เพลินเสน่ห์อ่าวมะนาว – สถานที่ท่องเที่ยวในเขตความรับ ผิดชอบของทหาร ซึ่งเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการพักผ่อนตามชายทะเล แบบสงบเงียบ เป็นส่วนตัว เชื่อว่า “อ่าวมะนาว” น่าจะอยู่ในลำดับต้นๆ

อ่าวมะนาว ตั้งอยู่ในเขตกองบิน 5 กองทัพอากาศ ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นหาดสะอาด ธรรมชาติสวยงาม บรรยากาศสงบ เหมาะแก่การเล่นน้ำ ชายหาดทอดยาวกว่า 5 กิโลเมตร โค้งคล้ายผลมะนาว เป็นที่มาของชื่อ “อ่าวมะนาว”
ตรงข้ามกับหาดเป็นเขาล้อมหมวก ยามน้ำลดจะปรากฏสันทรายทอดยาวให้เดินไปเที่ยวชมได้ บริเวณชายหาดมีเตียงผ้าใบให้เช่า หรือจะปูเสื่อนั่งเล่นริมชายหาดก็ได้

บนยอดเขาล้อมหมวกประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง เชิงเขามีศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวกและเป็นที่ตั้งของเขตอนุรักษ์พันธุ์ค่างแว่น

อ่าวมะนาวเคยเป็นยุทธภูมิในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพญี่ปุ่น ปัจจุบันภายในกองบินจะเห็นอนุสาวรีย์วีรชน รูปทหารอากาศในชุดนักบินยืนอยู่บนใบพัดเครื่องบินถือธงหันหน้าออกทะเลและยังมีอุทยานประวัติศาสตร์กองบิน 5 โดยจะเห็นแท่งหินขนาดใหญ่แกะสลักจำลองฉากการต่อสู้ระหว่างกองทัพไทยกับญี่ปุ่น บริเวณ อ่าวมะนาว ทุกปีมีการจัดงานวันรำลึกวีรกรรม 8 ธันวาคม 2484

จากข้อมูลนี้ดึงดูดให้คณะเราเลือกไปใช้เวลาในวันหยุด สุดสัปดาห์ได้ไม่ยากเย็นนัก
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมงก็ถึง จุดหมายในเวลาประมาณ 14.30 น. แล้วเข้าพักที่ “อาคารที่พักสวัสดิการ ทอ. อ่าวมะนาว (ฟ้าชมคลื่น)” ภายในอ่าวมะนาว

โดยเลือกที่พักสำหรับ 4 คน 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว ในราคาเพียง 4 พันกว่าบาท ท่ามกลางวิวทะเลอ่าวมะนาว ที่เห็นแล้วต้องตะลึง เรียกได้ว่าวิวหลักล้านในราคาค่าห้องแค่หลักพัน
เนื่องจากอย่างที่ทราบกันดีว่ายังมีการระบาดของโควิด-19 กองบิน 5 อ่าวมะนาว จึงจำกัดนักท่องเที่ยวจากเดิมรองรับได้วันละ 8,000 คน ให้เหลือเพียง 1,500-1,700 คน จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมช่วงนี้ชายหาดแห่งนี้จึงมีคนน้อยและสงบเงียบกว่าที่เคยเป็นมา

ขณะเดียวกัน ทางกองบิน 5 อ่าวมะนาว ได้ดำเนินโครงการการพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยวเขตทหารต้นแบบ เพื่อส่งเสริมการลดปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่ โดยบุคลากรทุกระดับ รวมถึงครอบครัว จะได้รับการพัฒนาสมรรถนะและความรู้เรื่องการจัดระเบียบพื้นที่ในความดูแลของกองบิน 5 อ่าวมะนาว เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยงทั้งเหล้าบุหรี่ของจังหวัด

ยิ่งตอกย้ำว่านักท่องเที่ยวจะมีความปลอดภัยจากการท่องเที่ยวพื้นที่ดังกล่าว
หลังจากยืดเส้นยืดสาย ชื่นชมกับวิวที่มองเห็นจากห้องพัก ท้องก็เริ่มหิว ซึ่งได้รับคำแนะนำจากเพื่อนรุ่นพี่ให้ไปฝากท้องที่ร้านอาหาร “ศศิกานต์ซีฟู้ด- ปูเป็น” เป็นร้านอาหารทะเลใกล้กับ กองบิน 5 อ่าวมะนาวนั่นเอง ขับรถไปไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงร้าน

เมื่ออาหารมาเสิร์ฟก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จนเราต้องบอกต่อเพราะอาหารที่นี่สด ปริมาณเยอะ รสชาติอร่อย ราคาเป็นธรรม สั่งไป 8 อย่าง อิ่มแบบจุกๆ จ่ายไป 1,500 บาท แต่ดูจากปริมาณแล้ว บางร้านในเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ อาจจะแตะที่สามพันบาทก็เป็นได้
ดังนั้น ใครที่ไปอ่าวมะนาวและกำลังมองหาร้านอาหารในบรรยากาศสบายๆ บริการด้วยความรวดเร็วและเป็นมิตร ในราคาที่เป็นธรรม ลองมาร้านนี้รับรองว่า ไม่ผิดหวัง
หลังจากกินข้าวเสร็จระหว่างขับรถกลับจากร้านอาหาร สังเกตเห็นบริเวณริมถนนสายเลียบทางรถไฟ-ไปคลองวาฬ มีต้นทองอุไรขึ้นเต็มไปหมด ทำให้เราต้องจอดรถริมทางเพื่อถ่ายภาพ และนึกขอบคุณสำหรับความสวยงามที่มี ทั้งหมดนี้เป็น ผลของความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน หมู่ 5 บ้านดอนทราย ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา เราทำดี ด้วยหัวใจ กิจกรรมปลูกต้นทองอุไรจำนวน 1,200 ต้น บนเนื้อที่สวนสาธารณะริมทาง จำนวน 17 ไร่ ระยะทางยาว 600 เมตร ต่อจากแปลงปลูกเดิมที่มีอยู่กว่า 1,200 ต้น รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 1 กิโลเมตร ในปีที่ผ่านมา

เพื่อสร้างเป็นทุ่งทองอุไรที่เหลืองอร่ามสวยงาม ตลอดริมทางหมู่บ้านดอนทราย เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี สร้างความรัก ความปรองดอง สมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ระหว่างหน่วยงานรัฐ และประชาชนในพื้นที่

หากใครผ่านไปแถวนั้นก็อย่าลืมแวะถ่ายภาพสวยๆ กันนะ

จากนั้นเราก็กลับมายังอ่าวมะนาว เดินชมวิวทะเลให้อาหารย่อย แต่น่าเสียดายว่าเดินไปได้ สักพักฝนก็โปรยปรายลงมาในช่วงหัวค่ำ เหตุเพราะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนซินลากู ที่อ่อนตัวลงเป็นพายุดีเปรสชันเข้าไทย ทำให้มีฝนตกในหลายพื้นที่ในประเทศไทย รวมทั้งประจวบคีรีขันธ์ และทำให้คืนนั้นพวกเราได้นอนฟังเสียงฝนตกแทบทั้งคืน

ถึงเวลาเช้าวันเช็กเอาต์ ที่จริงตั้งใจว่าจะเดินทางไปเที่ยวรอบๆ อ่าว แต่เพราะฝนตกไม่หยุด ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เป็นการไปหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ซึ่งก็ลุ้นพอสมควรเพราะฝนฟ้าตกปรอยๆ ตลอดเส้นทางระหว่างการ เดินทาง แต่ที่สุดแล้วฝนก็หยุดตก ทำให้เราได้แวะกินข้าวเที่ยง ใช้บริการขี่ม้า บนหาดชะอำแบบชิลชิล

ที่สำคัญคือพ่อค้าแม่ค้าเป็นมิตร ไม่มีการยัดเยียดขายสินค้า อาหารก็ราคาไม่แพง เรียกได้ว่าทริปนี้ทั้งอิ่มท้อง อิ่มใจจาก ทั้งสองจังหวัดที่ได้ไปเยือน
เป็นความประทับใจที่อยากให้ผู้อ่านได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง
โดย วรนุช มูลมานัส