เตือนภัย‘ความดันโลหิตสูง’ – ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสุขุมวิท ให้ข้อมูลว่าโรคความดันโลหิตสูงทำให้เกิดความเสียหายและการ เสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง ซึ่งนำไปสู่สภาวะการแข็งตัวของหลอดเลือด การอุดตันของหลอดเลือด และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่นโรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ อัมพฤกษ์-อัมพาต หรือแม้แต่โรคไตวายเรื้อรัง ทั้งที่ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้

ในระยะแรกคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจะไม่แสดงอาการ จะแสดงอาการต่อเมื่อเป็นมากแล้วและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอาจไม่เพียงพอ ทุกคนจะไม่ทราบเลยว่าค่าความดันโลหิตในร่างกายคุณเริ่มสูงขึ้นหากไม่ตรวจสุขภาพหรือหมั่นตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ

ทั้งนี้ ค่าความดันโลหิตของผู้ใหญ่โดยปกติจะอยู่ที่ 120/80 มิลลิเมตรปรอท ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดไว้ว่า หากมีความดันโลหิตตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่ามีภาวะความดัน โลหิตสูง

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่มีหลาย ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น, ประวัติครอบครัวมีความดันโลหิตสูง (โดยเฉพาะญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ หรือพี่น้อง), ทานอาหารรสเค็มจัด (เนื่องจากปริมาณเกลือที่สูง ส่งผลให้ความดันสูงได้), ขาดการออกกำลังกาย, น้ำหนักเกิน (ตรวจวัดได้จากค่า BMI ไม่ควร เกิน 25), ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, สูบบุหรี่ และการอดนอนสะสม

วิธีการรักษา เริ่มแรกคือการปรับเปลี่ยนรูปแบบ การดำเนินชีวิตที่ทำให้เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง เช่น งดเค็ม ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก เป็นต้น แต่หากควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้หรือระดับความดันโลหิตสูงมาก การรับประทานยาคืออีก 1 วิธีการในการรักษาที่ได้ผล ซึ่งในบางครั้งความดันโลหิตที่สูงมากจนอันตรายอาจได้รับคำแนะนำให้เริ่มทานยาลดความดันโลหิตควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปพร้อมกัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะได้ผล แต่การกินยาจะมีผลในการลดความดันโลหิตได้ตั้งแต่เม็ดแรกที่ทาน

การป้องกันโรคความดันโลหิตสูงสามารถป้องกันได้ หรือลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคได้โดยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกายเป็นประจำ ลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ลดการดื่มกาเฟอีน ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน