เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล พาเหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงานแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่เมียนมา แต่กลับถูกจับขัง บังคับเปิดบัญชีม้า ถ้าขัดขืนก็จะโดนซ้อมทรมาน หลังถูกส่งกลับปรากฏเจอหมายเรียกข้อหาฉ้อโกง ยอดเงินแต่ละคนหลักล้านบาท เข้าร้องพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.
ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนโพสต์หางานในเพจหนึ่งเมื่อต้นเดือนก.ย. พบงานแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่เมียนมา ก่อนไปได้เช็กดูในคอมเมนต์ ปรากฏว่ามีคนมาคอมเมนต์ถามว่าสนใจทำงานแลกเปลี่ยนสกุลเงิน หลายคน บางคอมเมนต์บอกได้เงินจริง งานดี จึงมีการพูดคุยรายละเอียดกัน โดยฝ่ายนายจ้างบอกว่า เป็นงานหน้าคอมพ์ สัญญาจ้าง 2 เดือน รายได้เดือนละ 35,000-50,000 บาท โดยจะต้องเปิดบัญชีขั้นต่ำ 10 บัญชีเพื่อใช้แลกเปลี่ยนสกุลเงิน ตนก็เอะใจ ถามว่าเป็นบัญชีม้าหรือไม่ เพราะไม่อยากไปทำงานผิดกฎหมาย พร้อมต่อรองขอเปิดไปแค่ 5 บัญชี อีกฝ่ายยืนยันไม่ใช่บัญชีม้า พร้อมถ่ายรูปสถานที่ทำงานมาให้ ลักษณะเป็นห้องสำนักงาน มีคอมพิวเตอร์ และมีเงินวาง บอกว่าห้องที่ทำงานลักษณะจะเป็นแบบนี้ ขอให้เปิดบัญชีแล้วข้ามฝั่งไปที่ปอยเปต จากนั้นจะมีคนไปรับพร้อมตำรวจเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นงาน ถูกกฎหมาย เมื่อไปถึงมีคนมารับจริงแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มารับพาขับ ลัดเลาะไปตามช่องทางธรรมชาติ ไปถึงจุดที่ต้องทำงานถูกพาเข้าไปขังในห้องกับคนที่ถูกหลอกมาเหมือนกันกว่า 10 คน ถูกยึดพาสปอร์ต บัตรประชาชน สมุดบัญชี ซิมโทรศัพท์มือถือ พร้อมข่มขู่ไม่ให้ติดต่อกับใครทั้งสิ้น

นรกพม่า – เหยื่อเข้าขอความช่วยเหลือนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ถูกหลอกไปทำงานที่เมียนมา แล้วถูกจับขังบังคับเปิดบัญชีม้า หากขัดขืนถูกซ้อมทรมาน เมื่อถูกส่งกลับเจอหมายเรียกข้อหาฉ้อโกง ที่สโมสรตำรวจ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.
ผู้เสียหายกล่าวต่อว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ให้ผู้เสียหายแต่ละคนโหลดแอพพลิเคชั่นธนาคารในมือถือเอาไว้ เวลาที่มีเงินโอนเข้ามา จะให้เจ้าของบัญชีมาสแกนหน้า อย่างของตัวเองแต่ละวันยอดเงินที่เข้ามาในบัญชีไม่ต่ำกว่าบัญชีละ 1 ล้านบาท ทำแบบนี้จนบัญชีถูกอายัด จากนั้นเจ้าของบัญชีจะถูกส่งกลับมาที่ไทยโดยให้ล้างข้อมูลในมือถือให้หมด พร้อมข่มขู่ห้ามแจ้งตำรวจไม่งั้นจะส่งคนมาฆ่า โดยหลังจากแต่ละคนกลับมาไทยก็จะมีหมายเรียก หรือหมายจับจากตำรวจข้อหาฉ้อโกงหลายหมาย จึงรวมกลุ่มกันมาขอให้มูลนิธิปวีณาช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้นางปวีณายังพากลุ่มผู้เสียหายเป็นหญิงสาว 3 ราย ที่ต้องการไปเที่ยวแต่กลับถูกหลอกไปค้าประเวณีที่เมียนมา และกลุ่มผู้เสียหาย 25 ราย ถูกสอง สามีภรรยาหลอกพาไปทำงานออสเตรเลีย ก่อนเชิดเงินหนีเสียหายกว่า 1.3 ล้าน เข้าขอความช่วยเหลือจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ช่วยเหลืออีกด้วย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การสืบสวนขยายผลเรื่องนี้จะไม่ดำเนินการเฉพาะแต่คนไทยเท่านั้น แต่จะจับกุมไปถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา กัมพูชาด้วย ตอนนี้มีแนวคิดที่จะเปิดแพลตฟอร์ม กรณีที่มีคนเจอแพลตฟอร์มต่างๆ ชักชวนไปต่างประเทศ สามารถโทร.มาสอบถามได้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เพื่อไม่ได้ถูกหลอกไปทำงานผิดกฎหมาย โดยจะให้ทีมงานศึกษาดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง