จับตาทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ เอกชนชี้ต้องใช้ยอดฝีมือช่วยประเทศ
ภาคเอกชนเชื่อปรับครม.เศรษฐกิจไม่มีปัญหา เพราะที่ปรึกษานายกฯยังใช้ชุดเดิม นโยบายน่าจะยังต่อเนื่อง แต่แนะตั้งคนที่มีความสามารถและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ที่สำคัญต้องบริหารเม็ดเงิน 1.9 ล้านล้านให้มีประสิทธิภาพ ด้านสแตนดาร์ดชาร์ เตอร์ดคาดส.ค.นี้ กนง.ลดดอกเหลือ 0.25 เพื่อพยุงเศรษฐกิจ
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการลาออกจากตำแหน่งของรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ว่าแม้จะลาออกของรัฐมนตรีในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญๆ อย่าง กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน แต่ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังคงทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นทีมเดิม เชื่อว่านโยบายด้านเศรษฐกิจ และการบริหารงบประมาณต่างๆ ยังคงต่อเนื่อง
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าภาคเอกชนอยากเห็นคนที่จะมาดำรงตำแหน่งทีมเศรษฐกิจ เป็นมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญในการเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ทันที เนื่องจากขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจต้องเร่งฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
ยอมรับว่ารู้สึกกังวลในช่วงรอยต่อหาทีมเศรษฐกิจใหม่ อยากให้ทุกหน่วยงานทำงานต่อเนื่องไป ไม่อยากเห็นเกียร์ว่าง และที่สำคัญอยากให้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมใจทำงานเป็นทีมร่วมกันทั้งหมด ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ไม่ควรทำงานคนละทิศคนละทาง หากไม่รวมใจทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จะยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจยิ่งแย่
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ขอให้เป็นคนที่มีประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะจากนี้เรื่องของเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องง่าย บุคคลที่จะเข้ามาดูแลเรื่องเศรษฐกิจต้องเป็นคนที่มีความสามารถอย่างมาก แต่เท่าที่ดูรายชื่อโผของบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งก็มองว่าน่าจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดี
น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ไม่ว่าทีมเศรษฐกิจใหม่จะเป็นใคร สิ่งที่จะต้องแก้ไขคือพยุงเศรษฐกิจในประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็ว และอยากเห็นเม็ดเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ลงเข้าไปสู่ระบบต่างๆ ให้ได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
“ปัญหาโควิด-19 ระบาดในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา และยังไม่รู้จะจบลงเมื่อใด ซึ่งกระทบไปทั่วโลก รวมถึงเศรษฐกิจไทย ดังนั้น จึงอยากให้ทีมเศรษฐกิจใหม่เร่งหาแนวทางนำเม็ดเงิน 1.9 ล้านล้านบาท เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่างๆ อย่างแท้จริง”
นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่าคาดการณ์การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือนส.ค.นี้ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 0.25% จาก 0.50% ในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทีมเศรษฐกิจของไทย และการพบโควิด-19 ระลอก 2 ในจ.ระยอง