บิ๊กทวีบินด่วนถกแผนจับเสริมตชด.ขึ้นเขาบรรทัด สตูลผวา-พกปืนกรีดยาง
เสริมกำลังตชด.ไล่ล่า ‘เสี่ยแป้ง นาโหนด’ ปิดล้อมป่าเขาบรรทัดกว่า 400 นาย รุกกระชับ พื้นที่ป่ารอยต่อ 3 จังหวัด สตูล-ตรัง-พัทลุง รมว.ยุติธรรมพร้อมอธิบดีราชทัณฑ์ ขึ้นฮ.เข้าพื้นที่เร่งล่าตัว ส่งจนท.ทำความเข้าใจชาวบ้าน ห้ามช่วยเหลือ ‘บังเขียว’ลูกน้องระบุเสี่ยแป้งบอกจะหนีอยู่ในป่าไปเรื่อยๆ พกปืนติดตัว 4 กระบอก เอชเค-ปืนสั้น-ปืนลูกซอง เผยนาทีจนท.บุกประชิดล้อม เสี่ยแป้งตะโกนถามว่าใคร แต่จนท.ไม่ตอบ ก่อนเปิดฉากยิงใส่แล้ววิ่งหนีเตลิดเข้าไปกบดานป่าลึก ชาวสตูลผวา ต้องพกปืน เปลี่ยนเวลาออกกรีดยางจากกลางคืนไปตอนรุ่งสาง บิ๊กก้อง ผบช.ก. ยันถ้ามอบตัวจะไม่วิสามัญฯ
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ความคืบหน้าคดี ไล่ล่า นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ที่หลบหนีการจับกุมของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บนเทือกเขาบรรทัดรอยต่อจ.พัทลุง ตรัง และสตูล ยังคงมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและติดตามตัว กระจายกำลังปิดล้อมกระชับพื้นที่ โดยที่อ่างเก็บน้ำคลองเขาหัวข้าง ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง พล.ต.ต.ณฐกรณ์ กาจนาภรณ์ ผบก.ภ.พัทลุง และพ.ต.อ.สุริยา ปัญญานัง รอง ผบก.ภ.พัทลุง ร่วมกัน ปล่อยตำรวจชุดสืบจาก สภ.ต่างๆ รวมทั้งสืบสวนจังหวัด รวม 8 สภ. จำนวน 80 นาย กระจายกำลังออกไปตั้งจุดตรวจพื้นที่ตลอดแนวเชิงเขาบรรทัดตั้งแต่พื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ อ.กงหรา อ.ตะโหมด และอ.ป่าบอน ตรวจเข้มเส้นทางเข้าออกจากหมู่บ้านที่เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด
สำหรับกำลังตำรวจที่เฝ้าจุดมาแล้ว 4 วันนั้น เป็นกำลังชุดสืบสวน จ.พัทลุง สภ.เขาชัยสน และสภ.บางแก้ว ประจำอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำเขาหัวช้าง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกำลังหน่วยปฏิบัติพิเศษของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ตร.ภ.จว.ยะลา/ภ.จว.นราธิวาส และภ.จว.ปัตตานี รวม 35 นาย ระดมกำลังเสริมเข้าไปในบริเวณใกล้จุดปะทะเสี่ยแป้งบนยอดเขาเมื่อวันก่อน เพื่อกระจายกำลังเสริมชุดแดนไทย 54 เจ้าหน้าที่ ตชด.ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ประมาณ 40 นาย เจ้าหน้าที่ ตชด.43 ชิงก้า ที่อยู่ปฏิบัติการอยู่ใกล้จุดปะทะก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งเช้าวันเดียวกัน ได้มีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.44 หน่วยลาชู เข้าสมทบ ใกล้จุดปะทะ อีก 1 ชุด จำนวน 12 นาย เพื่อให้กำลังขยายวงกว้างออกจากจุดปะทะมากขึ้น
ขณะเดียวกันได้มีการเสริมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากจ.พัทลุง ส่วนหนึ่งเข้าสมทบในพื้นที่ บ้านท่าช้าง หมู่ 9 ต.โหมด อ.ตะโหมด จากจุดเดิมที่มีการส่งกำลังไปยังจุดปะทะเหนืออ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างเพียงจุดเดียว โดยห่างออกกไป 3 กิโลเมตร ไปทางทิศใต้ของอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ใกล้จุดปะทะอีกทางหนึ่งท่ามกลางฝนตกหนัก ทำให้เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชุดต่างๆ
ขณะที่ บังเขียว สมุนเสี่ยแป้ง ที่ทำหน้าที่หาเสบียง ก่อนถูกตำรวจจับได้ขณะเดินลงจากเขามาหาเสบียงและซื้อเครื่องกระสุนปืนไปให้เสี่ยแป้ง แล้วนำไปชี้จุดที่แยกกับเสี่ยแป้ง ก่อนมีการปะทะและนำตัวกลับมาให้ชุดกองปราบฯ รับตัวสอบสวนต่อ
บังเขียวเผยว่า หลังจากที่เสี่ยแป้งหนีออกจากโรงพยาบาล 5 วัน เสี่ยแป้งมาหาตน กับปราย ที่รักษาตัวอยู่ ร.พ.พัทลุง โดยมีนายนก กับนายปริก เป็นคนนำมาจากบ้านในตระ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ห่างจากจุดที่ตนทำเพิงพัก อยู่เกือบ 10 วัน หลังจากนั้นได้หายไปไม่ติดต่อมา ปล่อยให้ตนกับนายปริก ต้องดูแล โดยตนเป็นคนหาเสบียง ลงมาซื้อข้าวสาร ส่วนนายปริก เป็นคนล่าสัตว์ หาปลาบนภูเขาเพื่อนำมาประกอบอาหาร โดยเสี่ยแป้งนั้นช่วยหาเสบียงในป่าด้วยกัน ซึ่งตนเคยถามว่าจะหนีไปไหน เสี่ยแป้งบอกว่า อยู่ในป่าไปเรื่อยๆ ไร้จุดหมาย
เมื่อถามว่าอาการป่วยเสี่ยแป้งเป็นอย่างไร บังเขียวระบุว่า สุขภาพแข็งแรง คล่องแคล่ว ไม่มีอาการป่วยและเดินเร็วกว่าพวกตนอีก ด้านอาวุธปืนนั้นเสี่ยงแป้งพกปืน 4 กระบอก มีทั้งเอ็ม 16 เอชเค ปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. และอาวุธปืนลูกซองยาว โดยทำเลที่พักทำเป็นเพิงพักเล็กๆ ที่ล้อมไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่และต้นไม้ เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการหลบหนี
ก่อนเกิดเหตุปะทะ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงห่างจากจุดเพิงพักขนำ ที่เสี่ยแป้งพักระยะเกือบ 200 เมตร ด้วยความที่เสี่ยแป้ง เป็นคนระแวง โดยที่ไม่ได้มีเสียงสุนัขเห่า ได้ตะโกนถามออกมา 2 ครั้ง ว่าใคร แต่ไม่มีเสียงตอบ ก่อนเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ แล้ววิ่งถอยหลังห่างออกไป ช่วงจังหวะที่เสี่ยแป้งยิงออกมา เจ้าหน้าที่หลบหาที่กำบัง ก่อนยิงตอบโต้ คาดว่าเสี่ยแป้งวิ่งหลบหนีเข้าป่าลึกไปด้วยความชำนาญพื้นที่ป่ากว่าเจ้าหน้าที่ ส่วนตนได้วิ่งหนีกลับลงมาเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านล่าง และถูกควบคุมตัวได้ในที่สุด
ด้านชาวบ้านป่าพน หมู่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล เผยว่า จากกระแสข่าวการติดตามไล่ล่าเสี่ยแป้งว่าอาจหลบหนีมาทางเขาบรรทัดด้าน จ.สตูล ยิ่งสร้างความหวาดกลัว ไม่กล้าออกไปกรีดยางพาราในเวลากลางคืน ทำให้ต้องปรับเวลาในการกรีดยางพาราเป็นช่วงฟ้าสางแทน
“หลังมีกระแสข่าวชาวบ้านในละแวกนี้ประมาณ 100 ครัวเรือน ต่างผวา และหวาดกลัวไม่กล้าที่จะเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ โดยเฉพาะคนแปลกหน้า หรือแม้กระทั่งจะนั่งพูดคุยกัน ก็ต้องนั่งรวมกลุ่มกันหลายๆ คน เพื่อสร้างความอบอุ่นใจ ยามค่ำคืนหรือแม้ยามนอน ต้องพกมีดพร้า หรือของมีคมวางไว้ข้างกายทั้งยามนอนก็ตาม เพื่อความอุ่นใจ เพราะหมู่บ้านเรายู่ใกล้กับเทือกเขาบรรทัด กลางดึกก็กลัวจะมีใครมาเคาะประตูบ้าน หรือบุกเข้ามาในบ้าน เพราะเสี่ยแป้ง มีอาวุธปืนสงคราม ยิ่งสร้างความหวาดกลัว ทำให้ต้องเปลี่ยนเวลาการกรีดยางพาราในยามดึกมากรีดยางพาราในตอนเช้าแทน ซึ่งพวกตนยอมรับว่ากลัว แม้เจ้าหน้าที่จะบอกว่าไม่มีอะไรก็ตาม” ชาวบ้านป่าพนระบุ
ด้านสภ.มะนัง ได้ตั้งกำลังผสม ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เป็นพื้นที่รับผิดชอบใกล้เทือกเขาบรรทัด โดยมีนายเชษฐ์ บุตรรัก นายอำเภอมะนัง มอบหมายให้ปลัดป้องกัน อส. ผลัดเปลี่ยนกำลังที่มี เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ทุ่งหว้า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด ชุดป้องกันและปราบปราม และสืบสภ.มะนัง พร้อมอาวุธครบมือลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจสกัด 24 ชั่วโมง ตรวจตรารถยนต์เข้าออกทุกคัน ที่มุ่งหน้าไปเที่ยวชมถ้ำภูผาเพชร และหมู่บ้านชาวมานิ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการพยายามเข้ามาส่งเสบียงให้กับเสี่ยแป้ง และสกัดทุกช่องทางที่จะเชื่อได้ว่าเป็นเส้นทางหลบหนี

ล่าแป้ง – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ขึ้นฮ.บินด่วนเข้าพื้นที่จ.พัทลุง ระดมกำลังในพื้นที่เสริมด้วยตชด.รวม 400 นายขึ้นเขาบรรทัดไล่ล่า ‘เสี่ยแป้ง’ นายเชาวลิต ทองด้วง ที่หลบซ่อนอยู่ในป่ารอยต่อ 3 จังหวัด เมื่อวันที่ 12 พ.ย.
วันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ มาที่ศูนย์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เพื่อร่วมประชุมรับฟังความคืบหน้ากรณีการติดตามตัวนายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง นาโหนด โดยมี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รักษาราชการแทนผบช.ภาค 9 ต้อนรับ และรายงานความคืบหน้าในการติดตามตัว
ภายหลังการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง พ.ต.อ.ทวีให้สัมภาษณ์ว่า เดินทางมาให้กำลังใจชุดปฏิบัติการ ขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมต้องขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ปฏิบัติภารกิจอย่างทุ่มเท สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้รับรายงานว่าวันที่ 8 พ.ย.จากการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ในพื้นที่เทือกเขาบรรทัด ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่นั้นทางเจ้าหน้าที่มีการวางแผนและประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
สำหรับเทือกเขาบรรทัดนั้นในอดีตเป็นตำนานสถานที่หลบหนีของผู้ก่อความผิด ซึ่งเป็นที่นิยมมากเนื่องจากสถานที่เอื้อต่อการหลบหนี เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมยาก ซึ่งครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการระดมสรรพกำลังไม่ต่ำกว่า 400 คนเพื่อไล่ล่าคนร้าย ขณะเดียวกันต้องทำความเข้าใจกับชุมชนโดยรอบถึงผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรมราชทัณฑ์จะนำไปถอดบทเรียนอย่างไรบ้าง พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า โดยภาพรวมกรมราชทัณฑ์มีระเบียบปฏิบัติที่ดูแลเรื่องนักโทษอยู่แล้ว แต่อีกด้านก็ต้องยอมรับว่ากรณีของนักโทษรายนี้มีพฤติการณ์ที่ เเยบยล และมีการวางแผนมาเป็นเดือน สำหรับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตอนนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 3 คน ซึ่งต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนบุคคลที่ไม่มีความผิดทางอาญาก็จะลงโทษทางวินัย หากมีการสอบสวนว่าร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติมก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
“หากจับกุมเสี่ยเเป้งได้ก็จะพิจารณา ให้ไปอยู่ในเรือนจำความมั่นคงสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรมราชทัณฑ์ต้องแก้ไข รับผิดชอบ และต้องทำให้ดีขึ้น” พ.ต.อ.ทวีกล่าว
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.กล่าวว่า ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ป่าทั้งหมด ตอนนี้ส่งเจ้าหน้าที่ครึ่งหนึ่งของที่มีทั้งหมดแล้วแต่ยอมรับว่าในป่าหายาก แต่ยืนยันว่าจะทำอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถยืนยันว่าจะจับได้หรือไม่หรือจะจับได้เมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าตอนนี้ผู้หลบหนีเองก็ได้รับความลำบากในการหลบหนีในป่า ซึ่งเราพยายามปิดล้อมไว้ทั้งหมด โอกาสที่ยังอยู่หรือหนีไปแล้วก็มี แต่ส่วนตัวยังเชื่อว่าอยู่ในป่า เพราะถือเป็นพื้นที่อันตราย เข้ายาก หากเข้าไปในพื้นที่เสียเปรียบอาจถูกยิงหรือถูกทำร้ายได้ เบื้องต้นเป้าหมายคือจับเป็น แต่ทุกอย่างต้องประเมินตามสถานการณ์ หากเขาสู้ก็ต้องจับตาย อย่างไรก็ตาม ตนให้คำมั่นว่าหากเสี่ยแป้งประสานขอมอบตัวมาที่ตน ก็รับปากได้ว่าจะไม่มีการวิสามัญ