เมื่อวันที่ 20 พ.ย. นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อเป็นโมลเดลนำร่องในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ พัฒนาระบบขยายความรับผิดชอบของ ผู้ผลิต และระบบจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี คพ. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.สุราษฎร์ธานี กรมการท่องเที่ยว มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (3R) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เทศบาลตำบลเกาะเต่า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า และชมรมรักษ์เกาะเต่า ร่วมลงนามเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 66 ที่ผ่านมา
นายปิ่นสักก์กล่าวอีกว่า หลังการลงนามความร่วมมือ เทศบาลตำบลเกาะเต่าได้ออกเทศบัญญัติตำบลเกาะเต่า ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ในการเปลี่ยนจากขวดแก้วเบียร์ เป็นกระป๋องอะลูมิเนียม เพื่อให้เกิดการเรียกคืนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ง่าย ลดปริมาณขยะขวดแก้วที่จะต้องเป็นภาระและค่าใช้จ่ายของเทศบาลในการกำจัด ซึ่งผลการดำเนินงานได้รับความร่วมมือเป็นที่น่าพอใจ ในกรณีที่ผู้ประกอบการยังคงยืนยันจะขายเบียร์ขวด คพ.จะใช้มาตรการในการเรียกขวดเบียร์คืนกลับไปยังร้านค้าที่จำหน่ายทั้งหมด โดยจะต้องนำเก็บไปจัดการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อไป
ด้านนายวัชรินทร์ ฟ้าสิริพร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะเต่า กล่าวว่า จากการ เก็บข้อมูลของมูลนิธิ 3R ในช่วง 2 เดือน พบว่า ขยะขวดแก้วได้ลดลงจากเฉลี่ย 5 ตัน/วัน เหลือเพียง 1 ตัน/วันเท่านั้น ซึ่งช่วยลดภาระของเทศบาล ในการจัดการขยะได้จำนวนมาก ทั้งนี้ จากการสำรวจร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านขายส่ง ร้านค้าสะดวกซื้อ ร้าน 7-11 ต่างให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากขวดเบียร์เป็นกระป๋องอะลูมิเนียม