คอลัมน์ ประตูสู่เออีซี
การท่องเที่ยวภายในเมียนมาหวนเปิดอีกครั้งในเดือนมิ.ย. ภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 กำลังฟื้นฟูอุตสาหกรรมเน้นที่กลุ่มนักท่องเที่ยวภายในประเทศ
กระทรวงการโรงแรมและการท่องเที่ยวเมียนมาเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวในประเทศค่อยๆเริ่มกลับมา
ท่องเที่ยว เนื่องจากการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทาง
ช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนมิ.ย. โรงแรมในเมืองกะลอ ปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมในรัฐฉาน กลับมาคึกคักอีกครั้งจากการต้อนรับนักท่องเที่ยวในประเทศ แต่ผู้ประกอบการที่พักรายหนึ่งระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนแค่เพียงครึ่งหนึ่งของปีที่แล้ว
เว็บไซต์อิรวดีรายงานว่า ในเมืองกะลอมีโรงแรมจำนวน 34 แห่งจากทั้งหมด 58 แห่งกลับมาเปิดให้บริการตามปกติแต่ต้องปฏิบัตตามแนวทางป้องกันโควิด-19
ขณะนี้ใน 12 ภูมิภาคของเมียนมา มีโรงแรมกว่า 800 แห่งเปิดบริการในเดือนมิ.ย. และอีกหลายโรงแรมอยู่ระหว่างตรวจสอบด้านสุขภาพและความปลอดภัย
ตามแผนบรรเทาภาคการท่องเที่ยวของกระทรวงแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก กระทรวงผ่อนคลายภาษีธุรกิจท่องเที่ยวเป็นเวลา 6 เดือน ระงับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปีจากวันที่ 1 เม.ย. และเลื่อนเก็บค่าธรรมเนียมการเช่าอสังหาริมทรัพย์สำหรับโรงแรมที่รัฐเป็นเจ้าของเป็นเวลา 6 เดือน
ระยะที่สอง รัฐบาลเริ่มหวนเปิดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยการปลดล็อกดาวน์และการกักตัว โดยเริ่มกระบวนการดังกล่าวในเดือนมิ.ย.และจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งเดือนส.ค.
ระหว่างการหวนมาเปิดใหม่ของธุรกิจ กระทรวงจะส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่หลายแห่ง เพื่อลดความแออัด และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค
ระยะที่สาม รัฐบาลหวังจะเริ่มอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศระหว่างเดือนส.ค.ปีนี้จนถึงม.ค.ปี 2564
ภายใต้แพ็กเกจฟื้นฟูเศรษฐกิจ รัฐบาลให้เงินกู้ยืมระยะเวลา 1 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 1 เพื่อพัฒนาต้นทุน
ด้านแรงงานของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลให้กู้ยืมราว 481 ล้านบาท จากกองทุนโควิด 2.2 พันล้านบาท
กระทรวงยังวางแผนที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค ภายใต้โครงการฟองสบู่เศรษฐกิจเมียนมากับลุ่มน้ำแม่โขง และอำนวยความสะดวกโดยการผ่อนคลายมาตรการวีซ่า
ช่วงเดือนม.ค.ถึงพ.ค.2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือน เมียนมา 1.8 ล้านคน สร้างเงินเข้าประเทศราว 35,000 ล้านบาท แต่ช่วงเดียวกันในปี 2563 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 832,094 คน สร้างรายได้ราว 16,000 ล้านบาท ลดลงราวร้อยละ 55