ฝนถล่มหนักทุ่งสง น้ำป่าหลากท่วม 2 ตำบลจมบาดาล น้ำสูงครึ่งเมตร เอ่อท่วมถนนระยะทาง 3 ก.ม. รถสัญจรผ่านเข้าออกหมู่บ้านไม่ได้ ขณะที่ทัพเรือภาค 2 ส่งเรือหลวงเทพาช่วยเหลืออาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยต่างชาติ 14 ชีวิต หลังออกเรือสำรวจชั้นดินกลางทะเลแล้วระบบขับเคลื่อนเรือชำรุด ท่ามกลางคลื่นลมแรง ศูนย์อุตุฯ ภาคใต้ฝั่งตะวันออกเตือนฝนหนักตั้งแต่ชุมพรลงไป รับมือ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ฝนตกหนักติดต่อกัน 4-5 วันในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ทำให้พื้นที่ลุ่มต่างๆ ที่รองรับน้ำมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมู่ 10 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง มีน้ำป่า ไหลหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำสูง 20-30 เซนติเมตร บางจุดสูง 50 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่ ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง น้ำป่าไหลหลากท่วมหมู่ 1-6 ท่วมถนนระยะทาง 3 กิโลเมตร ระดับน้ำสูงมาก รถสัญจรผ่านเข้าออกหมู่บ้านไม่ได้

ขณะเดียวกัน เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช บางจุดน้ำระบายไม่ทัน ทำให้เอ่อท่วมถนน เทศบาลติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายไม่ให้ท่วมขังเป็นเวลานาน ถือว่ายังไม่ถึงกับวิกฤต แต่ปักธงเหลืองไว้ที่คลอง 5 แห่ง คือคลองราเมศวร์, คลองหน้าเมือง, คลองป่าเหล้า, คลองสวนหลวง และคลองคูพาย เตือนชาวบ้านให้ระมัดระวัง โดยติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ขนย้ายข้าวของไปไว้ในที่ปลอดภัย

ช่วยท่วม – สภาพน้ำท่วมหนักใน ต.อุเทน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ชาวบ้าน 300 ครอบครัวรวมทั้งพระสงฆ์ในพื้นที่ได้รับ ความเดือดร้อน นายอำเภอสั่งการนำข้าวสารอาหารแห้งเข้าช่วยเหลือ เมื่อ 28 พ.ย.

ขณะที่สถานการณ์ จ.สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมขยายวงกว้างเป็น 5 อำเภอ คือกาญจนดิษฐ์ ดอนสัก พุนพิน บ้านนาเดิม และเมืองสุราษฎร์ธานี รวม 17 ตำบล 71 หมู่บ้าน ประชาชนรับผลกระทบ 2,498 ครัวเรือน 7,589 คน หนักสุดที่ อ.กาญจนดิษฐ์ เนื่องจากรับมวลน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะ ต.ท่าอุแท ท้องที่หมู่ 1, 2, 9, 12 และ 13 ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 200-300 ครัวเรือน ถนนในหมู่บ้านใช้การไมได้ เพราะระดับน้ำสูง

ส่วนที่ จ.สงขลา พล.ร.ท.พิจิตต ศรีรุ่งเรือง ผบ.ทัพเรือภาค 2 สั่งการกองเรือปฏิบัติการส่งเรือหลวงเทพา พร้อมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ พิเศษ และทีมแพทย์ ออกทะเลช่วยเหลือเรือยอดขุนพล 3 ในจำนวนนี้มีอาจารย์ ภาควิชาประมง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1 คน นักศึกษา 2 คน และชาวต่างประเทศ 3 คน ลอยลำอยู่กลางทะเลห่างจากปากร่องน้ำ สงขลา 32 ไมล์ทะเล เนื่องจากระบบ ขับเคลื่อนชำรุด ควบคุมเรือไม่ได้ หลังออกไป ทดสอบอุปกรณ์สำรวจชั้นดินกลางทะเลท่ามกลางกระแสคลื่นลมแรง ก่อนช่วยเหลือ ลูกเรือทั้งหมด โดยเคลื่อนย้ายลงเรือหลวงเทพา จำนวน 14 คน นำกลับเข้าฝั่งที่ฐานทัพเรือสงขลา ส่วนลูกเรือประจำเรือ 7 คน ยังอยู่บนเรือรอเรือลากจูงกลับเข้าฝั่ง

ช่วยกลางทะเล – กองทัพเรือส่งเรือหลวงเทพาฝ่าคลื่นลมแรงไปช่วยเหลือคณะอาจารย์และนักศึกษาภาควิชาประมงสงขลารวม 14 คน ซึ่งออกไปติดตั้งอุปกรณ์สำรวจชั้นดินกลางทะเล จ.สงขลา แล้วระบบขับเคลื่อนเรือชำรุด นำกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย เมื่อ 28 พ.ย.

ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานว่าบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝน หรือฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่งบริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายที่เกิดจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ส่วนประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งอ่าวไทย ตอนล่าง ให้ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้า หาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัด ระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างยังคงควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน