หอชมเมืองสะท้อนปัญหา – โครงการสร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร ยกเลิกไปแล้วอย่างเงียบๆ เพราะสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 นายทุนเห็นว่าไม่คุ้มค่าก่อสร้าง หรือไม่มีจุดคุ้มทุนอีกต่อไป

เดิมโครงการนี้มาจากการร่วมกันกันระหว่างสามพันธมิตรที่เป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ เป็นอาคารสูงอาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีความสูง 459 เมตร มีพื้นที่ ใช้สอย 22,280 ตารางเมตร ใช้งบประมาณลงทุนไว้ที่ 4,422.96 ล้านบาท เป็นเงินตั้งต้นมูลนิธิ 5 แสนบาท เงินกู้จากสถาบันการเงิน 2,500 บาท และเงินบริจาคบริษัทเอกชนชั้นนำ 2,100 ล้านบาท ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีโดยไม่ต้องผ่านการประมูล

สาระสำคัญในข้อสังเกตของโครงการนี้ก็คือ พระราชบัญญัติควบคุมอาคารหรือพระราชบัญญัติผังเมือง ไม่มีคำจำกัดความหรือความหมายของคำว่า “หอชมเมือง” ว่าหมายถึง อาคารประเภทใดแต่เมื่อพิจารณาไปถึงวัตถุประสงค์ของประโยชน์ใช้สอยของอาคาร น่าจะเทียบได้ว่า เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ที่จัดสร้างเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ดังนั้นโครงการนี้จึงไม่มีความรู้สึกถึงผลกระทบใดๆ ของผู้คนโดยรอบ

มีข้อสังเกตของโครงการที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ปีพ.ศ.2560 เกี่ยวข้องกับกฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายผังเมืองดังนี้

1. โครงการนี้ผ่านการอนุญาตให้ก่อสร้างได้จากเจ้าพนักงานท้องถิ่นคือ กทม. โดยใช้หลักเกณฑ์ใด เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีฐานะเป็นอาคารสูงอาคารขนาดใหญ่พิเศษ มีขนาดอาคารถึง 22,280 ตารางเมตร และมีความสูงถึง 459 เมตร สร้างลงบนพื้นที่ 4 ไร่ 2 งาน 32 ตาราง เจ้าของที่ดินก็คือกรมธนารักษ์ มีที่ดินไม่อยู่ติดกับทางสาธารณะที่ต้องกว้างไม่น้อยกว่า 30 เมตร ซึ่งไม่อาจออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารได้ และไม่มีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ใดให้ไปใช้ทางเข้าออกในโครงการข้างเคียง

2. กรณีกลุ่มพันธมิตรเอกชนขอยกเลิกโครงการนี้โดยยอมเสียค่าธรรมเนียมการเช่าให้กรมธนารักษ์ไปแล้ว หากมีผู้ประสงค์จะลงทุนรายอื่นขอใช้เงื่อนไขในสัญญาและก่อสร้างโดยใช้ทางเข้าออกของโครงการข้างเคียง เช่น ไอคอนสยามได้หรือไม่ จะอ้างว่าเป็นการก่อสร้างเพิ่มเติมโครงการนี้ได้อย่างไร ถ้าได้จะใช้เหตุผลอะไรเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับโครงการอื่นที่จะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน

3.รูปแบบของอาคารที่มีพื้นที่อาคาร 22,280 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถไม่น้อยกว่า 185 คัน จะใช้พื้นที่ใดเป็นพื้นที่จอดรถ หากเป็นอาคารจอดรถของไอคอนสยามก็อยู่เกินกว่าระยะ 200 เมตร ถึงตัวอาคารหอชมเมืองกรุงเทพฯ น่าจะขัดกับข้อกำหนดในกฎกระทรวงควบคุมอาคาร

ปัญหาทางกฎหมายเหล่านี้เป็นตัวอย่าง เป็นข้อสังเกตถึงข้อเท็จจริงของการใช้บังคับกฎหมายที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม หรือเทคโนโลยีทางการก่อสร้างในปัจจุบัน รวมไปถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ไม่มี ความเสมอภาคกัน ระหว่างงานของภาคเอกชนกับงานในโครงการที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง

คงย้อนไปสู่ประเด็นที่กล่าวถึงเสมอก็คือ ถึงเวลาอันสมควรและเร่งด่วนแล้วที่จะต้องปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาคารเสียที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน