ช่วยประสานข้อมูลให้นักท่องเที่ยวมั่นใจ
โฆษกรัฐบาลแจงประเด็นเตรียมให้ตำรวจจีนลาดตระเวนเมืองท่องเที่ยว เป็นแค่มาให้ข้อมูลเบาะแสแก๊งจีนเทาในเมืองไทย เนื่องจากพบว่าแก๊งนี้กลัวตำรวจจีนมากกว่า หวังใช้กลยุทธ์กำราบ เพื่อให้ นักท่องเที่ยวจีนมั่นใจเข้ามาท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ยันไม่เกี่ยวกับเรื่องเอกราช ขณะที่‘ต่อศักดิ์’ผบ.ตร. พร้อม ‘รังสิมันต์ โรม’ สส.ดังค้านชี้เป็นการละเมิดอธิปไตยของไทย กมธ.สภาเตรียมทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
จากกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปัญหาต่างๆ รวมทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12-19 พ.ย.2566 ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.), ผู้บัญชาการสอบสวน กลาง (ผบช.ก.) ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้าร่วมหารือ โดยน.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯททท. ระบุว่า จะมีโครงการลาดตระเวน โดยมีตำรวจจากจีนเดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีน ตามสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ซึ่งโครงการลักษณะนี้เคยทำที่อิตาลีและประสบความสำเร็จ เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยยก ระดับความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีนได้ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวจีน เกิดความเชื่อมั่น จากการประชุมหารือเมื่อ ช่วงบ่ายวันที่ 12 พ.ย. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก่อนนายกรัฐมนตรี และคณะจะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่สหรัฐ ในการหารือ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้หารือเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะปัญหาความปลอดภัยจากคนจีนกลุ่มสีเทาที่เข้ามาสร้างปัญหา ในประเทศไทย
โฆษกรัฐบาลกล่าวต่อว่า ทางสตช.รายงานว่าพฤติกรรมของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในมุมของคนจีนที่มาท่องเที่ยวเมืองไทย พบว่า พวกกลุ่มคนจีนสีเทามีความเกรงกลัวตำรวจจีน ด้วยกันเอง และนักท่องเที่ยวจีนจะรู้สึกปลอดภัย เป็นพิเศษจากพวกเกเรทั้งหลายที่เป็นคนจีน ด้วยกัน แต่มารังแกคนจีนที่มาท่องเที่ยวไทย หากมีตำรวจจีนมาช่วยดูแล เขาจะรู้สึกเชื่อมั่นเป็นพิเศษ ดังนั้น ตำรวจของไทยจึงคิดว่ากลยุทธ์ ที่ดีที่สุดในการกำราบกลุ่มจีนสีเทา คือขอให้ตำรวจจีนเป็นผู้ช่วยในการปฏิบัติงาน ซึ่งปกติการทำงานของตำรวจสากลมีการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้แสดงออกให้เห็นชัดเจนขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจไทย ได้รับข้อมูลและเบาะแสที่แม่นยำรวดเร็วขึ้น ซึ่งตำรวจจีนมีข้อมูลและมีเบาะแสพร้อมจะให้ความร่วมมือกับตำรวจไทย เต็ม 100% และพร้อมจะให้ข้อมูลชี้เบาะแสล่วงหน้า ป้องกันไม่ให้พวกคนจีนที่คิดไม่ดีมาก่อเหตุและทำให้เสียบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศไทยของคนจีน รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนมีความเชื่อมั่น ถ้ามีตำรวจจีนมาร่วมทำงานกับตำรวจไทย
นายชัยกล่าวต่อว่า ข่าวที่จะให้ตำรวจจีนมาตระเวนดูแลความปลอดภัยไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง ความจริงเพียงแค่มาร่วมมือทำงาน และให้ข้อมูลเบาะแสเพื่อให้ตำรวจไทยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเทศไทยเป็นเอกราช ทำไมต้องใช้ตำรวจจีนมาลาดตระเวน เรื่องที่มีลักษณะสร้างสรรค์เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเช่นนี้ ทำไมต้องบิดเบือนและลากให้ไปโยงกับเรื่องของศักดิ์ศรี ของประเทศเช่นนั้น ขออย่าได้เล่นเกมวาทกรรม ทางการเมืองกันจนเกินกว่าเหตุเช่นนี้เลย เรามามุ่งสมาธิให้กับการทำงานรับใช้ประเทศชาติ และประชาชนกันดีกว่าไหม

ถามผบ.ตร. – นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นำกมธ.สภาผู้แทนฯ เข้าพบพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สอบถามประเด็นนำตำรวจจีนมาร่วมลาดตระเวน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.
วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะเข้าประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เพื่อสอบถามกรณีมีกระแสข่าวว่าจะประสานงานให้ตำรวจจีนเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย
โดยนายรังสิมันต์กล่าวก่อนร่วมประชุมว่า เรื่องดังกล่าวมีผลกระทบในหลายมิติ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยในประเทศอิตาลีที่เคยใช้วิธีดังกล่าว ได้ยกเลิกวิธีดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้น ต้องพูดคุยถึงรายละเอียดว่าหากไทย นำวิธีนี้มาใช้จะคุ้มค่าหรือไม่ และตำรวจไทยคิดเห็นหรือมีแนวทางอย่างไรในการปฏิบัติ
ต่อมาภายหลังการประชุม นายรังสิมันต์เปิดเผยว่า แนวคิดดังกล่าวไม่มีทางเกิดขึ้น และได้รับการยืนยันแล้วว่าทุกฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการนำตำรวจจีนเข้ามาในราชอาณาจักร เพราะมีผลกระทบในหลายมิติ หากเริ่มต้น นำตำรวจจีนเข้ามาในประเทศไทยในวันนี้ อนาคตก็จะต้องให้ตำรวจจากชาติอื่นๆ เข้ามาด้วย และตำรวจไทยก็จะไม่มีบทบาทหน้าที่อย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงจำเป็นที่เราต้องช่วยกัน พัฒนาศักยภาพของตำรวจไทยให้เข้มแข็ง มากขึ้น เพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึง นักท่องเที่ยวได้ แต่กระแสข่าวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความเข้าใจผิดในการสื่อสาร ดังนั้น เพื่อให้ เกิดความชัดเจน คณะกรรมาธิการฯ จัดทำหนังสือขอให้รัฐบาลชี้แจงประเด็นดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับทุกฝ่ายในการปฏิบัติ
ด้านพล.ต.อ.ต่อศักดิ์เปิดเผยว่า ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำตำรวจจีนเข้ามาดูแล นักท่องเที่ยวจีนในไทย เพราะเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของไทย และตำรวจไทย มีศักยภาพในการดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยว เพียงพอ แต่กรณีที่เกิดขึ้นในอิตาลีนั้น เชื่อว่าเกิดจากปัญหาด้านการสื่อสารทางภาษา จึงมีการนำตำรวจจีนมาช่วย แต่สำหรับประเทศไทย ไม่ได้มีปัญหาดังกล่าว ยืนยันว่าแนวคิดดังกล่าว ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ
“แนวคิดดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้เป็นผู้เสนอ หรือร้องขอไปยังรัฐบาล เชื่อว่าเป็นความเข้าใจผิดในการสื่อสาร ยอมรับ ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการพูดคุยกันในประเด็นการจัดตั้งศูนย์ประสานงานกับทางการจีน เพราะเมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่อง กับจีน ก็จำเป็นที่จะต้องมีการประสานข้อมูลคนร้ายและข้อมูลคดีกัน และที่ผ่านมามีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนดผู้ประสานงาน ซึ่งมักจะเป็นตำรวจจีนที่ดูแลสถานทูตจีนประจำประเทศไทย อาจทำให้เกิดความสับสนขึ้น” ผบ.ตร.กล่าวยืนยัน
ด้านนางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคม ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน กล่าวถึงกรณี มีการประชุมปรึกษาหารือด้านการท่องเที่ยว และอยากให้ตำรวจจีนมาประจำที่เมืองท่องเที่ยว รวมทั้งพัทยาด้วยนั้นว่า เรื่องนี้ถือว่าดี เนื่องจาก พื้นที่พัทยามีทั้งนักลงทุนจีนและนักท่องเที่ยวจีน เดินทางไปมาพักผ่อนกันจำนวนมาก ที่สำคัญมีหลากหลายกลุ่ม ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้กับ คนจีนที่เข้ามาในประเทศไทยว่ามีความปลอดภัย มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัญหาจีนเทามาสร้างอิทธิพล ตามที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวพัทยาอย่างมาก
“คนจีนที่เข้ามาในประเทศไทย มีทั้ง นักลงทุน นักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก แต่ก็ยังมีทัวร์จีนที่มาสร้างปัญหาให้กับนักท่องเที่ยวมีจำนวนมากเช่นกัน ทำให้ประเทศไทยเสีย ชื่อเสียง และเสียชื่อทางด้านการท่องเที่ยว หากตำรวจจีนเข้ามาดูแล เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้คนจีนที่เข้ามาประเทศไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการที่ตำรวจจีนไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ และประสบความสำเร็จอย่างประเทศอิตาลี ถึงแม้กฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน หากมีการปรับใช้และเข้ากันได้ คิดว่าจะเกิดผลดีต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก” นางลิซ่ากล่าว