สำนัก ข่าวสาร ชาวบ้าน (75) – การหยิบยกเอาจดหมายของเหมาที่เขียนถึงเถาอี้ไม่เพียงแต่เพื่อตอบคำถามที่ว่า เหตุใดความปรารถนาที่จะเดินทางไปศึกษา ณ รัสเซีย จึงต้องตกไป
หากยังเท่ากับเป็นการตอบคำถามในเรื่องการเดินทางไปฝรั่งเศสอีกด้วย
ไม่ว่าความเห็นที่ว่า พื้นฐานภาษาต่างประเทศของเหมาไม่แข็งแกร่ง ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ไม่ว่าความเห็นที่ว่าเหมาขาดโอกาสที่จะได้ไปเปิดหูเปิดตาในต่างประเทศ
แต่ความเป็นจริงที่จริงสุด-สุดก็คือ เหมายังปักหลักอยู่จีน ปักหลักอยู่ฉางซา
ในที่สุด เหมาก็เดินทางออกจากปักกิ่งเมื่อวันที่ 11 เมษายน 1920 โดยตรงไปยังเซี่ยงไฮ้ การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลา 25 วัน เพราะได้ไปแวะชมสถานที่สำคัญๆ หลายแห่ง
ได้ไปชมเขาไท่ซาน ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ แล้วไปยังซุฟู่ บ้านเกิดของขงจื่อ
เหมาได้พำนักอยู่กับแอ๊กทิวิสต์ 3 คน ที่เคยมีบทบาทร่วมขับไล่จางจิงเหยา ขุนศึกประจำหูหนานในเดือนมิถุนายน 1919 เหมาสนใจเรียนภาษารัสเซียเนื่องจากเพื่อนทั้ง 3 คนสนใจจะไปรัสเซีย
ต่อมาก็พยายามเรียนภาษาอังกฤษ แต่ก็เลิกราไปในเวลาไม่นานเช่นเดียวกับภาษารัสเซีย
ในด้านปรัชญา ระยะกาลนี้เหมาให้ความสนใจต่อแบร์กซอง นักปรัชญาฝรั่งเศส รัสเซลล์ นักปรัชญาอังกฤษ และดิวอี้ นักปรัชญา นักการศึกษาอเมริกัน
ปัญญาชนคนสำคัญที่เหมาได้พบและสนทนาด้วยคือ เฉินตุ๊ซิ่ว
อดีตคณบดีคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ผู้มีบทบาทอย่างสูงต่อขบวนการ 4 พฤษภาคม และเป็นผู้อำนวยการแปล Communist Manifesto จนเสร็จเรียบร้อย
นี่เป็นเหตุการณ์เดียวกันกับที่ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง
ไม่ว่าจะเป็นการพบกับหลี่ต้าเจา ผู้โด่งดังแห่งลัทธิมาร์กซิสต์ที่ปักกิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมเยียนเฉินตุ๊ซิ่วถึงเหย้าที่เซี่ยงไฮ้
นั่นเป็นสถานการณ์ในห้วงปลายปี 1919 และต้นปี 1920
เป็นสถานการณ์อันเนื่องแต่เหมาเดินทางไปเยือนปักกิ่งเป็นหนที่ 2 และเดินทางกลับหูหนานโดยผ่านทางเซี่ยงไฮ้
เป็นสถานการณ์อันแตกต่างจากการเยือนปักกิ่งในปี 1918 เป็นอย่างสูง
หนังสือ “วิพากษ์ประธานเหมา” ของ เชาวน์ พงษ์พิชิต ให้ภาพการเคลื่อนไหวของเหมาในมณฑลหูหนานก่อนเดินทางไปปักกิ่งอย่างเร้าใจยิ่ง
เบอทรันด์ รัสเซลล์ ได้กล่าวปาฐกถาที่นครฉางซา ป่าวร้อง“การปฏิรูปอย่างสันติ”
เหมาเขียนบทความเรื่อง “ว่าด้วยลัทธิหัวรุนแรง” ยืนยันว่า มีแต่ผ่านการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธเท่านั้นการปฏิวัติจึงจำสำเร็จได้
บทความนี้เองทำให้จางจิ้งเหยา สั่งปิดวารสาร”เซียงเจียงปริทัศน์”
บทความนี้เองทำให้จางจิ้งเหยา สั่งปิด“สมาคมนักเรียนนักศึกษามณฑลหูหนาน” อันเป็นสถานการณ์ก่อนการประท้วงครั้งใหญ่ของนักเรียน นักศึกษาหูหนาน
เหมาหันไปเสนอผลงานผ่านหนังสือพิมพ์“หูหนานใหม่”
ยังผลให้หนังสือพิมพ์“หูหนานใหม่”ถูกสั่งปิดไปด้วยในเดือนธันวาคม 1919 จากนั้น เมื่อเกิดการชุมนุมต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น จางจิ้งเหยาก็ส่งกำลังไปสลายกลุ่มนักเรียนนักศึกษา
เหมาออกแถลงการณ์เรียกร้องให้โค่นล้มขุนศึกจางจิ้งเหยา
ผลก็คือ มีนักเรียน นักศึกษา 13,000 คนร่วมลงนามในแถลงการณ์นี้ของเหมา นำไปสู่การเดินขบวนไปที่ศาลาผู้ว่าการมณฑลส่งจดหมายไปยัง 2 เป้าหมายสำคัญ
1 คือซุนยัตเซ็นที่กว่างโจว 1 สมาพันธ์นักเรียนนักศึกษาที่ปักกิ่ง
ขณะเดียวกัน สมาคมวิทยาการประชาชนแนวใหม่หรือซินหมินเซียะฮุ่ยได้จัดตั้ง“สันนิบาตสร้างสรรค์หูหนานใหม่”คัดค้านขุนศึก
เหมาออกเดินทางไปปักกิ่งเพื่อเปิดโปงจางจิ้งเหยา
ภายหลังเดินทางไปถึงปักกิ่งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1919 เหมาได้จัดตั้งสำนักข่าวสารชาวบ้าน และส่งต้นฉบับข่าวไปยังหนังสือพิมพ์สำคัญๆ ทั่วประเทศเปิดโปงโทษกรรมของจางจิ้งเหยา
ทั้งยังได้ติดต่อกับหลี่ต้าเจาและศาสตราจารย์หยางชางจี้