คาสนามบินสุวรรณภูมิ จ่อยึดทรัพย์นับ100ล้าน
ดีเอสไอบุกรวบพ่อลูก สองนายทุนหมูเถื่อนข้ามชาติรายใหญ่ คาสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา ติดต่อขอมอบตัวสู้คดีว่าจ้างบริษัทนำชิปปิ้งเข้าซากสุกรแช่แข็งรวม 33 ตู้คอนเทนเนอร์ สอบความเชื่อมโยงสั่งหมูมาจากที่ใด และส่งมอบหมูไปยังที่ใดบ้าง รายละเอียดกลไกการสั่งนำเข้า เร่งประสานปปง.สอบเส้นทางเงินจ่อยึดทรัพย์ด้วย
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่สืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ควบคุมตัวนายวิรัช อายุ 69 ปี กรรมการผู้มีอำนาจ ลงนามของบริษัท เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี ฟูดส์ จำกัด และบริษัท เดอะ กู๊ด ช็อป จำกัด และนายธนกฤต อายุ 42 ปี สองพ่อลูก กลุ่มนายทุนผู้สั่งการให้นำเข้าหมูเถื่อน จำนวน 33 ตู้คอนเทนเนอร์เข้าไทย หลังถูกออกหมายจับข้อหาหลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือข้อห้าม ตามพ.ร.บ.ศุลกากร, และนำเข้า ส่งออกสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดย ทั้งสองได้ประสานเข้ามอบตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังเดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. และดีเอสไอไปรอรับตัวก่อนคุมตัวมาสอบปากคำขยายผล
สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ว่าจ้างให้กลุ่มบริษัทนำเข้าเอกชนนำเข้าซากสุกรแช่แข็ง จำนวน 33 ตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาในไทย ซึ่งได้จับกุมดำเนินคดีกับกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทนำเข้าดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ จากนั้นดีเอสไอขยายผล จนพบว่านายทุนตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังเป็น 2 พ่อลูก โดยคนพ่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและลูกชายที่เป็นผู้ดำเนินการเรื่องต่างๆ แทนผู้เป็นพ่อ ถือว่าร่วมกันกระทำความผิด
ด้านพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ภายหลังรับตัว ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่รายละเอียดในการสอบปากคำยังไม่ขอเปิดเผย แต่คงไม่สามารถปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ เนื่องจากเป็นผู้สั่งหมูเถื่อนผ่านบริษัทชิปปิ้ง แต่สิ่งที่จะต้องสอบปากคำคือต้องสอบให้ได้ว่าสั่งหมูมาจากที่ใด และส่งมอบหมูไปยังที่ใดบ้าง รายละเอียดกลไกการสั่งหมู รวมถึงต้องชี้แจงของกลางที่ยึดมาจากห้องเย็นที่ จ.สมุทรสาครให้ได้อีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบโดยละเอียดเพื่อการขยายผลไปยัง ส่วนอื่น เพราะพบความเกี่ยวข้องของผู้ต้องหากับห้องเย็นของเอกชนอีก 3-4 แห่ง รวมถึงที่จ.สมุทรสาครอีก 3-4 แห่งด้วย จากข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เมื่อสั่งให้บริษัท ชิปปิ้งมีการส่งหมูเถื่อนที่นำเข้ามาจากเยอรมนี บราซิล ไปยังศูนย์กระจายสินค้าแบบขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ของประเทศ
เมื่อถามว่าจะต้องไปอายัดสินค้าหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยา บอกว่า ผู้ต้องหามีการนำเข้าหมูเถื่อนมาตั้งแต่ปี 2564 และได้รับเป็นคดีพิเศษปี 2566 หมูล็อตแรกๆ ถูกกระจายไปสู่ ผู้บริโภคหมดแล้ว จะติดตามก็ทำยากมีเพียง ที่ยังค้างสต๊อกไม่กี่ล็อตเท่านั้น ที่อายัด กลับมาได้
ส่วนประเด็นที่นายกรัฐมนตรีสอบถามที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่าเหตุใดถึงยังไม่ ยึดทรัพย์นายทุนหมูเถื่อน พ.ต.ต.สุริยาชี้แจงว่า ได้ประสานไปยังปปง.แล้ว คดีดังกล่าว เข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.ศุลกากร และพ.ร.บ. โรคระบาด ซึ่งปปง.สามารถยึดทรัพย์ได้ และก่อนหน้าที่จะจับกุมกลุ่มนายทุนได้ ทางดีเอสไอได้ประสาน ปปง. เรื่องเส้นทาง การเงินและการยึดทรัพย์แล้ว ทางปปง.ก็รับเรื่องดังกล่าวไว้ คาดว่าจะเริ่มยึดทรัพย์ภายในเดือนนี้ ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดคาดว่าอยู่ใน พื้นที่กทม.และปริมณฑล มูลค่าหลักร้อยล้าน นอกจากนี้เชื่อว่ายังมีนายทุนแบบผู้ต้องหา อีกหลายเจ้า รวมถึงต้องตรวจสอบเพราะมี เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 10 คน ที่ร่วมขบวนการ
พ.ต.ต.สุริยากล่าวต่อว่า ส่วนหมายจับ ตอนนี้ในกลุ่ม 1 กลุ่มชิปปิ้ง มีหมายจับแล้ว 10 หมาย จับไปแล้ว 6 คน กำลังติดตามตัวอยู่อีก 4 คน ซึ่งยังหลบหนีอยู่ในประเทศ ส่วนกลุ่มนายทุนจับผู้ต้องหาตามหมายจับได้อีก 2 คนที่ประสานมาวันนี้ รวมมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด 12 คน จับได้แล้ว 8 คน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้จ้างวานนำเข้าและห้องเย็นอีกอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานขยายผล
เบื้องต้นแจ้งข้อหาผู้ต้องหาสองพ่อลูก ฐานโดยหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากร โดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้นๆ โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้นและนำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243 มาตรา 244 และ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 68 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83
ที่รร.เดอะริทซ์ คาร์ลตัน นครซานฟราน ซิสโก สหรัฐ (เวลาท้องถิ่นนครซานฟรานซิสโก ช้ากว่ากรุงเทพฯ 15 ชั่วโมง) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาหมูเถื่อนที่มีความล่าช้า จะคาดโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือไม่ว่า อย่าไปเรียกว่าการคาดโทษดีกว่า ต้องเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่มีงานเยอะ และต้องอย่าลืมว่ามีการจับกุมหมูเถื่อนมานาน และขบวนการทำลายหมูเถื่อนมีมานานแล้ว โดยพบว่า ผู้กระทำผิดมีประมาณ 10-11 ราย เริ่มมีการตรวจสอบไปแล้ว เพราะขนาดฐานของ ความผิดใหญ่ จึงต้องส่งไปดีเอสไอ โดยอธิบดีดีเอสไอสั่งการไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว แต่มีความล่าช้า ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อยได้รับผลกระทบจากช่วงที่มี หมูเถื่อนเข้ามาจำนวนมาก จนเกือบล้มเลิกกิจการ ซึ่งตนมีหน้าที่ไปติดตาม เพราะหากสาวไปไม่ถึงรายใหญ่ เหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีก และเมื่อสังคมลืมก็จะเกิดขึ้นอีก ดังนั้นเรื่องนี้ต้องกำจัดให้สิ้นซากเพราะเป็นภัยของสังคมจริงๆ
เมื่อถามว่านายกฯ กังวลหรือไม่ ที่มีภาพการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลักษณะเกรี้ยวกราด ปรากฏผ่านสื่อโซเชี่ยล นายกฯ กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ว่า ยอมรับว่า สั่งการเรื่องหมูเถื่อนให้รวดเร็วจริง และตนได้เห็นภาพข่าวในการประชุมที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว แต่ตนมีหน้าที่ หากประเทศชาติมีปัญหาและไม่ถูกบริหารจัดการ ขอให้ดูที่ผลงานเป็นหลักว่าอยากจะจัดการกับผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้รวดเร็วที่สุด เพราะคนที่เดือดร้อนไม่ได้มีพื้นที่หน้าสื่อที่จะมาพูดเรื่องดังกล่าวได้ และขอให้ลงไปดูว่าผู้ประกอบการหมูรายย่อย ได้รับความเสียหายในเรื่องนี้แค่ไหน เรื่องนี้เรายอมไม่ได้ คนทำผิดจะต้องถูกจับมาลงโทษ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นคือความตั้งใจ