ปล่อยอีกชุด3 รมต.บินไปรับ

นายกฯ ส่งรมว.ต่างประเทศ -ผบ.สส.ไปรับ 17 ตัวประกันกลับไทย 30 พ.ย. ฮามาสปล่อยเพิ่มชุดที่สามอีก 3 คน ขอบคุณ ‘อันวาร์’ นายกฯ มาเลย์ที่ช่วยเหลือ และขอให้ช่วยเหลือต่อเนื่องเพื่อให้ตัวประกันไทยได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด ประธานวันนอร์มั่นใจคนไทยถูกปล่อยตัวทั้งหมดต้นธ.ค.นี้ กระทรวงแรงงานเร่งเยียวยาแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ รายละ 15,000 บาท ส่วนแรงงานไทยที่เคยเป็นผู้ประกันตนกับ สปส. จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นกัน พ่อหนุ่มแรงงานชาวบุรีรัมย์ยังไม่รู้ชะตากรรมเริ่มมีความหวัง เผยหากลูกชายรอดชีวิตจะให้บวชสะเดาะเคราะห์

เมื่อเวลา 08.19 น. วันที่ 27 พ.ย. ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ด่านสะเดา จ.สงขลา ถึงกรณีการปล่อยตัวประกันคนไทยในอิสราเอลว่า จะดูแลตัวประกันอย่างใกล้ชิด ทุกคนปลอดภัยดี ภาพรวมถือว่าดี และจะพยายามดำเนินการต่อไปเพื่อนำพาออกมาให้หมด นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ จะเดินทางไปรับด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีสัญญาณที่ดีหรือไม่ในการปล่อยตัวประกันที่เหลือ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเราพยายามทำอยู่ เรื่องนี้ละเอียดอ่อน จึงไม่อยากพูดไปก่อน จนถึงวันนี้มีการปล่อยตัวประกันทุกวัน ตั้งแต่ 10 คน และ 3-4 คน ตามมา ยืนยันว่าจะทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายความมั่นคงโดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดติดตามใกล้ชิดและกำชับลงรายละเอียดมาก ในการเผยแพร่ข้อมูลตนไม่อยากพูดเท่าไหร่ เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของตัวประกันซึ่งสำคัญที่สุด

ต่อข้อถามถึงการเดินทางไปพบนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการช่วยเหลือตัวประกันเป็นหนึ่งในเรื่องที่จะพูดคุย ขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่มีส่วนร่วมทำให้ตัวประกันคนไทยถูกปล่อยตัวมา ช่วงการหยุดยิงจะครบกำหนด 24 ชั่วโมงแล้ว จะพยายามพูดคุยและขอร้องให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด

นายเศรษฐาทวีตข้อความแสดงความดีใจที่ตัวประกันชาวไทยได้รับการปล่อยตัวเพิ่มอีก 3 ราย ว่า “ดีใจด้วยครับ” พร้อมระบุว่าตามที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งข่าวเกี่ยวกับการปล่อยตัวประกันคนไทย 2 ชุด จำนวนรวม 14 ราย นั้น เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2566 (ตามเวลาอิสราเอล) กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่ามีคนไทยชุดที่ 3 ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 ราย ได้แก่ 1. นายวิเชียร เต็มทอง 2. นายสุรินทร์ เกสูงเนิน 3. นายพรสวรรค์ ปินะกาโล ขณะนี้ทั้ง 3 รายอยู่ที่โรงพยาบาลที่ฝ่ายอิสราเอลจัดไว้เพื่อตรวจสุขภาพ โดยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตช่วยเหลืออำนวยความสะดวกและประสานการติดต่อกับครอบครัวที่โรงพยาบาลแล้ว กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับครอบครัวของพี่น้องคนไทยทั้ง 3 ราย ที่ได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนผลักดันการเจรจา คาดว่ายังมีคนไทยที่ถูกควบคุมตัวอีก 15 ราย รัฐบาลไทยจะพยายามเต็มที่ในการช่วยเหลือให้ได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด และจะนำพี่น้องคนไทยทั้ง 17 รายที่ได้รับการปล่อยตัวและผ่านกระบวนการเยียวยาเบื้องต้นในอิสราเอลแล้วกลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วต่อไป

นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ เผยความคืบหน้าการปล่อยตัวประกันภัยเพิ่มเติมว่า คืนวันเดียวกันนี้นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ และพล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะเดินทางไปรับ กำลังประสานงานกับทางการอิสราเอล คาดว่า 2-3 วันนี้จะเดินทางกลับไทย เตรียมเครื่องบินพาณิชย์ไปรับแล้ว ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องสิทธิประโยชน์ กระทรวงแรงงานจะเป็นผู้ประสาน ส่วนจะมีการปล่อยตัวประกันที่เหลือเพิ่มเติมหรือไม่ ช่วงนี้เป็นสัญญาณที่ดี ทางกลุ่มฮามาสจะพยายามปล่อยตัว ขอให้ประชาชนรอและมีความหวังว่าคนไทยจะกลับมาอย่างปลอดภัยทุกคน คาดว่าขณะนี้ยังมีคนไทยถูกควบคุมตัวอีก 15 คน แต่ทางกลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกันออกมาเรื่อยๆ

ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่าขอบคุณทุกประเทศและองค์กรต่างๆ ที่ช่วยเหลือ ดีใจที่ตัวประกันที่ถูกปล่อยออกมานั้นมีสุขภาพที่ดี โดยบอกว่าได้รับการดูแลจากลุ่มฮามาสเป็นอย่างดีตามสัญญาที่พูดไว้ ส่วนตัวประกันที่เหลืออยู่ 15-16 คน คิดว่าจะได้รับการปล่อยตัวในเร็ววันนี้ ตนไม่สามารถพูดได้ว่ามีใครบ้างและจะได้รับการปล่อยตัววันไหน เพราะกระทบต่อการปล่อยตัว แต่เรามั่นใจว่าทุกคนจะได้รับการปล่อยตัวในเร็ววันนี้

“คงจะทยอยปล่อยในช่วงหยุดยิง และคิดว่าคนไทยน่าจะได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด เพราะไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขหรือการแลกเปลี่ยนใดๆ เหมือนตัวประกันคนอื่น เราชี้แจงไปชัดเจนว่าคนไทยไม่ใช่คู่กรณีและไปทำงานเพื่อเลี้ยงครอบครัว เชื่อว่าจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศทั้งหมดแน่นอนภายในต้นเดือนธันวาคมนี้ ส่วนคนที่ไปทำงานและจะกลับประเทศก็ไม่มีปัญหาอะไร รัฐบาลพร้อมดูแลให้กลับบ้าน โดยกระทรวงแรงงานจะดูแลตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

ปล่อยอีก 3 – กระทรวงการต่างประเทศเผยภาพ 3 ตัวประกันไทยที่ถูกปล่อยตัวชุดที่สาม สวมกอดกันด้วยความดีใจที่ร.พ.ซึ่งทางการอิสราเอลส่งเข้าตรวจสุขภาพก่อนกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พ.ย.

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่าตามที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งข่าวการปล่อยตัวประกันแรงงานไทยในอิสราเอลจำนวน 14 ราย ทุกคนปลอดภัยดีและอยู่ระหว่างนำตัวไปที่โรงพยาบาลที่ฝ่ายอิสราเอลจัดไว้เพื่อตรวจสุขภาพตามขั้นตอนนั้น ตนสั่งการให้นายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทยที่ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศจะได้รับเงินเยียวยา และแรงงานไทยที่เคยเป็นผู้ประกันตนกับประกันสังคมก่อนเดินทางไปทำงานในอิสราเอลจะได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมด้วยเช่นเดียวกัน ขอให้ญาติมั่นใจว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามเต็มที่เพื่อเร่งช่วยเหลือแรงงานไทยที่เหลือทั้งหมดให้ได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด

สำหรับรายชื่อแรงงานไทยในอิสราเอลที่ได้รับการปล่อยตัวชุดแรก จำนวน 14 ราย มีดังนี้ 1. น.ส.ณัฐฐาวรี มูลกัน ภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น 2. นายสันติ บุญพร้อม จ.บุรีรัมย์ 3. นายบุญถม พันธ์ฆ้อง จ.อุดรธานี 4. นายมงคล ผจวบบุญ จ.ศรีสะเกษ 5. นายวิทูรย์ ภูมี จ.หนองบัวลำภู 6. นายวิชัย กาละปัตย์ จ.อุบลราชธานี 7. นายบัญชา กองมณี จ.มหาสารคาม 8. นายบุดดี แสงบุญ จ.นครพนม 9. นายอุทัย ทุ่นศรี จ.เชียงราย 10. นายอุทัย แสงนวล จ.นครพนม 11. นายนัฐพร อ่อนแก้ว จ.นครพนม 12. นายคมกฤษ ชมบัว จ.สุรินทร์ 13. นายอนุชา อ่างแก้ว จ.อุดรธานี และ 14. นายมณี จิระชาติ จ.อุดรธานี

นายวิราศ แทนนา อายุ 63 ปี ชาวตำบลบ้านคู อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ บิดานายพงษ์ศักดิ์ แทนนา อายุ 35 ปี หนึ่งในแรงงานไทยซึ่งถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน ไม่สามารถติดต่อลูกได้เกือบ 2 เดือนแล้ว กล่าวว่าเริ่มมีความหวังอีกครั้งหลังจาก 1 ใน 14 แรงงานไทยที่ได้รับการปล่อยตัวเป็นแรงงานชาวบุรีรัมย์ 1 คน คือนายสันติ บุญพร้อม แต่แปลกใจว่าทำไมนายสันติ หัวหน้างานซึ่งถูกจับเป็นตัวประกันพร้อมลูกชายได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ลูกชายยังไม่ได้รับการปล่อยตัว ฝากรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและช่วยเหลือลูกชายตนด้วย ห่วงลูกชายมาก แม้ตอนนี้ยังไม่มีรายชื่อลูกชายที่ได้รับการปล่อยตัวแต่ก็ไม่มีรายชื่อเป็นผู้เสียชีวิต ยังหวังว่าลูกปลอดภัย หากลูกชายรอดชีวิตกลับบ้านจะให้บวชเพื่อสะเดาะเคราะห์และถือโอกาสบวชอุทิศส่วนกุศลให้แม่ที่เสียชีวิตไปตอนที่ลูกทำงานอยู่อิสราเอล รักและเป็นห่วงลูกมาก อยากให้กลับมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าตามที่กระทรวงการต่างประเทศแจ้งความคืบหน้าการปล่อยตัวประกันแรงงานไทยเพิ่มอีก 3 คน ทราบชื่อ คือ 1.นายวิเชียร เต็มทอง ภูมิลำเนา จ.บุรีรัมย์ 2.นายสุรินทร์ เกสูงเนิน จ.อุบลราชธานี และ 3.นายพรสวรรค์ ปินะกาโล จ.นครราชสีมา ทำให้ขณะนี้มีแรงงานไทยได้รับการปล่อยตัวแล้ว 17 ราย ได้รับรายงานว่าอัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายแรงงาน พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจตัวประกันชาวไทย จำนวน 14 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวจากฉนวนกาซ่า ระหว่างวันที่ 24 – 25 พ.ย. พร้อมประสานงานและอำนวยความสะดวกกับเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมอิสราเอลในการจัดทำเอกสารเพื่อขอรับเงินชดเชยกรณีเป็นตัวประกันจากอิสราเอลให้แรงงานไทย รวมทั้งการดูแลรักษาพยาบาลสุขภาพกายและสภาพจิตใจ อีกทั้งประสานนายจ้างและเพื่อนร่วมงานเพื่อติดตามทรัพย์สินและเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานอิสราเอลให้ชาวไทยดังกล่าว

ปลัดกระทรวงแรงงานกล่าวว่าในคืนนี้ (27 พ.ย.) มอบหมายให้นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ร่วมเดินทางไปกับคณะของรมว.ต่างประเทศ และผบ.ทสส. เพื่อไปรับแรงงานไทย โดยจะเดินทางกลับมาพร้อมแรงงานไทยชุดแรกที่ได้รับการปล่อยตัวถึงประเทศไทยในวันที่ 30 พ.ย. ด้วยสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY 081 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 12.05 น. แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศจะได้รับเงินเยียวยาจากการเป็นสมาชิกกองทุน รายละ 15,000 บาท และแรงงานไทยที่เคยเป็นผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน