ทัศนะ ความรัก หยางไค่ฮุ่ย (82) – ระหว่างมุมของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ กับมุมของ บุญศักดิ์ แสงระวี มีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน แตกต่างตั้งกวีนิพนธ์ “ความเศร้าบนหมอน” แตกต่างตั้งแต่หลังการแต่งงาน
มุมของ บุญศักดิ์ แสงระวี เน้นอย่างหนักแน่นว่า
หยางไค่ฮุ่ยทำงานให้กับพรรคอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก มักจะออกจากบ้าน หลบหลีกจากการติดตามของศัตรู เดินทางไปทำงานลับให้กับพรรคในที่ต่างๆ
บางครั้งก็ไปถึงเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่งและที่อื่น สุดแล้วแต่ความจำเป็นของงาน
ปี 1922 หยางไค่ฮุ่ยตั้งครรภ์ท้องแรก แม้ครรภ์แก่ใกล้คลอดเธอก็มิได้หยุดการเคลื่อนไหว ยังคงดำเนินงานปฏิวัติเรื่อยไป มิได้หยุดยั้ง เหมาเองก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน
เขาออกไปนำการต่อสู้กรรมกรเหมืองถ่านหินอันหยวนในมณฑลเจียงซี
การต่อสู้ยืดเยื้ออยู่นานในที่สุดก็ได้ชัยชนะ เหมากลับบ้าน หยางไค่ฮุ่ยก็ให้กำเนิดลูกชายคนแรกแก่เขา ทั้ง 2 คนช่วยกันตั้งชื่อว่า เหมาอั้นอิง
นี่ย่อมเป็นภาพอันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับที่ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ สะท้อน
อาจเป็นเพราะ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ เน้นภาพของเหมาในลักษณะ Unknown “เรื่องที่คุณไม่รู้” จึงได้หยิบเอาประเด็นอันเกี่ยวกับครูแม่ม่าย “ซื่อหย่ง” มาเน้นอย่างเป็นพิเศษ
โดยระบุว่า หยางไค่ฮุ่ยหัวใจสลายเมื่อรู้เรื่องนี้
“และแล้ววันหนึ่ง ระเบิดก็ตกลงมาใส่หัวฉัน ชีวิตที่อ่อนเปลี้ยของฉันถูกทำลายยับเยิน และแทบจะดับสูญไปเพราะแรงระเบิดคราวนี้”
แต่เธอก็ให้อภัยเหมา
“อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงสิ่งที่ฉันรู้สึกเมื่อรู้ข่าว ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาๆ ทั่วไป เธอ(ซื่อหย่ง)รักเขาหมดใจจนยอมเพื่อเขาได้ทุกอย่าง เขาเองก็รักเธอด้วยเหมือนกัน
แต่เขาจะไม่มีวันทรยศต่อฉัน และสุดท้ายเขาไม่เคยทรยศต่อฉันเลย”
จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ กล่าวว่า ดูเหมือนเหมาจะอ้างเหตุผลว่า ที่เขามีชู้เพราะไม่แน่ใจในความรักของหยางไค่ฮุ่ย และเธอก็เลือกที่จะเชื่อเขา “ขณะนี้หัวใจที่ปิดสนิทของเขาและของฉันถูกเปิดออกแล้ว
ฉันมองเห็นหัวใจเขาและเขาก็เห็นหัวใจฉันอย่างทะลุปรุโปร่ง”
บทสะท้อนอันมาจาก จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ นับว่า “ลึก” เป็นอย่างมาก หยางไค่ฮุ่ยย้ายมาอยู่กับเหมา แล้วทั้ง 2 ก็แต่งงานกันตอนปลายปี 1920
สมัยนั้นพวกหัวเอียงซ้ายจะหลีกเลี่ยงพิธีเก่าแก่ของครอบครัวที่จะทำให้ชีวิตแต่งงานยั่งยืน
และยังไม่มีการนำระบบจดทะเบียนสมรสมาใช้ ดังนั้น ทั้ง 2 จึงไม่มีแม้แต่ใบทะเบียนที่เป็นทางการ เรื่องที่หยางไค่ฮุ่ยแต่งงานทำให้เธอถูกไล่ออกจากโรงเรียนของพวกสอนศาสนา
เหมายังคงคบชู้ต่อไปและเริ่มสร้างสัมพันธ์กับหญิงอื่นอีก 2 คนหลังจากที่แต่งงานได้ไม่นาน
เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเหมาสมัยนั้นเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้ “เรา” (จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์) ฟัง พร้อมกับเขียนตัวหนังสือจีนคำว่า “ปู้เจิน” ที่แปลว่า “นอกใจ” ลงบนโต๊ะด้วยนิ้วมือ
1 ในความสัมพันธ์ครั้งหลังนี้เกิดขึ้นกับลูกพี่ลูกน้องของหยางไค่ฮุ่ยเอง
พอหยางไค่ฮุ่ยรู้เข้าเธอเกิดอาการคลุ้มคลั่งขนาดลงมือทุบตีญาติผู้นี้ แต่เธอแทบจะไม่เคยแสดงความหึงหวงออกมาให้เห็น
และยังคงจงรักภักดีต่อเขาไม่เสื่อมคลาย
ภายหลังต่อมา เธอบันทึกไว้อย่างยอมจำนนว่า “ฉันได้เรียนรู้อะไรๆ มากขึ้นและค่อยๆ เข้าใจเขาขึ้นมาทีละน้อย ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว แต่ฉันยังเข้าใจธรรมชาติมนุษย์โดยรวมด้วย
ใครก็ตามที่ไม่มีความพิการทางกายจะต้องมีคุณลักษณะ 2 ประการอยู่ในตัว
ประการแรก คือความต้องการทางเพศ และอีกประการหนึ่ง คือ จิตใจที่ต้องการความรัก ความคิดของฉันก็คือ ปล่อยให้เขาเป็นอย่างที่เขาเป็น ปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นตามที่มันต้องเกิด”
เป็นบทสรุปอย่างลักษณะ “ทั่วไป” มิได้เป็นบทสรุปอย่าง “จำเพาะ”
ความเป็นจริงในห้วงเวลานับแต่หยางไค่ฮุ่ยย้ายมาอยู่ฉางซากับมารดา และแต่งงานกับเหมาในปลายปี 1920 คือการทำงานอย่างหนักในทางการเมือง
ทางหนึ่ง เพื่อขยายงานจัดตั้งของพรรค ทางหนึ่ง เป็นการทำงานในวงล้อมของขุนศึกรอบด้าน