เสี่ยไต้หวันด้วย-คดีวางแผนฆ่า 2อดีตทหารเรือยังให้การปฏิเสธ แต่ตร.มั่นใจพยานหลักฐานแน่น

นายทหารเรือ‘พล.ร.ต.-น.อ.ครูฝึกหน่วยซีล’ พร้อม‘เสี่ยไต้หวัน’ นอนคุกศาลยกคำร้องไม่ให้ประกันตัว คดีใช้จ้างวานฆ่าภรรยาและลูกชายในไส้ ปมขัดแย้งธุรกิจพันล้านของครอบครัว หลังตำรวจคุมตัวไปขอฝากขังยังศาลอาญา เผยสภาพ 3 ผู้ต้องหาสุดอิดโรยหลังถูกเรียกสอบทั้งคืน จนเสี่ยไต้หวันเริ่มปริปากบ้าง ส่วนอีก 2 คนยังปากแข็ง ตร.เผยถึง ผู้ต้องหาไม่รับสารภาพก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมั่นใจพยานหลักฐานที่มี ส่วนทีมมือปืนยังถือเป็นพยานให้การเป็นประโยชน์ เร่งขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกด้วย ศาลระบุสาเหตุไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว คดีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีด้วย

จากกรณีกองปราบฯ บุกจับกุมนาย ฟงเหา จัง อายุ 68 ปี นักธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สัญชาติไต้หวัน พร้อมด้วยพล.ร.ต.ประกายพฤกษ์ ศรีฟ้า อายุ 64 ปี และนายเทวราช มังกร หรือนาวาเอกเทวราช อดีตครูฝึกของหน่วยซีล ที่รับงานส่งทีมมือปืนไปตามฆ่าลูกชายในไส้ เมีย และทนายความ ปมขัดแย้งธุรกิจกันในครอบครัวมูลค่าพันล้านบาท แต่ลูกชายไหวตัวทันรีบส่งแม่กลับไต้หวัน ก่อนเข้าแจ้งความกองปราบฯ ตามล็อกทีมมือปืนเค้นสอบจนสารภาพสิ้น ซ้อนแผนลวงว่าลงมือสำเร็จให้แก๊งนายพลตายใจก่อนบุกรวบยกทีมตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ธ.ค. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.2 ป. และพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ควบคุมตัวนายฟงเหา จัง อายุ 68 ปี สัญชาติไต้หวัน พล.ร.ต.ประกายพฤกษ์ ศรีฟ้า อายุ 64 ปี และนายเทวราช มังกร อายุ 66 ปี อดีตนายทหารยศนาวาเอก ครูฝึกของหน่วยซีล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4747,4748,4764/2566 ลงวันที่ 21 ธ.ค.66 ข้อหา “เป็นผู้ใช้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” หลังร่วมกันวางแผนฆ่าภรรยาและลูกชายของนายฟงเหา ปมขัดแย้งมาจากเรื่องขัดผลประโยชน์ในบริษัทธุรกิจผลิต-ส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปส่งฝากขังศาลอาญาเป็นผัดแรก พร้อมกับยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็น คดีอุกฉกรรจ์อัตราโทษสูง และเกรงว่า ผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าระหว่างคุมตัว ผู้ต้องหาขึ้นรถนำตัวไปส่งศาลนั้น ผู้ต้องหามีสภาพอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากต้องถูกสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดตลอดทั้งคืน ส่วนผลการสอบสวนมีรายงานว่ามีเพียงนายฟงเหา จัง เท่านั้นที่พอให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอยู่บ้าง ส่วนพล.ร.ต.ประกายพฤกษ์และนายเทวราชที่ยังให้การแบ่งรับแบ่งสู้ ซึ่งก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อรูปคดีมากนัก

ด้านพ.ต.อ.วิวัฒน์ เปิดเผยว่า คดีนี้แม้จะสามารถจับกุมตัวการใหญ่ได้แล้วทั้ง 3 ราย แต่ยังคงต้องขยายผลตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่ามีผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยต้องตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกมิติ ส่วนกลุ่มทีมมือปืนที่รับการว่าจ้างมา ณ ตอนนี้ยังอยู่ในฐานะพยาน เท่ากับว่าผู้ต้องหายังคงมีแค่ 3 รายเท่านั้น ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ต้องหายังยืนกรานปฏิเสธ ก็ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะเรามั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ แม้รูปคดีจะเป็นแค่การวางแผนยังไม่ได้ลงมือฆ่า ก็ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงไม่สามารถปล่อยผ่าน หรือรอให้เกิดเหตุร้ายขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องที่เหลือให้ได้แบบถอนรากถอนโคนอีกด้วย

ฝากขัง – ตำรวจกองปราบฯ คุมตัวนายฟง เหา จัง เสี่ยไต้หวัน (สวมแว่น) ที่จ้างฆ่าลูกเมียตัวเอง พล.ร.ต.ประกายพฤกษ์ ศรีฟ้า (แถวหลังสวมเสื้อลายขวาง) และนายเทวราช มังกร น.อ.อดีตครูฝึกหน่วยซีล ทีมจัดหามือปืนส่งฝากขังต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.

วันเดียวกันที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ควบคุมตัวนายเทวราช มังกร อายุ 66 ปี ครูฝึกหน่วยซีล พล.ร.ต. ประกายพฤกษ์ ศรีฟ้า และนายฟงเหา จัง ผู้ต้องหาคดี “ใช้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” หลังร่วมกันวางแผนฆ่าภรรยาและลูกชายของนายฟงเหา จัง ปมขัดแย้งผลประโยชน์ในบริษัทธุรกิจผลิตและส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มูลค่าพันล้าน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 20 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง ผลตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือประวัติต้องโทษ ผลตรวจการใช้งานโทรศัพท์ ผลสอบธุรกรรมการเงิน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วย เนื่องจากการกระทำของผู้ต้องหาเป็นคดีอุกฉกรรจ์อัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทางผู้เสียหายก็ยื่นคัดค้านการประกันด้วย ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ถึงผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ภายหลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน