กวีนิพนธ์ จากใจ ใยแห่งรัก (80) – เหมาสนใจในวรรณศิลป์อยู่แล้ว ยิ่งเมื่อตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก การปลดปล่อยอารมณ์ผ่านรูปแห่งกวีนิพนธ์ยิ่งเร้าความสนใจเป็นอย่างสูง
ขอให้อ่านบทว่าด้วย “ความรักของหนุ่มเหมา สาวหยาง” บุญศักดิ์ แสงระวี
แสงจันทร์แจ่มกระจ่าง ดวงดาวบนฟากฟ้าดารดาษ ไกลสุดจะเอื้อมถึง หนุ่มนายหนึ่งทอดตัวอยู่บนเตียงด้วยอารมณ์อ่อนละมุน
ฝันถึงใครคนหนึ่ง
ดวงจันทร์ค่อยๆจมลงไปทางตะวันตกช้าๆ ความคิดคำนึงของเขาสุดที่จะหักห้าม จำใจต้องลุกขึ้นจากที่นอน
ป้ายพู่กันลงไปบนแผ่นกระดาษออกมาเป็นบทกลอน
จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ เสนอรายละเอียดลึกลงไปอีกด้วยว่า คืนหนึ่ง หลังจากที่หยางไค่ฮุ่ยกลับไปแล้ว เหมานอนไม่หลับ
จึงเขียนบทกวีขึ้นบทหนึ่ง
บทกวีบทนี้ ไม่ว่า บุญศักดิ์ แสงระวี ไม่ว่า จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ล้วนให้ความสำคัญ นำเสนอผ่านหนังสืออันตนเขียนเรื่องราวของความรักระหว่างหยางไค่ฮุ่ยกับเหมา
เป็นบทกวีแห่ง“ความรัก” มิได้เป็นกวีแห่ง “การปฏิวัติ”
สำนวนแปลของ บุญศักดิ์ แสงระวี มีรายละเอียดในการเลือกถ้อยคำมาใช้แตกต่างไปจากสำนวนแปลของ อายุรี ชีวรุโณทัย อาจเพราะเป็นคนละยุค เป็นคนละสมัย
ในที่นี้ขอเลือกสำนวนแปลของ อายุรี ชีวรุโณทัย มาให้อ่านก่อน
ความเศร้า เจ้ากองอยู่บนหมอนข้า หน้าตาของเจ้าเป็นเช่นใดหนอ เจ้าป่วนปั่น ไม่มีวันจบสิ้น ดุจระลอกคลื่นกลางนที แลห้วงสมุทร
ค่ำคืนช่างยาวนานนัก
แลแผ่นฟ้าก็มืดครึ้ม เมื่อใดหนอ ความสว่างจักมาเยือน กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ข้าผุดขึ้นนั่ง ห่มเสื้อพาดบ่า ในความเหน็บหนาว สุดท้ายรุ่งสางมาเยือน
คงเหลือเพียงเถ้าถ่านจากความคิดคำนึงนับร้อยของข้าเอง
หากนำเอาสำนวนแปลของ อายุรี ชีวรุโณทัย ไปวางเรียงเคียงกับสำนวนแปลของ บุญศักดิ์ แสงระวี ก็จะยิ่งทำให้ภาพของ “หนุ่มเหมา”ในยามคิดคำนึงถึง “สาวหยาง”มีความแจ่มชัดยิ่งขึ้น
ความรันทดบนหมอน
คงคามหาสมุทร คลื่นโหมผุดระลอกใหญ่ ฟ้ามืดมายาวนาน กว่าสว่างจะคืบใกล้ จำใจต้องสวมเสื้อ ลุกขึ้นนั่งกลางลมหนาว
ครั้นรุ่งสาง ความฟุ้งซ่านก็เห็นเป็นแต่เถ้า
ทั้งเหนื่อยและซึมเหงาหัวใจ ไร้ที่พึ่งพา เดือนครึ่งเสี้ยวโคจรตกทางประจิม คงจะยาก หากจะกลั้นน้ำตา ไม่ให้ร่วงไหลลง
เมื่อเขียนเสร็จก็ลงชื่อตนลงไปว่า “เหมาเจ๋อตง”
หยางไค่ฮุ่ยซึ่งกำลังตกอยู่ในบ่วงรักปลาบปลื้มเป็นสุขเมื่อได้รับบทกวี และซาบซึ้งถึงความนัยของกวีนิพนธ์บทนี้ที่เหมาส่งมาให้ถึงกับมิอาจอดกลั้นความรู้สึก
แอบกระซิบบอกกับหลี่ซู่อี้ เพื่อนสนิทว่า “เหมาเขาชอบฉัน”
บุญศักดิ์ แสงระวี บรรยายต่อว่า หยางไค่ฮุ่ยเป็นบุตรสาวของหยางชางจี้ อาจารย์ที่เหมาให้ความเคารพรักเป็นอย่างสูง ทรวดทรงอรชร ใบหน้ากลม ละม้ายคล้ายผู้เป็นบิดา
ดวงตาทั้งคู่ไม่ใหญ่นัก ขอบตาลึก ผิวขาวเกลี้ยงเกลาเป็นนวลใย
เหมามักจะไปบ้านของอาจารย์ท่านนี้ในปักกิ่งเพื่อขอความรู้อยู่เสมอๆ ในบางครั้งยังได้รับอนุญาตให้พักค้างคืนอยู่ที่นั่นด้วย
ร่างเขาสูงใหญ่ สง่าผ่าเผย สุภาพเรียบร้อย พูดจาเป็นหลักเป็นฐาน
สิ่งเหล่านี้ย่อมจะก่อให้สาวหยางเกิดความชมชอบ หยางไค่ฮุ่ยชอบเขียนลายมือด้วยพู่กัน รู้เรื่องกาพย์กลอนเป็นอย่างดี
รสนิยมของหนุ่มเหมา กับ สายหยาง จึงพ้องพานกันเหมือนกับเป็น บุพเพแนบสนิท