น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2561 ส่งผลให้ไทยได้โอกาสจากการเบี่ยงเบนทางการค้า และส่งออกสินค้าทดแทนได้มากขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งของไทยในทั้งสองตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยสินค้าไทยครองส่วนแบ่งตลาดสหรัฐมากขึ้น จาก 1.26% ในปี 2561 เป็น 1.63 % ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 ขณะเดียวกันส่วนแบ่งในตลาดจีนก็เพิ่มขึ้น จาก 2.13% ในปี 2561 เป็น 2.42% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563
สินค้าที่เติบโตดีทั้งสองประเทศ ได้แก่ กลุ่มอาหาร กลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มาจากความต้องการ หรืออยู่ที่บ้านของผู้บริโภคในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการย้ายฐานการลงทุนหลายรูปแบบ และไทยเองก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสหรัฐและจีนมากขึ้น สะท้อนจากมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติในไทยที่เติบโตขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามการค้า
ดังนั้นขณะนี้เป็นโอกาสที่ไทยควรเร่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุน เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถการค้าไทยในอนาคตทั้งจากนักลงทุนสหรัฐและจีน รวมถึงนักลงทุนประเทศอื่นๆ ที่มีแนวโน้มว่าหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จะยังคงลงทุนในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักยภาพ รวมถึงไทย