วิถีแห่งอำนาจเหมาเจ๋อตง – รัก หยางไค่ฮุ่ย กับ เหมาเจ๋อตง(78) โดย…เสถียร จันทิมาธร
ทวีป วรดิลก บรรยายถึงสภาพ 2 ด้านของเหมาในห้วงแห่งการพำนักอยู่ปักกิ่งเมื่อปี 1918 ว่า แม้ว่าการดำรงชีวิตจะคับแค้น แต่เหมาก็มีความเพลิดเพลินเจริญใจไปกับทิวทัศน์ทั้งธรรมชาติ โบราณสถาน
ตลอดจนความเป็นมาในอดีตของปักกิ่ง ซึ่งถือได้ว่าพอชดเชยกัน
กระนั้น จิตใจของเหมาเองตามที่ได้เล่าให้ เอ็ดการ์ สโนว์ ฟัง อย่างตรงไปตรงมานั้น สันนิษฐานได้ว่าเป็นการชดเชยที่ใหญ่หลวงเหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น
นั่นสัมผัสได้จากประโยคที่ว่า “ผมได้พบและรักหยางไค่ฮุ่ย”
หยางไค่ฮุ่ยมีอายุ 18 ปี ส่วนเหมามีอายุ 25 ปี จากความงามของธรรมชาติในปักกิ่งทำให้หวนรำลึกไปถึงลำนำกวีอันไพเราะนั้นเหมาน่าจะมองผ่านสายตาของหญิงสาวที่ตนรัก
พฤกษชาติดั่งประดับเพชรในคิมหันต์ ดูเสมือนดอกเถานับหมื่นกำลังเบ่งบาน
สอดรับกับที่ เชาวน์ พงษ์พิชิต เน้นย้ำ ช่วงเวลาครึ่งปีที่เหมาพักอยู่ในปักกิ่งนี้เองที่ได้รู้จักกับหยางไค่ฮุ่ย บุตรสาวของ ศาสตราจารย์หยางชางจี้
หนุ่มสาวคู่นี้เกิดมีความรักต่อกันในช่วงเวลาที่เหมาพำนักอยู่ ณ นครปักกิ่งนี้เอง

ข้อมูล ทวีป วรดิลก และ เชาวน์ พงษ์พิชิต อาจต่างกับของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ที่ว่า ช่วงเดียวกับที่เหมาเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์เขาเริ่มสร้างสัมพันธ์กับลูกสาวของหยางชางจี้
หยางไค่ฮุ่ยจะกลายเป็นภรรยาคนที่ 2 ของเหมาต่อไปในอนาคต
ต่างกันเพราะเหมาอยู่ปักกิ่งครั้งแรกในปี 1918 ก่อนการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนกรกฎาคม 1921 ถึง 3 ปี
กระนั้น หากอ่าน “ครอบครัวปฏิวัติของเหมาเจ๋อตง” โดย บุญศักดิ์ แสงระวี
ในปีที่หยางไค่ฮุ่ยมีอายุ 13 บิดาสำเร็จการศึกษาเดินทางกลับประเทศ ต่อมาก็เข้าไป รับตำแหน่งอาจารย์ในวิทยาลัยครูที่ 1 แห่งนครฉางซา เธอก็ติดตามบิดาย้ายเข้ามาพร้อมกับมารดา
ณ บ้านที่ฉางซานี้เองที่หยางไค่ฮุ่ยได้พบกับเหมา
เมื่อได้รู้จักมักคุ้นกัน ต่างฝ่ายต่างก็มีความศรัทธาในกันและกัน ขณะเดียวกัน เหมาได้สร้างความนิยมชมชอบและความเคารพขึ้นในใจของหยางไค่ฮุ่ยอีกด้วย
และสิ่งนี้ได้แปรเป็นทั้ง 2 ได้พบกันอีกคราในการเยือนปักกิ่งเมื่อปี 1918
ความรักระหว่างหยางไค่ฮุ่ยกับเหมาอาจเริ่มต้นด้วยความศรัทธาในเบื้องต้นและสุกงอมจากความศรัทธามาเป็นความรักในภายหลัง แต่สายสัมพันธ์ของทั้ง 2 ก็แนบแน่นขึ้นเป็นลำดับ
สมควรให้ความสนใจต่อข้อมูลอัน จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ นำเสนอ
หยางไค่ฮุ่ยเกิดปี 1901 ในชนบทเงียบสงบแห่งหนึ่งนอกเมืองฉางซา เป็นเด็กหญิงที่บอบบางและอ่อนไหว เติบโตขึ้นด้วยการเลี้ยงดูของมารดาผู้มาจากครอบครัวบัณฑิต
ขณะที่บิดาของเธอใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนานถึง 11 ปี
ศึกษาวิชาจริยศาสตร์ ตรรกศาสตร์และปรัชญาอยู่ญี่ปุ่น อังกฤษและเยอรมนี เมื่อกลับฉางซาในฤดูใบไม้ผลิของปี 1913 ได้นำวิถีชีวิตแบบชาวยุโรปติดตัวกลับมาด้วย
ส่งเสริมให้ลูกสาวรับประทานอาหารร่วมกับศิษย์ที่เป็นเพศชายอันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครปฏิบัติกัน
หยางไค่ฮุ่ย สวยสง่า และพูดจาคล่องแคล่วจึงเป็นที่ประทับใจชายหนุ่มทุกคน บิดาของเธอติดใจในสติปัญญาอันหลักแหลมของเหมา
แน่นอน ชายหนุ่มคนนั้นน่าจะมีเหมารวมอยู่ด้วย
หยางชางจี้ บิดาของหยางไค่ฮุ่ย รักและให้เกียรติต่อเหมาเป็นอย่างดี แนะนำเหมาต่อผู้มีอิทธิพลด้วยการให้เกียรติเป็นอย่างสูง
เขาเขียนถึงผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งว่า
“ผมบอกจริงๆ เลยว่า คน 2 คนนี้ (เหมากับลูกศิษย์อีกคนหนึ่ง คือ ไช่เหอเซิน) เป็นคนที่มีความสามารถชนิดที่หาตัวจับยากในประเทศจีนและทั้ง 2 จะต้องมีอนาคตรุ่งเรืองแน่นอน คุณควรจับตาดูพวกเขาไว้ให้ดี”
พอกลางมาเป็นศาสตราจารย์สอนวิชาจริยธรรมในมหาวิทยาลัยปักกิ่งในปี 1918 ก็ยินดีต้อนรับให้เหมามาพำนักอยู่ด้วยกันตอนที่เหมาเดินทางไปปักกิ่งครั้งแรก
ขณะนั้นหยางไค่ฮุ่ยอายุ 17 ปีและเหมาก็สนใจเธอมากแต่เธอ ไม่แสดงท่าทีตอบสนอง