อดีตตร.บุกรัวถึงบ้าน ก่อนฆ่าตัวตายหนีผิด

อดีตตำรวจหัวร้อนกระหน่ำยิงเพื่อนบ้านดับ 1 สาหัส 1 ก่อนลั่นไกฆ่าตัวตาย เผยมีเรื่องกันบ่อยเรื่องจอดรถล้ำหน้าบ้าน เคยชกต่อยกันขึ้นโรงพักมาแล้ว หลานสาวเผยน้าเป็นคนใจร้อน แต่พออายุมากก็ใจเย็นลงมากแล้ว ไม่คิดจะก่อเหตุสยองขึ้น โทร.บอกให้มาเก็บศพก่อนลั่นไกฆ่าตัวตาย

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 22 ธ.ค. พ.ต.ต.ปรีชา เปียกบุตร สารวัตร(สอบสวน) สน.ลำผักชี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในบ้านพัก เลขที่ 202/80 ชุมชนเอื้ออาทรอยู่วิทยาหลังคาเขียวซอย 4 อยู่วิทยา 12 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนประสานแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลตำรวจ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพนายสมหมาย หนูนิ่ม อายุ 64 ปี ถูกยิงบริเวณหน้าอกซ้าย และหัวไหล่ขวา เลือดไหลอาบทั่วร่างกาย ใกล้กันพบ น.ส.พัชรินทร์ อุทุมภา อายุ 62 ปี ถูกยิงที่แขนซ้ายและกลางหลัง ได้รับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง สอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายพิพัฒน์พล ใจคำ อายุ 65 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ (จนท.ศฝร.บช.น.) ที่อยู่บ้านติดกันกับผู้ตาย หลังก่อเหตุได้วิ่งเข้าไปยิงตัวตายอยู่ภายในบ้านตรวจสอบพบนอนเสียชีวิตแล้วข้างอาวุธปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ โดยยิงเข้าที่ปากทะลุท้ายทอย จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บหลักฐานต่างๆ ก่อนเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

แย่งที่จอด – ตร.ตรวจสอบเหตุนายพิพัฒน์พล ใจคำ อดีตตำรวจศฝร.บช.น. ยิงเพื่อนบ้านเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 1 คน ก่อนฆ่าตัวตายหนีความผิด เหตุทะเลาะเรื่องที่จอดรถ ในชุมชนเอื้ออาทรอยู่วิทยาหลังคาเขียว เขตหนองจอก กรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 22 ธ.ค.

จากการสอบสวนทราบว่านายพิพัฒน์พลดื่มเหล้าจนมึนเมาแล้วเดินไปตะโกนโวยวายใส่นายสมหมาย เรื่องที่จอดรถ ก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงกันรุนแรง จนผู้ก่อเหตุคว้าอาวุธปืนขึ้นยิงนับครั้งไม่ถ้วน แล้ววิ่งหนีเข้าบ้านไปยิงตัวเองเสียชีวิต

นายสมหวัง ประดุงสิทธิ์ อายุ 72 ประธานชุมชนเอื้ออาทรอยู่วิทยาหลังคาเขียว เล่าว่า ก่อนหน้านี้เวลาประมาณ 21.00 ตนได้ยินเสียงคนตะโกนโวยวาย แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังหลายครั้ง ตอนแรกคิดว่าเสียงประทัด เพราะเด็กๆ มักจะจุดเล่นกันเป็นประจำ หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที มีเสียงผู้หญิงตะโกนขอความช่วยเหลือ จึงรีบวิ่งออกมาจากบ้าน เห็นเศษขวดแก้วแตกอยู่กลางถนน มีชายหญิงคู่หนึ่งนอนอยู่กับพื้น เลือดไหลไม่หยุด ด้วยความตกใจ จึงพยายามตั้งสติแล้วโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

นายสมหวังเปิดเผยอีกว่า ผู้ก่อเหตุมีอาชีพขับรถแท็กซี่ป้ายดำที่สนามบินสุวรรณภูมิ และมีบ้านติดกันกับผู้ที่ถูกยิง ที่ผ่านมามีปัญหาทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถขวางหน้าบ้าน เวลาที่นายพิพัฒน์พลนำรถโตโยต้า อินโนว่า ทะเบียน กบ 8846 กรุงเทพฯ ที่ใช้ขึ้นเป็นแท็กซี่ป้ายดำ มาจอดหน้าบ้านแล้วท้ายรถยื่นมาหน้าบ้านนายสมหมาย ก็จะเข็นรถของนายพิพัฒน์พลเลื่อนไปตรงอื่น มีปากเสียงทะเลาะวิวาทชกต่อยกันขึ้นโรงพักเป็นคดีความกันมาแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายพิพัฒน์พล ผู้ก่อเหตุอยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว โดยเมื่อหลายปีก่อนเคยเป็นข่าวกรณีเรียกเก็บค่าโดยสารจากชาวต่างชาติแพงเกินจริง เป็นข่าวโด่งดังจนถูกถอนใบอนุญาตขับรถสาธารณะมาแล้ว ขณะที่หลานสาวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่าน้าชายโทรศัพท์มาหาตน บอกว่าได้ยิงเพื่อนบ้านเสียชีวิต ให้มาเก็บร่างน้าด้วย ตนเองก็พยายามพูดว่าอย่าเพิ่งทำอะไร แล้วก็รีบขับรถมายังที่บ้านของน้า จนมาพบว่าน้าได้ก่อเหตุแล้วจริงๆ ซึ่งอุปนิสัยน้าเมื่อก่อนเป็นคนใจร้อน แต่ตอนนี้มีอายุมากขึ้นก็ใจเย็นลงมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าวันนี้ทำไมน้าถึงใจร้อนก่อเหตุยิงกันจนเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสานหาญาติผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน