เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยกรณีเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เวลา 08.37 น. โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากอ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 100 ก.ม. ประชาชนในพื้นที่จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย สกลนคร กรุงเทพมหานคร รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนดังกล่าว ซึ่งปภ.สั่งการไปยังปภ.จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้น
โดยมีรายงานความเสียหายในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน และสกลนคร ดังนี้ 1.เชียงราย รับรู้แรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ 18 อำเภอ และได้รับผลกระทบใน 7 อำเภอ อาคารได้รับผลกระทบ 7 แห่ง เป็นโรงพยาบาล 6 แห่ง และเทศบาล 1 แห่ง บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเกิดรอยร้าวของตัวบ้าน 3 หลัง และมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย
2.เชียงใหม่ รับรู้แรงสั่นสะเทือนในอำเภอ และได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สันทราย อ.เชียงดาว และอ.แม่แตง รวม 4 ตำบล 4 หมู่บ้าน เบื้องต้นบ้านเรือนประชาชน เสียหาย 2 หลัง และโรงเรียน 2 แห่ง 3.น่าน รับรู้แรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน เบื้องต้นตรวจสอบพบวัดได้รับความเสียหาย 2 แห่ง ได้แก่ วัดภูมินทร์ มีรอยร้าวบริเวณเพดานวิหารและองค์พระประธานในวิหาร และวัดช้างค้ำวรวิหาร พบรอยร้าวบริเวณประตูซุ้มเข้าหอไตรวัด 4.สกลนคร รับรู้แรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร เบื้องต้นพบว่าอาคารอุบัติเหตุฉุกเฉินและผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร ตั้งแต่ชั้นที่ 7-9 อาคารได้รับความเสียหายเกิดรอยร้าวบางส่วน โดยจ.สกลนครสั่งการให้อพยพผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ออกจากอาคาร พร้อมสั่งปิดการใช้อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉินและผู้ป่วยนอก และประสานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยเข้าตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารแล้ว
ปภ.ได้ประสานให้จังหวัดที่ได้รับผลกระทบประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยเฉพาะการประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร สถานที่ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายแก่ประชาชน พร้อมทั้งกำชับให้ทุกจังหวัดที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น