั้งไว้ว่าสรุปแล้วสามารถทำได้อย่างถูกกฎหมายหรือไม่ โดยพยายามอธิบายว่าจำเป็นเร่งด่วนอย่างไรด้วยข้อมูล หลักฐาน และข้อเท็จจริง รวมถึงอธิบายว่าถูกกฎหมายตามมาตรา 53 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังและมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญได้อย่างไร

“ดิฉันกลับถูกโจมตี กลายเป็นการพนัน ว่าถ้าทำสำเร็จล่ะ เรื่องการรับผิดชอบทางการเงินของฝั่งฝ่ายบริหาร น่าจะถูกตั้งคำถามมากกว่าว่าถ้าสุดท้ายไม่สำเร็จ ด้วยกลไกใดก็ตาม จะมีความรับผิดชอบทางฝ่ายบริหารอย่างไร เพราะเป็นนโยบายเรือธงใหญ่ของแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือพรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำไป ยังคงรอคอยคำตอบอยู่ หากนายอดิศรมีข้อมูลอะไรที่จะตอบคำถาม สามารถตอบคำถามได้เลย”

ก.ก.จะใช้กลไกสภาตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการตอบโต้แบบนี้ถือเป็นการร้อนตัวหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ยังสับสนอยู่กับหน้าที่ของประธานวิปรัฐบาลมากกว่า ว่าควรต้องทำงานประสานกับฝ่ายค้านมากกว่าโจมตีฝ่ายค้านหรือไม่ เพราะตนเคยเป็นวิปฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นลักษณะแบบนี้ ในอดีต เรามีความสัมพันธ์อันดีในการประสาน กับวิปรัฐบาลให้งานการเมืองสามารถ เดินได้ ซึ่งการทำงานของนายอดิศร ถือเป็นแนวใหม่

ต่อข้อถามว่าพรรคก้าวไกลจะดำเนินการอย่างไรต่อกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า คงใช้กลไกในสภา ตอนนี้จับตาดูตามขั้นตอน จากนี้ไปคงต้องรอคำตอบของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการจะออกพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งน่าแปลกใจมากทั้งที่ในคณะกรรมการพิจารณาเงินดิจิทัลชุดใหญ่ ตนเห็นรายชื่อของเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ในนั้นด้วย ยังอยากรู้ว่าในคณะกรรมการชุดใหญ่ หารือกันว่าอย่างไร แล้วเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นอย่างไร

“สิ่งที่ทำได้เลยในการตอบโต้ดิฉันอย่างเจ็บปวดที่สุดคือเอารายงานการประชุมของคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตออกมาเปิดเผยว่าเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไฟเขียวแล้ว หรือแม้แต่คณะอนุกรรมการต่างๆ ก็เอารายงานมาเปิดเผยได้ว่าถกกันอย่างไร ในเรื่องของแหล่งเงิน” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

‘อดิศร’แจงแค่หยอก-มั่นใจกม.ฉลุย
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานวิปรัฐบาล กล่าวกรณีท้าทายน.ส.ศิริกัญญาว่า ตนแค่หยอกล้อน.ส.ศิริกัญญา ตนเป็นนักประชาธิปไตย เวลาที่มีความเห็นที่แตกต่างทั้งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ถือเป็นข้อท้วงติงที่น่ารับฟัง ซึ่งฝ่ายคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการ หรือแม้แต่นิติกรทุกกระทรวงต่างๆ ก็เป็นมือกฎหมายให้แก่ทุกรัฐบาลอยู่แล้ว และมั่นใจว่าพ.ร.บ.กู้เงินฉบับนี้จะผ่านสภา

โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่น่าจะผ่านกฎหมายไปได้ จึงเห็นว่าการที่นายเศรษฐาจะออกเป็นร่างพ.ร.บ.กู้เงินเข้าสู่การพิจารณาของทั้งสองสภา เป็นการเปิดใจกว้าง มีอะไรก็ไปพูดกันในสภา ตนขอเชิญทุกฝ่ายให้ยกเลิกการใช้วาทกรรมได้หรือไม่ แล้วไปทำงานร่วมกันในสภา การคิดนอกกรอบของพรรคเพื่อไทย แน่นอนว่าหากพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จะไม่เอานโยบายนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่จะใช้นโยบายสวัสดิการ 3,000 บาทแทน ซึ่งเอาเงินภาษีมาใช้เช่นกันในจำนวนเงินที่เท่าๆ กัน

“ผมรับฟังและไม่ได้เป็นศัตรูของใคร ผมเป็นผู้ใหญ่พอ แต่ผมก็หยิกแกมหยอก เพราะดูเหมือนว่าคุณศิริกัญญาคล้ายจะขวางทุกเรื่อง และที่บอกว่ากฤษฎีกาเห็นอย่างไร บันทึกการประชุมเป็นความลับ หากต้องการสามารถขอได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง และขอขอบคุณคุณศิริกัญญาที่เป็นห่วง” นายอดิศรกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีนายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคก้าวไกล ระบุว่าหากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตแท้ง นายอดิศรจะรับผิดชอบอย่างไร 1.เลิกแต่งกลอน แต่งเพลง 2.ไปบวชพระ 3.ลาออกจากประธานวิปรัฐบาล และ 4.กราบขอโทษประชาชน นายอดิศรกล่าวว่า “โห นี่เลียนแบบผมเป๊ะเลย คิดอะไรสร้างสรรค์บ้าง อย่าเลียนแบบคนอื่น หากจะโต้กับผม ให้โต้มาเป็นกลอนเลย จะมีความสนุกทางการเมือง แต่ไม่เป็นอะไร ผมเห็นนักการเมืองใหม่ๆ ผมมีความสุข ขอให้รักษาตำแหน่งหน้าที่ไว้ให้ได้ตลอด แล้วอย่าลืมกวาดบ้านให้สะอาดด้วย คนจะได้ไปอยู่เยอะๆ“

‘อ้วน’สวนฝ่ายค้าน-แฉ‘ศิริกัญญา’
นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทว่า การวิจารณ์ใดๆ หากเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน รัฐบาลยินดีรับฟังอยู่แล้ว ไม่ได้ดื้อดึงอย่างที่มีการวิจารณ์กัน ซึ่งโครงการนี้มีการปรับเปลี่ยนเพราะหลายส่วนวิจารณ์เข้ามา แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลรับฟังทุกฝ่าย หากฝ่ายค้านจะเสนอแนะวิธีการในโครงการนี้ก็สามารถทำได้ แต่หากจะวิจารณ์แค่ว่าเราผิดหรือแค่หาทางลงนั้น ตนไม่อยากให้คิดแค่เพียงนำความได้เปรียบทางการเมืองมาดิสเครดิตรัฐบาล รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยตั้งใจทำตามสัญญา ซึ่งหัวใจของโครงการนี้ไม่ใช่เพื่อการแจกเงิน แต่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีปัญหามาอย่างยาวนาน โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ด้วย

เราพยายามเดินหน้าโครงการด้วยความรอบคอบ ได้มอบหมายคณะกรรมการกฤษฎีกาประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า จะใช้วิธีการใด ต้องกู้หรือไม่ ทุกอย่างจะดำเนินการให้ ถูกกฎหมายและทุกฝ่ายเห็นชอบ ส่วนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ารัฐบาลกำลังกลืนน้ำลายเพราะจะกู้เงินมาทำโครงการ แล้วจะกลายเป็นจุดล้มละลายทางความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเองนั้น ยืนยันว่าเป้าหมายของโครงการนี้คือการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ประชาชนเป็นกำลังซื้อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ หากรัฐบาลทำถูกต้อง ท่านก็ไม่ควรต้องติดใจ

“ส่วนที่คุณศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล วิจารณ์ว่ารัฐบาลกำลังหาทางลงให้กับโครงการนี้ สมัยตอนที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล คุณศิริกัญญาก็ขอให้เราทำโครงการนี้ เพียงแต่ให้ปรับลดเพดานเงินลง แสดงให้เห็นว่าคุณศิริกัญญาเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว ดังนั้นผมจึงไม่อยากให้นำความได้เปรียบทางการเมืองมาดิสเครดิตกัน ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร ประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์ ผมถามว่าพวกคุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าประเทศไทยขณะนี้ต้องการการ กระตุ้นเศรษฐกิจ” นายภูมิธรรมกล่าว

พท.ไม่หวั่นหากมีผู้ร้องศาลรธน.
ส่วนนายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเสียงคัดค้านนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า คิดว่า ไม่ว่าจะทำนโยบายอะไรต้องมีการคัดค้านเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องชั่งตวงว่าเสียงคัดค้านนั้น เป็นห่วงเรื่องอะไร สุดท้ายช่องทางที่นายเศรษฐา แถลงไป จะเป็นช่องทางที่ทำออกมาได้สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าถ้าออกเป็นร่างพ.ร.บ.กู้เงินแล้ว จะได้รับเสียงสนับสนุนจากสภา โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล นายศรัณย์กล่าวว่า คิดว่าทำได้ เชื่อว่าคงต้องมีคนที่ตั้งคำถาม แต่เราต้องสามารถชี้แจงและอธิบายเหตุผลได้ เพราะเราหาเหตุผลไว้แล้วหากไม่ทำ เรากระตุ้นช้าไป จะเกิดอะไรขึ้นและจะเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมากกว่าการที่ไม่ทำอะไรเลย

ต่อข้อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะมีผู้ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นายศรัณย์กล่าวว่า “ผมคิดว่าหากจะยื่น เขาคงยื่น และเราคงไม่สามารถห้ามได้ แต่มั่นใจว่าเราสามารถชี้แจงได้“ เมื่อถามว่านโยบายนี้ต้องสะดุด จะมีผลกระทบอย่างไรหรือไม่ นายศรัณย์กล่าวว่า ผลกระทบมีอยู่แล้วแน่นอน แต่จะเป็นผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ต่อประชาชนมากกว่า สุดท้ายหากไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ที่จะมีความเกี่ยวพันไปจนถึงปีหน้า รวมถึงเรื่องงบประมาณที่ใช้อยู่แล้ว จะทำให้เศรษฐกิจออกไปในรูปแบบไหน การลงทุนที่เราพยายามดึงเข้ามาจะช้าไปด้วยหรือไม่

‘วิษณุ’ให้ลุ้นด่านสภา-ส่งศาลรธน.
นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนส่งคณะกรรมกฤษฎีตรวจสอบข้อกฎหมายที่ถูกมองว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญว่า ตนไม่รู้เรื่องนี้ และให้ความเห็นไม่ได้ เพราะเมื่อส่งมาที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องส่งไปคณะอื่น ไม่ใช่คณะของตน เข้าใจว่าเป็นคณะนายพนัส สิมะเสถียร กรรมการกฤษฎีกาเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะนักกฎหมาย มองเรื่องนี้อย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้ ไม่เคยดูเรื่องนี้ เพราะตอนแรกเขาพูดกันไม่รู้เรื่องว่าคืออะไรมาจากไหน แล้วไม่รู้ด้วยว่าเขาถามไปว่าอย่างไร ต่อข้อถามต่อว่า ถ้าออกเป็นพ.ร.บ.กู้เงิน จะทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำได้อยู่แล้ว แต่จะผ่านสภาหรือไม่ หรืออาจมีคนส่งศาลรัฐธรรมนูญตอนหลังก็ทำได้ เหมือนการออกกฎหมายทั่วไป เมื่อถามว่า จะเป็นการผิดพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลคงถือว่าดูดีแล้วว่าไม่ขัดพ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลังฯ มาตรา 6 และ มาตรา 9 แต่อีกฝ่ายบอกว่าขัด เพราะมีประโยคที่ต้องแปลกัน ที่ระบุว่าต้องไม่ใช้ประโยชน์ไปในการหาเสียง หาคะแนนนิยม

นายกฯสั่งงานก่อนบินสหรัฐ
วันที่ 12 พ.ย. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 ปัญหา ได้แก่ ส่วยสติ๊กเกอร์ทางหลวง ร่วมกับพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม รวมถึงตำรวจทางหลวง กรมทางหลวง บช.น. กรมการขนส่งทางบก และสมาพันธ์และสมาคมรถบรรทุก พร้อมพูดคุยเรื่องการตรวจสอบน้ำหนักรถบรรทุกบนโครงข่ายทางหลวงหลัก และการตรวจสอบสภาพรถ

2.การลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน หารือกับผบช.ก. และอธิบดีดีเอสไอ โดยนายกฯ สอบถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอย่างเคร่งเครียด และกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า สั่งการให้แก้ปัญหาไปแล้ว เหตุใดไม่มีความคืบหน้า และ 3.มาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมีผู้ว่าฯ ททท., ผบช.ก. ผบช.ทท. และผบช.สตม. เข้าร่วม

ต่อมาพล.ต.ท.จิรภพ แถลงว่า นายกฯ สั่งให้แก้ปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างจริงจังและปราบให้หมด ผลการหารือทุกภาคส่วนจะตรวจจับอย่างจริงจัง ขณะนี้กรมทางหลวงมีด่านชั่งน้ำหนัก 100 กว่าจุดทั่วประเทศ แต่ปัญหาคือมีการหนีไม่ยอมเข้าด่าน ดังนั้นหากพบรถบรรทุกไม่เข้าด่าน จะแจ้งตำรวจทางหลวงให้สกัดจับ และหากผู้ใดพบเห็นรถน้ำหนักเกินให้แจ้งกรมทางหลวงหรือตำรวจทางหลวงเพื่อจับกุม ส่วนตัวเห็นว่ารถบรรทุกน้ำหนักเกินลดลงแล้ว 80% เหลือ 20% ที่ต้องมาไล่จับกัน นอกจากนี้ยังหารือแก้กฎหมายให้หนักขึ้น เชื่อว่าจะได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ อธิบดีกรมทางหลวงและตำรวจทางหลวงจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ทั้งยังกำชับตำรวจจราจรให้ตรวจตรารถในกรุงเทพฯ ร่วมกับกทม. ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องเงียบแล้วหยุด แต่ให้จบที่รุ่นเรา

เมื่อถามถึง 20% ที่ยังมีปัญหาติดที่ผู้มีอิทธิพลหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพตอบว่า พวกนี้เขาแอบทำกัน เมื่อก่อนถ้าไม่ได้กำชับกวดขันก็ทำกันทั่วไปหมด แต่พอกวดขันก็เหลือแต่พวกแอบทำในบางพื้นที่ที่เราเผลอ จากนี้อาจใช้แหล่งข่าวจากสมาคมรถบรรทุก หรือเบาะแสประชาชน ดังนั้นพอเห็นปุ๊บจะจับให้หมด เมื่อถามว่าตำรวจมีรายชื่อเจ้าของรถบรรทุกทั้งหมดหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า จากนี้จะพัฒนาระบบเทคโนโลยี โดยจะใช้ระบบเอไอตรวจสอบภาพถ่ายว่ารถคันไหนน้ำหนักเกิน นอกเหนือจากการติดตามจีพีเอสที่เราใช้อยู่แล้ว

ด้านพ.ต.ต.สุริยา สิงกมล อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอรับผิดชอบเรื่องที่กรมศุลกากรส่งหมูเถื่อน 161 ตู้ แบ่งผู้กระทำผิดเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.บริษัทนำเข้า แจ้งข้อกล่าวหาและจับกลุ่มไปแล้ว 6 ราย 2.กลุ่มนายทุนที่เป็นคนสั่งให้กลุ่มที่ 1 นำหมูเข้าไทย ซึ่งเราออกหมายจับ 2 บริษัท ขณะนี้ผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศแต่ประสานขอเข้ามอบตัวภายใน 13 พ.ย.นี้ และ 3.กลุ่มผู้ดูแลห้องเย็นที่กระจายนำหมูเถื่อนไปแช่ตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งนายกฯ กำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด และครอบคลุมกฎหมายทั้งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ร.บ.โรคระบาด และกฎหมายฟอกเงิน เบื้องต้นดีเอสไอรับข้อสั่งการ และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายในสัปดาห์นี้ และสัปดาห์ถัดไป

พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า ส่วนเรื่องการทำงานแบบบูรณาการ ดีเอสไอได้รับเบาะแสว่าอาจมีการซุกซ่อนของเถื่อนตามตู้เย็นต่างๆ จึงประสานตำรวจภูธรจังหวัด กรมปศุสัตว์ และกรมศุลกากร เพื่อปูพรมตรวจค้น ของกลางที่ดีเอสไอได้รับมา 161 ตู้นั้น เมื่อเราสืบค้นต่อไปพบว่าตั้งแต่ปี 2563-2566 ขบวนการดังกล่าวลักลอบนำเข้าเศษชิ้นส่วนซากสัตว์มาก่อนแล้ว 2,836 ตู้ เรากำลังสอบสวนว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง

“ภายในสัปดาห์นี้ผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 จะเข้ามอบตัว นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการถึงที่สุดโดยไม่มีละเว้น ผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นนายทุนเจ้าใหญ่ที่มี คำสั่งซื้อให้บริษัทชิปปิ้งนำเข้าหมูเถื่อนสู่ประเทศไทย ถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาท เพราะรับคำสั่งซื้อมาจากผู้สั่งที่เป็นรายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตัวกลางที่ทำให้เนื้อหมูเถื่อนกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค” อธิบดีดีเอสไอกล่าว

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า นายกฯ ติดตามเรื่องความปลอดภัย คุณภาพสินค้า การบริการนักท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างประสบการณ์ให้กับ นักท่องเที่ยวในการอยู่ประเทศไทย สำหรับเรื่องความปลอดภัย ผบช.ก. และผบช.ทท. จะทำงานร่วมกับททท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในส่วนนักท่องเที่ยวจีนนั้น พูดคุยกับสถานทูตจีนเมื่อวันที่ 15 พ.ย. เกี่ยวกับโครงการลาดตระเวน ที่จะเอาตำรวจจากจีนมาลาดตระเวนในไทยตามเมืองท่องเที่ยว เหมือนที่เคยประสบความสำเร็จในประเทศอิตาลี มั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนช่วง 2 เดือนสุดท้าย เป็นไปตามเป้าเดิมที่ 4-4.4 ล้านคน

ทวีร่วมงานคุ้มครองสตรี3จว.ใต้
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในโอกาส 25 พฤศจิกายน วันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากล 66 เป็นการจัดกิจกรรมโดยสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ประกาศเจตนารมณ์เพื่อพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิ์ให้กับเด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัวและชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ด้านคดีของชาวปัตตานีที่มีผู้ต้องหาคดีความมั่นคงเสียชีวิตในคุกนั้น เรื่องนี้ยังให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ติดตามสอบสวนกันอยู่ ต้องดูรายละเอียดกันอีกที และอีกด้านหนึ่งคือการคุ้มครองสิทธิสตรีด้านเสรีภาพชายแดนใต้ ต้องยุติความรุนแรงกับสตรี และต้องดูเรื่องคดีอาญาต่างๆ รวมทั้งความรุนแรงอื่นๆ เช่น ความรุนแรงโครงสร้างต่อครอบครัว เรื่องนี้กระทรวงยุติธรรมจะจับเป็นภารกิจหนึ่ง

“น้องต้องทำงานกับองค์กรเครือข่ายนักสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ในพื้นที่มากขึ้นในเรื่องการช่วยเหลือและพัฒนา อีกเรื่องหนึ่งคือการให้ความสำคัญกับปัญหา เรื่องสตรีที่แต่งงานก่อนวัยก่อน 15 ปี ซึ่งในพื้นที่ก็มีจำนวนมาก คงต้องเตรียมการเรื่องการให้ความรู้ การให้การศึกษา เตรียมความพร้อมของสตรีที่จะแต่งงานและการมีครอบครัว เป็นการให้มิติผู้หญิงกับสันติภาพ

ยังมีความรุนแรงหนึ่งอีกคือ กลุ่มสตรีที่ลูกๆ ของพวกเขาถูกนำไปติดยาเสพติด ไปเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดปัญหามากมาย เราต้องร่วมกันแก้ปัญหายาเสพติด ตรงนี้กระทรวงยุติธรรมคาดว่าจะต้องเข้ามามีบทบาท หาวิธีมาช่วยเหลือเสริมกันกับที่ทางกลุ่มสตรีที่ทำอยู่แล้วด้วยครับ” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน