ลั่นต้องเจ้าใหญ่ 7วัน-ให้เห็นผล

เศรษฐาสั่งเร่งล้างบางหมูเถื่อน ถกผบ.ตร.กำชับจัดการเจ้าใหญ่ก่อนตัวเล็กค่อยไล่เก็บ ขีดเส้น 1 สัปดาห์ ต้องเป็นรูปธรรมเร่งยึดทรัพย์ตัดเส้นทางเงินไม่ให้มีทุน ประสานรมช.คลังหาแนวทางช่วยเหลือฟาร์มหมูรายย่อย เร่งหาแหล่งเงินทุน-ธ.ก.ส.เข้าไปดูแล ปปง.แถลงเร่งสาง 2,300 ตู้ ที่กวาดจับได้ใน 2 ปี อายัดทรัพย์แล้ว 24 รายการ รวม 53 ล้านบาท ดีเอสไอออกหมายจับ 10 บริษัทชิปปิ้ง มารายงานตัวแล้ว 8 ส่วนอีก 2 ยังดื้อแพ่ง พร้อมขยายผลฟันคดีฟอกเงินเพิ่ม

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 พ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงการคลัง ถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาหมูเถื่อน ว่า เมื่อช่วง ใกล้เที่ยงวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.เข้ามาพบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารายงานแล้วว่า มีการขยายผลได้ในเร็วๆ นี้ ต้องตรวจสอบติดตามต่อไปกันอย่างใกล้ชิด โดยก่อนที่จะเดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ที่ซานฟรานซิสโก ก็มีความเป็นห่วง ไม่อยากให้เกิดความล่าช้า โดยเฉพาะการโยกย้ายถ่ายเทเรื่องเงิน เรื่อง การอายัดทรัพย์ เพราะหากมีทุนทรัพย์จะไปทำได้อีก เพราะฉะนั้นเรื่องความรวดเร็ว ในการเข้าไปบริหารจัดการปัญหาที่มีอยู่ ไม่ให้คาราคาซัง เราต้องกระตุ้น ทราบดีว่า เจ้าหน้าที่มีภารกิจมาก แต่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ

ส่วนจะขีดเส้นตายให้ระยะเวลาเจ้าหน้าที่เท่าไหร่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ต้องเร็วที่สุด สัปดาห์นี้ต้องมีอะไรขึ้นมาบ้าง เพราะถ้าหากนับสัปดาห์นี้เท่ากับ 10 วันแล้ว ต้องมีบ้าง และเหนือสิ่งอื่นใด คิดว่าจะต้องสาวถึงต้นตอให้ได้ ตัวเล็กๆ เอาไว้ทีหลัง ตัวใหญ่เอามาก่อนดีกว่าจะได้จบสักที ไม่เช่นนั้นพอ กวาดล้างได้สักพัก แต่ 6 เดือน 12 เดือน เกิดขึ้นมาใหม่ นอกจากนั้นยังพูดคุยกับ รมช.คลัง เกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนผู้ประกอบการ เลี้ยงหมู รายเล็กกับรายกลางซึ่งประสบปัญหาและ หยุดประกอบกิจการไปในช่วงที่มีหมูเถื่อน เข้ามา ต้องมาดูว่าจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าไปช่วยตรงไหนได้บ้าง มีรายละเอียดอีกมาก วันนี้พูดคุยกัน หลายเรื่อง

วันเดียวกัน ที่สำนักงานป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการ ปปง. พร้อม นายวิทยา นีติธรรม โฆษกประจำสำนักงาน ปปง. และพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมแถลงผลการดำเนินงาน อาทิ ผลการปฏิบัติงาน ของสำนักงาน ปปง. และผลการประชุม คณะกรรมการธุรกรรม ประจำเดือนพ.ย. รวมถึงความคืบหน้าคดีลักลอบนำเข้า หมูเถื่อน 161 ตู้

นายวิทยากล่าวว่า ในการประชุม คณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 11/2566 เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ดำเนินการ กับทรัพย์สิน 1,333 รายการ 60 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 2,559 ล้านบาท และมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 26 รายคดี สำนักงาน ปปง. สรุปรายคดีสำคัญอันเป็นที่สนใจของประชาชน ประกอบด้วยยึดและอายัดทรัพย์สิน 16 รายคดี ทรัพย์สิน 430 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 1,422 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สิน เกี่ยวกับความผิดมูลฐานยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน การลักลอบหนีศุลกากร และการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวถึงความคืบหน้าการยึดอายัดทรัพย์คดีหมูเถื่อนว่า คณะกรรมการธุรกรรมสั่งยึดอายัดทรัพย์ในคดีหมูเถื่อน 24 รายการ เป็นที่ดิน บ้าน รถยนต์ รวมมูลค่า 31 ล้านบาท เงินฝากในบัญชีรวม 22 ล้านบาท รวมทั้งหมด ยึดอายัด 53 ล้านบาท ปัญหาคือมีการตรวจพบการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนที่จับได้กว่า 2,300 ตู้ มาตั้งแต่ปี 64-65 ทำให้ต้องตรวจสอบย้อนหลังจำนวนมากต้องใช้เวลาดำเนินการ

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า การดำเนินคดีเอาผิดขบวนการนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนกับพวก ดีเอสไอออกหมายจับกลุ่มบริษัทชิปปิ้ง 10 หมาย มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 8 ราย อยู่ระหว่างติดตามตัว 2 ราย กลุ่มนายทุน ออกหมายจับแล้ว 2 ราย คือ นายวิรัช อายุ 69 ปี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท เว้ลท์ซี่ แอนด์ เฮ็ลธ์ซี ฟูดส์ จำกัด (WEALTY & HEALTHY FOODS CO.,LTD.) และบริษัท เดอะ กู๊ด ช็อป จำกัด (THE GOOD SHOP CO.,LTD.) และนายธนกฤต อายุ 42 ปี สองพ่อลูก อยู่ระหว่างพิจารณาตรวจสอบคัดแยกทรัพย์สินที่ได้มาช่วงระหว่างการ กระทำผิดหรือนำไปใช้เพื่อกระทำผิด โดยต้องให้สองพ่อลูกนำหลักฐานมาชี้แจง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้รับทรัพย์สินหรือฟอกเงินและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานขยายผล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน