บิ๊กต่อ-ผบ.ตร. ประชุมร่วมกมธ.ความมั่นคงฯ สภาผู้แทนฯ สอบถามปัญหาส่วยสติ๊กเกอร์-คดีรถบรรทุกตกบ่อพักร้อยสายไฟที่สุขุมวิท เผยสั่งบช.น.ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องตามพ.ร.บ.จราจร ส่วนประเด็นจนท.รัฐมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ ให้จเรตำรวจดูแล ยันแม้ผลสอบทางกทม. ไม่พบมีจนท.รับเอี่ยว แต่กำชับตร.ต้อง ตรวจสอบให้ละเอียด เหตุเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ หากพบใครร่วมทำผิดขู่เชือดทั้งคดีอาญา-สอบวินัย

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท รอง ผบ.ตร พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือกับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ หรือ กมธ.ความมั่นคงฯ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ มาสอบถามประเด็นส่วยสติ๊กเกอร์ และคดีรถบรรทุกตกบ่อพักร้อยสายไฟ ถนนสุขุมวิท พื้นที่ สน.พระโขนง

นายรังสิมันต์เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า เป็นการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการหารือในหลายประเด็น ร่วมทั้งเรื่องส่วยรถบรรทุก

ในส่วนของเรื่องส่วยรถสติ๊กเกอร์รถบรรทุก นายรังสิมันต์กล่าวว่า ปัญหานี้สังคมไทยทราบมาโดยตลอด และรับรู้ว่ามีมานาน ดังนั้นในรายละเอียดทั้งหมด ทางคณะกมธ.ความมั่นคงฯ จะสอบถามแนวทางการแก้ปัญหาของ ตร. ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งทาง นายปิยรัฐ จงเทพ สส.เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ได้เตรียมข้อมูลและหลักฐานมาสอบถาม อย่างเต็มที่ รวมไปถึงความคืบหน้าของคดี รถบรรทุก ที่บรรทุกน้ำหนักเกิน จนทำให้ตกหลุมบ่อพักสายไฟที่ถนนสุขุมวิท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย โดยภายหลังการหารือจะมีการให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าและ รายละเอียดประเด็นต่างๆ อีกครั้ง

จากนั้น ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ผบ.ตร. กล่าวว่า คณะกรรมาธิการมาสอบถามในประเด็นเกี่ยวกับประชาชนให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเด็นส่วยสติ๊กเกอร์ และคดีรถบรรทุกตกบ่อพักร้อยสายไฟ ถนนสุขุมวิท พื้นที่ สน.พระโขนง ตนจึงมอบหมายให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับพ.ร.บ.จราจร ส่วนประเด็นเจ้าหน้าที่รัฐจะรู้เห็นหรือได้รับผลประโยชน์เกี่ยวข้องหรือไม่ ได้มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดูแล โดยคาดว่าจะส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานต่อตนเองภายในวันเดียวกัน หลังจากที่ตนมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน

สำหรับผลการตรวจสอบของกรุงเทพมหานคร ที่ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ทางตำรวจต้องตรวจสอบให้ละเอียดและลึกขึ้น โดยจะดูเส้นทางการเงินควบคู่ไปด้วย หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดกระทำความผิดก็จะต้องดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยแน่นอน

“ขอให้สังคมอย่าเพิ่งมองว่าสติ๊กเกอร์ ดังกล่าวเป็นสติ๊กเกอร์ส่วยเสมอไป และขอให้รอผลการตรวจสอบจากทางตำรวจก่อน ส่วนประเด็นว่ารถบรรทุกดังกล่าวบรรทุกน้ำหนักเกินจะมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นปล่อยปละละเลยด้วยหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีผลการตรวจสอบออกมา แต่ปัญหาดังกล่าวได้สั่งการไปยังตำรวจ ทั่วประเทศ ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกวดขันจับกุมรถบรรทุก น้ำหนักเกินแล้ว ส่วนที่ปรากฏข่าวว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวเคยบรรทุกน้ำหนักเกินกว่า 60 ตันมาก่อนหน้านี้ ทางตำรวจก็จะนำข้อมูลทั้งหมดไปรวบรวมอยู่ในสำนวนแน่นอน” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน