ออกชุด2อัด‘อัยการ’‘ทวี’พร้อมรื้อคดีใหม่ นายกฯแนะรีบมอบตัว
‘บิ๊กต่อ’ผบ.ตร.สั่งสอบที่มาคลิป‘เสี่ยแป้ง’ พร้อมเร่งจับกุม ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ‘อัยการสูงสุด’สั่งอธิบดีอัยการภาค 9 เร่งส่งสำนวนที่มีอัยการถูกพาดพิงเรื่องคดีเสี่ยแป้งให้สำนักวิชาการวิเคราะห์ว่าสั่งฟ้องชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ คาดอาทิตย์หน้ารู้ผล ด้าน ‘เสี่ยแป้ง’ ปล่อยคลิปชุดที่ 2 ย้ำอีกไม่ได้รับความเป็นธรรม คนวางแผนไม่โดนจับ ลั่นหากไม่มีความยุติธรรมจะไม่ยอมมอบตัวเด็ดขาด ยันไม่เคยคิดต่อสู้ตำรวจ ‘นายกฯ เศรษฐา’ แนะเข้ามอบตัว หวั่นเกิดการปะทะต่อสู้กันจะเดือดร้อนทุกฝ่าย ‘ทวี สอดส่อง’รมว.ยุติธรรมสั่งตรวจสอบคลิปและคนใกล้ชิดเสี่ยแป้ง ชี้หากมีหลักฐานใหม่สามารถรื้อฟื้นคดีได้ ตร.จ่อออกหมายจับเพิ่ม 2 คนช่วยเหลือเสี่ยแป้งหนีจากร.พ. มีทั้งตำรวจและพลเรือน
‘นายกฯ’แนะ‘แป้ง’มอบตัว
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 พ.ย. ที่บ้านวัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด ผู้ต้องหาคดียาเสพติดซึ่งหลบหนีจากการควบคุมตัวระหว่างเข้ารับการรักษาที่ร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราชโผล่อัดคลิปวิดีโอระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นว่า เชื่อว่าพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ตระหนักดีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ที่บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอให้เข้ามอบตัว เพราะหากถูกจับกุมจะมีการต่อสู้เกิดขึ้น และจะเดือดร้อนทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปล่อยคลิปมาเช่นนี้ เหมือนเป็นการเย้ยตำรวจ นายเศรษฐากล่าวว่า เชื่อว่าผบ.ตร.ตระหนักในเรื่องนี้ดี และเชื่อว่าพยายามทำงานเต็มที่ รวมถึง ผู้บัญชาการตำรวจภาคก็เข้าใจถึงปัญหา ซึ่งอยากให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะดีกว่า
‘บิ๊กต่อ’สั่งสอบคลิป‘แป้ง’
ด้านพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เปิดเผยหลังจากมีคลิปชายหน้าคล้าย ‘แป้ง นาโหนด’ ออกมาเผยถึงสาเหตุของการหนีเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้นว่า เบื้องต้นสั่งการให้พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผบ.ตร. ที่ดูแลงานสืบสวน ตรวจสอบที่มาที่ไปของคลิปดังกล่าวว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ถ่ายคลิปที่ไหน ถ่ายในช่วงไหน พร้อมเร่งติดตามจับกุมนายเชาวลิต มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเนื้อหา ในคลิปก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ได้สั่งการให้จเรตำรวจไปตรวจสอบว่ามีการพาดพิงตำรวจคนใดบ้าง มีข้อเท็จจริงอย่างไร หากมีความผิดก็ดำเนินการไปตาม พยานหลักฐาน ทั้งทางวินัย อาญา และปกครอง ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ขอฝากให้ประชาชน ใช้วิจารณญาณในการรับฟังสื่อโซเชี่ยล ตำรวจพร้อมจะดำเนินการตามข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร หากคิดว่า ไม่ได้รับความยุติธรรม ตำรวจก็พร้อม จะประสานงานดำเนินการให้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

เสี่ยแป้งขณะพูดอยู่ในคลิปที่ 2
‘แป้ง’เปิดคลิปชุด 2 อัดอัยการ
วันเดียวกัน ‘แป้ง นาโหนด’ ปล่อยคลิปเปิดใจคลิปที่ 2 โดยกล่าวว่า ตนขอขอบพระคุณสำหรับพี่น้องที่ให้กำลังใจตน และคอยเป็นกำลังใจให้ตน ส่วนสาเหตุ ที่หนีมานั้น เพราะตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพิจารณาคดี ตนไม่ได้รับการประกันตัวเพียงคนเดียว แต่ ‘จรวด’ ได้รับการประกันตัวข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่วนตนโดนแจ้งข้อหาเกี่ยวกับคดีปล้นและอาวุธปืน กลับไม่ได้รับการประกันตัว ยิ่งกว่านั้น อัยการ และประธาน, ดาบตำรวจ, จ.ส.อ และพ่อของจรวด อัยการกลับไม่ฟ้อง ทั้งที่เป็นผู้ร่วมวางแผนในการปล้น
โดยพฤติการณ์มาจากที่พวกเขาพูดคุยและนั่งปรึกษาก่อนจะโทร.มาหาตนเพื่อให้ไปช่วยเหลือ ยอมรับว่าการปล้นครั้ง ดังกล่าว ตนเดินทางไปร่วมด้วยจริงและไปปล้นเอง โดยเดินทางไปพร้อมกับทุกคนที่ตนกล่าวถึง ตนอยากถามสาเหตุว่าทำไมเขาถึงไม่มีการฟ้องกับบุคคลอื่นที่กล่าวมา ทั้งที่ทราบกันดีว่าบุคคลเหล่านั้นร่วมขบวนการด้วย หนำซ้ำตอนนั้นก็ยังเป็นคดีดัง ตนอยากให้พี่น้องชาวไทยช่วยกันตรวจสอบ ยืนยันว่าบุคคลที่เอาเงินจากตนไป คืออัยการ ส่วนที่มีข่าวเรื่องข่มขู่อัยการที่จ.สงขลา ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ เพราะพฤติกรรม การข่มขู่ ตนไม่ทำแน่นอน
มองประเด็นจุดหมายที่มีการปล่อย และระบุว่าเป็นการข่มขู่จากฝีมือตน เป็นกระบวนการที่หวังผลประโยชน์ ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญตน ลักษณะคล้าย เหมือนให้ร้ายและมองว่าตนเป็นนักโทษ ที่ไม่รู้สึกผิด ทั้งที่สำนักงานอัยการดังกล่าวย่อมมีกล้องวงจรปิด แต่ทำไมถึงไม่มีใครตรวจสอบ หรือออกมาเปิดเผยผลสุดท้ายของบุคคลที่มีการข่มขู่ ทำไมไม่ไปดูว่าใครเป็นคนขู่
ย้ำคำเดิมวันที่มีการปะทะ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งใจจะเดินทางไปวิสามัญตน เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 มีปัญหาโดยตรงกับตน เรื่องที่มีการจับกุมเเล้ว เอาปืนไปจี้ ดูได้จากข่าวในอดีตที่ตนเคยพา ชาวบ้านไปแจ้งความ
ตั้งเงื่อนไขมอบตัว
มองว่าเหตุการณ์ปะทะวันนั้นตั้งใจแน่นอน จากที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเอ็ม 76 รวมแล้วกว่า 10 นัดที่นับได้ อยากย้อนถามว่าเหตุการณ์วันดังกล่าวที่มีการระบุว่า ตนไล่ยิงเจ้าหน้าที่กลับนั้น อยากให้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจคนที่มาเจอตนคนเเรกที่วิ่งหลบหนีว่าเหตุการณ์วันนั้น ตนตั้งใจจะยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจสวนกลับ หรือเป็นการยิงขึ้นฟ้า เพราะวันนั้นเจ้าหน้าที่ คนดังกล่าวเห็นตนคนแรก แต่ตนกลับยิงขู่ขึ้นฟ้าเพื่อให้เขาวิ่งหนี ทั้งที่ตนสามารถ จ่อยิงกลางหลังให้เสียชีวิตได้ เหตุการณ์ ดังกล่าวตนมองว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นไม่ใช่ศัตรูตนโดยตรง เขาเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ ตนทำผิดก็ยอมรับว่าคือคนผิด และยังมองว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวที่ตนปะทะด้วย เขาก็มีครอบครัว มีลูกเมีย ตนไม่คิดจะต่อสู้หรือสวนกลับตามที่มีการแถลงข่าว ตนยิงขึ้นฟ้าแล้ววิ่ง หลบหลีกหนีถอย
แป้ง นาโหนด ระบุด้วยว่า ตนอยากให้สังคมไทยย้อนดูกฎหมาย หรือกระบวนการ ยุติธรรมว่ายุติธรรมกับตนหรือคนอื่นหรือไม่ ยังมีอีกหลายประเด็นที่ตนอยากจะออกมาพูดคุย แต่วันนี้สิ่งหนึ่งที่ตนต้องการคืออยากให้ดำเนินการอัยการกับพวกที่ตนกล่าวไป หากดำเนินการแล้ว ตนยืนยัน พร้อมจะเดินเข้าไปมอบตัวตามกระบวนการ ยุติธรรม แต่หากยังนิ่งเฉย และไม่ดำเนินคดี กับทางอัยการ ตนจะไม่ไปมอบตัวแน่นอน ถ้าจะไปก็คงต้องไปเป็นศพแน่นอน ชัดเจน 100% ในเมื่อความยุติธรรมไม่มี ตนก็ไม่ไป หากสิ่งไหนที่ตนทำผิดพลาดต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนต้องขออภัยด้วย ไม่เคยคิดจะต่อสู้ และอยากจะขอโทษในส่วน ของ พ่อแม่พี่น้องในพื้นที่หมู่บ้านตระ หรือพี่น้องชาวไทยเดือดร้อน ตนก็ขอกราบขอโทษด้วย
‘อัยการ’โต้กลับ‘แป้ง’พาดพิง
วันเดียวกัน อัยการคนที่ถูกเสี่ยแป้งพาดพิง เปิดเผยว่า กรณีที่แป้ง นาโหนด ออกมาอัดคลิปแล้วมีการพาดพิงถึงนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่หมู่ 7 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เมื่อก.ค.62 ตนก็ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามสำนวนสอบสวนของตำรวจ
เบื้องต้นตนได้รับการประสานจากพ่อของนายจรวดว่านายจรวดถูกอุ้มตัวไป ไม่แน่ว่าเป็นบุคคลกลุ่มใด จึงประสาน เจ้าหน้าที่ภาครัฐให้เข้าช่วยเหลือ ตามสำนวน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ซึ่งไม่เคยประสาน ขอความช่วยเหลือจากนายแป้ง นาโหนด และตนก็อยู่ที่บ้านตลอด มีหลักฐานอ้างอิงได้ การออกมากล่าวถึงตนและกระบวนยุติธรรมนั้น เชื่อว่าต้องการดิสเครดิตกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
‘ทวี’สั่งสอบคลิป-คดี‘แป้ง’
วันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ไปสนับสนุนกำลังติดตามในพื้นที่จ.พัทลุง อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวนายเชาวลิต ต่อเนื่อง ขณะนี้สั่งให้นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ตรวจสอบ ไปยังบุคคลใกล้ชิดของนายเชาวลิต ซึ่งจะต้อง พิสูจน์ให้ชัดเจนว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวที่เผยแพร่ออกมาใช่เจ้าตัวหรือไม่ แต่ยังไม่มีข้อมูล ที่ปฏิเสธได้ว่าไม่ใช่ หรือใช่ กำลังตรวจสอบ และจะให้ญาติพี่น้องของเขาช่วยดูด้วย อีกทั้งคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ออกมา แสดงให้เห็นว่าตัวเขายังอยู่ หวังว่าเจ้าตัวจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเรามี หน้าที่ติดตามจับกุม นอกจากนี้ เมื่อช่วงเช้า ที่ผ่านมา ตนได้หารือกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ซึ่งท่านให้ความสำคัญและมอบหมายในการดำเนินคดีติดตามจับกุมตัว
พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า ประการที่สอง เรื่องข้อมูลที่นายเชาวลิตออกมาสื่อสารคล้ายลักษณะกล่าวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยระบุว่าในคดีที่ศาลตัดสินจำคุก มีผู้ร่วมกระทำผิดหลายราย แต่เหตุใดผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย จึงไม่ถูกฟ้องร้องหรือดำเนินคดีเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ตนมอบหมายให้นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวง ยุติธรรม และรองปลัดกระทรวงยุติธรรม รวมถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเลขาธิการป.ป.ส. ดำเนินการตรวจสอบ เพราะฐานคดีเดิม นายเชาวลิตไปชิงตัวบุคคลที่ถูกจับกุม เรื่องยาเสพติด ตนจึงให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคดีดังกล่าวจะเป็นไปตามที่เจ้าตัวร้องหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเป็นเหตุการณ์ชิงตัวผู้ต้องหาคนหนึ่งที่ถูกตำรวจจับเรื่องยาเสพติด และพอนายเชาวลิตและพวกสามารถชิงตัวบุคคลนั้นออกมาได้ ก็ทำร้ายตำรวจ จึงถูกดำเนินคดีร่วมกันปล้นทรัพย์กับพวกรวม 7 คน ในจำนวนนี้พบว่า นายเชาวลิตกับพวกทั้ง 7 คนถูกตำรวจ สั่งฟ้องทั้งหมด ส่วนในชั้นอัยการ ตนยังไม่ได้รับสำนวนมาตรวจสอบ แต่พบว่า ในคำพิพากษาจากกระบวนการที่เกี่ยวข้อง มีชื่อนายเชาวลิตเป็นจำเลยของศาลจังหวัดพัทลุง ซึ่งอัยการจั่วหัวว่าเหตุเกิดวันที่ 2 ก.ค.2562 ในเวลาหลังเที่ยงคืน จำเลยกับพวกประมาณ 20 คนที่หลบหนียังไม่ได้ นำตัวมาฟ้องร่วมกันใช้อาวุธปืนกล M16 เป็นต้น ไปชิงตัวบุคคลที่ถูกตำรวจจับกุมมา จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจนายเชาวลิตได้ว่า เนื่องจากมีผู้ร่วมกันตั้งเยอะ แต่ทำไมไม่ถูกดำเนินคดีด้วย
“เรื่องนี้ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม จึงจะตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบว่าในคดีเดิม สามารถมีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญต่อคดีเพื่อจะรื้อฟื้นคดีได้หรือไม่ โดยจะหารือใกล้ชิดกับผบ.ตร.ว่า ถ้ารื้อฟื้นคดีใหม่ จะให้เป็นคดีที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหากเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ จะให้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งจะดำเนินการโดยกรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ได้ เพราะว่า ในคดีดังกล่าวทราบว่ามีการฟ้อง 7 รายหรืออาจจะมากกว่านั้น แต่เท่าที่ไปตรวจสอบ จากคำพิพากษาในคดีเกี่ยวเนื่องกับตัวบุคคล เช่น บุคคลที่อ้างชื่อว่า นายสิทธิเดช หรือจรวด ก็มีคดีที่ศาลตัดสินลงโทษเหมือนกัน ซึ่งศาลตัดสินในเดือนธ.ค.65 คดีพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเหตุการณ์ก็เกิด วันที่ 2 ก.ค.62 เช่นเดียวกัน อัยการอาจจะแยกฟ้องก็ได้” พ.ต.อ.ทวีกล่าว
ชี้หากมีหลักฐานใหม่ก็รื้อฟื้นคดีได้
พ.ต.อ.ทวีกล่าวด้วยว่า ส่วนของ นายเชาวลิต ทราบว่ามีคดีอื่นที่อาจจะเป็นคดีร่วมกันพยายามฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ที่เป็นข่าวดังๆ ที่ร้านเติมสุข จ.พัทลุง ได้ร่วม กับพวกจำนวนมาก ทราบว่ามีการฟ้องร้อง ตนคิดว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องสะเทือนขวัญ เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ ได้ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมและคณะ ประสานกับ ผบ.ตร.อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ เพราะในความรู้สึกของนายเชาวลิต ที่ระบายถึงกระบวนการยุติธรรมและความยุติธรรมนั้น เราไม่ได้ต้องเชื่อเขา แต่จะต้อง นำข้อมูลที่เขาระบุ รวมถึงคำพิพากษา ของศาลว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องถึงประมาณ 20 รายดังกล่าว จะต้องไปสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมกับหลักฐานต่างๆ อาจจะต้องตรวจเส้นทางการเงิน เป็นต้น เป็นเรื่องที่จะต้องทำให้เร็ว
“การจะรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่นั้น ตามหลัก ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา คดีที่อัยการ สั่งไม่ฟ้องจนถึงที่สุด จะต้องมีพยาน หลักฐานใหม่ แต่คำพูดของนายเชาวลิต ในคลิปวิดีโอยังไม่ใช่หลักฐานใหม่ แต่บุคคล ที่นายเชาวลิตระบุถึงในจดหมายร้องเรียน หรือบุคคลที่ไม่ได้ถูกสอบปากคำเป็นพยาน รวมถึงเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะหลักฐาน ทางนิติวิทยาศาสตร์ ถ้าหากรวบรวมได้ เราถือว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ และทราบว่าอัยการสูงสุดท่านปัจจุบันเป็นคนตรงไปตรงมาก็คงจะต้องไปประสานกับท่านว่ามีบุคคลใดในวงการที่ไปเกี่ยวข้องบ้าง ยอมรับว่าสะเทือนไปหมดทั้งกระบวนการยุติธรรม” พ.ต.อ.ทวีกล่าว
ด้านนายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวง ยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกรณี แป้ง นาโหนด เผยแพร่คลิปร้องขอความเป็นธรรมในการถูกดำเนินคดี โดยพาดพิงกระทรวงยุติธรรมและบุคคลในกระบวนการยุติธรรมนั้นว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบบุคคลในคลิปว่าเป็นนายเชาวลิตจริงหรือไม่ นอกจากนี้ ยังได้ประสานผบ.ตร. โดยได้รับแจ้งยืนยันว่า มีมาตรการติดตามการจับกุมอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
นายวัลลภกล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่นายเชาวลิตอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดี รมว.ยุติธรรมสั่งการให้ปลัด กระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเลขาธิการ ป.ป.ส. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นในคดีเดิม พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานายเชาวลิตและผู้ร่วมกระทำผิดซึ่งมีทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และบุคคลในกระบวนการยุติธรรมรวมหลายคน แต่จากคำพิพากษา นายเชาวลิต ถูกฟ้องเพียงคนเดียว และมีการแยกสำนวนฟ้องอีกบางคน ส่วนผู้ร่วมกระทำผิดคนอื่น โดยเฉพาะตำรวจ ทหาร และบุคคลในกระบวนการยุติธรรมยังไม่มีการฟ้องคดี แต่อย่างใด หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบและมีพยานหลักฐานใหม่ อันสำคัญแก่คดีก็สามารถฟ้องคดีได้ โดยกรม สอบสวนคดีพิเศษจะประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดำเนินคดี
“กระทรวงยุติธรรมขอเน้นย้ำว่าประเด็น ที่นายเชาวลิตหยิบยกขึ้นมายังเป็นเพียงการกล่าวอ้าง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบ ให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการทำงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมต่อไป” โฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าว
จ่อออกหมายจับอีก 2 คน
รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวม พยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติจากศาลจังหวัด พัทลุงออกหมายจับ 2 ราย เป็นข้าราชการตำรวจ 1 นาย และเป็นบุคคลธรรมดา 1 ราย เนื่องจากพบว่าให้การช่วยเหลือเสี่ยแป้งหลบหนี ซึ่งก่อนนี้ตำรวจเตรียมหลักฐานไว้แล้ว แต่วันนี้มีความชัดเจนมากขึ้น
อสส.สั่งสอบสำนวนคดี‘แป้ง’
ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ตั้งแต่มีข่าว อัยการมีส่วนร่วมในเรื่องของเสี่ยแป้งนั้น ทางผู้บริหารของอัยการสูงสุดไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบสั่งการให้ทางอธิบดีอัยการภาค 9 ตรวจสอบสำนวนคดี พบว่ามีสำนวนคดี 1 คดีที่มีอัยการที่ถูกพาดพิงเข้าไปเกี่ยวข้องจริง คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 โดยนายเชาวลิตหรือเสี่ยแป้งเป็นผู้ต้องหาที่ 1 และอัยการดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาที่ 2 รวมมีผู้ต้องหา 7 คน ถูกตั้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์, ข่มขืนใจผู้อื่น, มีอาวุธฯ, พาอาวุธไปที่สาธารณะ ต่อมาเมื่อถึงชั้นอัยการ มีการสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาที่ 2-6 คน สั่งฟ้องนายเชาวลิต คนเดียว เมื่ออัยการมีคำสั่งดังกล่าว ทางผบช.ภาค 9 ไม่ได้ส่งความเห็นแย้ง คดีจึงสิ้นสุดไปในส่วนของผู้ที่ไม่ถูกสั่งฟ้อง ต่อมาศาลสั่งลงโทษจำคุกนายเชาวลิต จนนำไปสู่การหลบหนีออกจากโรงพยาบาล
“นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด สั่งการให้อธิบดีอัยการภาค 9 เร่งส่งสำนวนคดี ดังกล่าวมาให้ทางสำนักงานวิชาการวิเคราะห์ ว่าเป็นการสั่งฟ้องที่ถูกต้องหรือไม่ หรือควรมีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือไม่ คาดว่า การส่งสำนวนมาและการวิเคราะห์จะมีผล ออกมาภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากทราบว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน และอยู่ในความสนใจ ของประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด และผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจ แจ้งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการทำงาน” โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว
กลุ่มทนายแถลงโต้‘แป้ง’
วันเดียวกัน ที่สำนักงานทนายความใจดี ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่าที่ ร.ต.ชัชวาล บำรุงวงศ์ ในฐานะตัวแทนกลุ่มทนายความใจดี แถลงกรณีเสี่ยแป้งอัดคลิปพาดพิงถึงทนายความนั้นว่า ย้อนไปเมื่อปี 64 เริ่มได้ยินชื่อของเสี่ยแป้ง ตามสื่อต่างๆ ตามข่าว แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว มารู้จักเมื่อมีชาวบ้านที่จ.พัทลุงร้องเรียน มาทางกลุ่มทนายใจดีว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งบุกรุกเข้าไปในที่ดินของเสี่ยแป้ง และใช้อาวุธสงครามเข้าไปข่มขู่พนักงานและลูกจ้างที่อยู่ในบ้าน ตนลงพื้นที่พัทลุงเข้าไปตรวจสอบ ถ้าจำไม่ผิดเหตุการณ์ ครั้งนั้นมีชาวบ้านรวมตัวกันกว่า 100 คนไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ จากนั้นกลุ่มทนายใจดีจึงพาชาวบ้านเข้าไปแจ้งความที่สภ.เมืองพัทลุง รู้จักกับเสี่ยแป้งและมีการช่วยเหลือกันในทางคดี ซึ่งมีทนาย หลายคนเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนตำรวจที่เป็นคู่กรณีของเสี่ยแป้งนั้น ตนไม่เคยเจอหน้า แค่ได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้ามีพฤติกรรม อย่างว่าก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
ว่าที่ ร.ต.ชัชวาลกล่าวต่อว่า ตั้งแต่เสี่ยแป้ง หนีออกจากเรือนจำ ตนก็รอคอยว่าเขา จะติดต่อมาหรือไม่ แต่ก็ไม่มีการติดต่อมา ตนในฐานะนักกฎหมายที่เขาบอกว่าความยุติธรรมไม่มีจริง อาจเป็นมุมมองของเขา แต่ตนในฐานะกลุ่มทนายความใจดี และนักกฎหมายให้ความมั่นใจได้เลยว่า ความยุติธรรมมีจริงๆ ให้แป้งกลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม หากมีหลักฐานอะไรหรือชี้ช่องอะไรมา ตนก็จะช่วยเหลือเต็มที่ หวังว่าถ้าเขามีโอกาสกลับตัวกลับใจที่จะเข้ามา สู้คดีให้ติดต่อมาได้ ตนจะพาเขาไปมอบตัว