เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้พื้นที่ จ.นครราชสีมา เริ่มมีชาวนาลักลอบจุดไฟเผาตอซังข้าว และซากพืชผลทางการเกษตรหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว โดยล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 ธ.ค. พบการลักลอบจุดไฟเผาตอซังข้าวกลางทุ่งนาในตำบลหินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา โดยไฟลุกไหม้ตอซังข้าวทำให้เกิดกลุ่มควันไฟจำนวนมากลอยขึ้นบนท้องฟ้าปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจได้รับความเดือดร้อน อย่างหนัก และไฟยังได้ลุกลามไหม้ไร่อ้อยของเกษตรกรที่อยู่ติดกับที่นาเสียหายอีกกว่า 50 ไร่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลหินดาดช่วยกันฉีดน้ำดับเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปติดกับแปลงอื่น ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

ที่ผ่านมาทางอำเภอห้วยแถลงประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรและรณรงค์ให้ชาวนาในพื้นที่หยุดการเผาตอซัง เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พร้อมกับมีมาตรการขั้นเด็ดขาด เอาผิดกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาตอซังข้าวแล้วก็ตาม แต่ยังพบการลักลอบเผาตอซังข้าวอย่างต่อเนื่อง

ต้นตอฝุ่น – จนท.ระดมรถดับเพลิงเตรียมเข้าดับไฟที่ชาวบ้านจุดเผาตอซังข้าวกลางทุ่งนา ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ทำให้มีควันพวยพุ่ง ท่ามกลางประกาศห้ามเผาตอซัง เพื่อป้องกันฝุ่นพิษระบาด เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.

วันเดียวกัน น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สั่งการให้ ทุกหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งหามาตรการเพิ่มในการลดฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ให้มีความเข้มข้นขึ้น มีดัชนีชี้วัดตรวจสอบชัดเจน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน จะมีทั้งมาตรการส่งเสริมทั้งด้านการเงิน เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ องค์ความรู้ มาตรฐานต่างๆ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ส่วนมาตรการระยะสั้น ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรมได้เดินหน้ามาตรการอย่างต่อเนื่อง

ส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เช่นเดินหน้าสนับสนุนแก้ปัญหาการเผาอ้อย มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ให้ตัดอ้อยสด ล่าสุด ครม.ได้อนุมัติช่วยค่าตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ให้ชาวไร่อ้อย 1.4 แสน ราย เริ่มจ่ายประมาณเดือน ม.ค.67 และต่อไปอยู่ระหว่างปรับปรุงมาตรการออกระเบียบรับซื้ออ้อยไฟไหม้ให้เข้มงวดมากขึ้น ได้ให้ กรอ.นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ตรวจเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในบรรยากาศ เลือกจุดที่มีอุตสาหกรรมหนาแน่น เช่น นิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม เขตประกอบการให้มากขึ้นและต่อเนื่อง และที่ผ่านมาโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง (เซมส์) ซึ่งข้อมูลจากการตรวจวัดนี้จะถูกส่งมาแสดงผลผ่านระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยมลพิษระยะไกลบนเว็บไซต์ของ กรอ. และบนมือถือ

แอพพลิเคชั่น เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามผลการควบคุมการระบายมลพิษอากาศของโรงงานได้ตลอดเวลา”

สำหรับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ให้เข้มงวดตรวจสอบและเฝ้าระวังการประกอบการเหมืองแร่ โรงแต่งแร่ และโรงประกอบโลหกรรมให้ปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างถูกต้องและปลอดภัยแล้ว ยังให้คำปรึกษาและแนะนำ เพื่อให้สถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้การประกอบการสร้างความเดือดร้อนด้านสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงให้หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน