พลังรัก จริงใจ จากมารดา (77) – จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ เน้นความสัมพันธ์ของเหมากับมารดาอย่างเป็นพิเศษ เหมายังเขียนบทความลงในวารสารเป็นครั้งคราว บทความเหล่านี้มี 10 เรื่องเกี่ยวกับสตรีและครอบครัว

เหมาส่งเสริมให้สตรีเป็นตัวของตัวเอง มีอิสระในการเลือกคู่แต่งงาน มีสิทธิเสมอภาคกับผู้ชาย

ซึ่งเป็นทัศนะที่หาได้ยากในกลุ่มหัวรุนแรง ผลงานที่หลั่งไหลออกมานี้ดูจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากความตายของมารดาที่เหมารักในวันที่ 5 ตุลาคม 1919 เขาหมั่นส่งตำราไปให้มารดา

รักษาอาการป่วยอันได้แก่โรคคอตีบและต่อมน้ำเหลืองอักเสบ

และให้พามารดามารักษาที่ฉางซา ที่นี่ที่มารดาเหมาได้ถ่ายรูปพร้อมลูกชายทั้ง 3 เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตตอนฤดูใบไม้ผลิของปีเดียวกันนั้นขณะที่เธอมีอายุได้ 52 ปี

มันคือภาพที่สะท้อนให้เห็นความสงบนิ่งภายใน

สีหน้าของเหมาดูมุ่งมั่นและห่างเหิน ผิดกับน้องทั้ง 2 ที่แต่งกายในชุดชาวนามองเหมือนคนบ้านนอก ท่าทางเคอะเขิน ขณะที่เหมาวางท่าสง่างาม

ในชุดเสื้อยาวอันเป็นลักษณะเครื่องแต่งกายของผู้มีวิชาความรู้และสูงศักดิ์

ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างเหมากับมารดานั้น ขณะที่มารดาดูรักและตามใจเขาอย่างปราศจากเงื่อนไข แต่สิ่งที่เหมาปฏิบัติต่อมารดามีความรู้สึกเห็นแก่ตัวปนอยู่มากทีเดียว

ในชีวิตช่วงหลังๆ เขาเล่าอย่างเปิดใจให้เจ้าหน้าที่คนสนิทคนหนึ่งฟังว่า

“ตอนที่แม่ใกล้ตายผมบอกแม่ว่า ผมทนเห็นสภาพทุกข์ทรมานของแม่ไม่ได้ ผมอยากจะเก็บภาพที่งดงามของแม่ไว้ แล้วผมก็บอกแม่ว่าผมอยากจะไปอยู่ที่อื่นสักพัก

แม่ผมเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายจึงยอมให้ผมไป

ดังนั้น ภาพของแม่ที่อยู่ในความทรงจำของผม จึงเป็นภาพของผู้หญิงที่แข็งแรง งดงาม และมันก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่จนทุกวันนี้”

จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ สรุปอย่างรวบรัดว่า

ตอนที่มารดาของเขานอนรอความตายอยู่บนเตียง คนที่เหมาคิดว่าสำคัญเป็นอันดับหนึ่งก็คือตัวเขาเอง ไม่ใช่มารดา

และเขาก็ไม่เคยลังเลที่จะกล่าวออกมาเช่นนั้น

จึงมิได้เป็นเรื่องเหนือคาดที่ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ จะคืบหน้าต่อไปด้วยว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เหมาปฏิบัติต่อบิดาซึ่งใกล้ตายของเขาอย่างเย็นชา

เหมาซุ่นเซิงเสียชีวิตด้วยโรคไทฟอยด์เมื่อวันที่ 23 มกราคม 1920

ก่อนตายเขาปรารถนาที่จะได้พบหน้าลูกชายเป็นอย่างยิ่ง แต่เหมาไม่ยอมไปหาและไม่ได้แสดงความรู้สึกเศร้าเสียใจกับการจากไปของบิดาแต่อย่างใด
ในบทความเรื่อง “อิสรภาพสตรี” ซึ่งเหมาเขียนเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 1919

หลังจากที่มารดาของเขาตายได้ไม่นาน เหมาอ้างว่า “ผู้หญิงสามารถทำงานแบกหามได้เท่าๆ กับผู้ชาย เพียงแต่พวกเธอไม่สามารถทำงานประเภทนี้ได้ในช่วงที่ให้กำเนิดทารก”

ดังนั้น คำตอบของเหมาสำหรับ “อิสรภาพ” ของสตรีก็คือ

“ผู้หญิงควรฝึกตัวเองไว้ให้พร้อม ก่อนแต่งงานจะได้เลี้ยงตัวเองได้” และยังบอกด้วยว่า “ผู้หญิงควรเตรียมข้าวของจำเป็นทุกอย่างสำหรับช่วงที่ให้กำเนิดทารกด้วยตนเอง”

เห็นชัดว่าในฐานะที่เป็นผู้ชายเหมาไม่อยากมีภาระต้องดูแลผู้หญิง ไม่ต้องการรับผิดชอบพวกเธอ

ทั้งหมดนั้นย่อมเป็นมุมมองจากบทสรุปของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ที่โน้มไปในทางด้านลบ เมื่อเทียบกับมุมของ เชาวน์ พงษ์พิชิต บุญศักดิ์ แสงระวี หรือแม้กระทั่ง ทวีป วรดิลก

เป็นการวิเคราะห์บนสภาพความเป็นจริงที่เหมาประสบ

ประสบกับการต้องตัดสินใจเดินทางออกจากฉางซาไปยังปักกิ่ง อันเป็นผลสะเทือนและความจำเป็นส่วนหนึ่งจากสภาพความเป็นจริงในทางการเมือง

1 การเมืองที่เหมาประสบกับแรงบีบจากขุนศึกจางจิงเหยา

ขณะเดียวกัน 1 การเมืองที่เหมาเป็นกองหน้าในการนำการต่อสู้ที่ไม่เพียงแต่จะต่อสู้เฉพาะหน้า หากแต่จำเป็นต้องแสวงหาเครื่องมือทางความคิดที่ใช้ในการเป็นอาวุธ

ไม่ว่าการเมืองในการไปยังปักกิ่ง ไม่ว่าการเมืองในห้วงแห่งการแวะเซี่ยงไฮ้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน