ปฏิบัติการ เสาะหา สหายที่แท้(87) – จากการศึกษาของ บุญศักดิ์ แสงระวี ในช่วงฤดูร้อนระหว่างปี 1919 ถึงปี 1920 เป็นจุดหักเหสำคัญที่สุดในชีวิตของเหมาอีกจุดหนึ่ง เขาได้อ่าน“แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์”

อ่านทฤษฎีและบทนิพนธ์อื่นๆ ของมาร์กซ์ซึ่งกระจายอยู่ที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก

เคยอภิปรายบทนิพนธ์ต่างๆ ของลัทธิมาร์กซ์ที่อ่านมาแล้วกับเฉินตุ๊ซิ่ว และเฉิน ตุ๊ซิ่วก็เคยเปิดอกอภิปรายความเชื่อถือในลัทธิมาร์กซ์ของตนแก่เหมา จากนั้นเหมาก็เริ่มมีมโนสำนึกว่า

ในประเทศจีน หากประสงค์จะได้รับชัยชนะในการปฏิวัติ

ก็จะต้องมีคนกลุ่มหนึ่งที่บากบั่น มีจิตใจใฝ่ความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องมี “ลัทธิ” อย่างหนึ่งที่ทุกคนจะต้องรักษา ปฏิบัติร่วมกัน เปรียบเหมือนธงผืนหนึ่งเมื่อชูขึ้นแล้ว

ทุกคนจึงจะมีความมุ่งหวัง จึงรู้ว่าควรจะไปทางไหน

อย่าได้แปลกใจหาก ทวีป วรดิลก จะยืนยัน เดือนตุลาคมเหมาได้เตรียมการจัดตั้งกองกำลังสังคมนิยมขึ้นที่ฉางซา หมกมุ่นอยู่กับงานนี้จนถึงสิ้นปี 1920

รายละเอียดปรากฏผ่านไดอารี่ของ จางเหวินเลี่ยง เพื่อนคนหนึ่งของเหมา

17.11.1920 ได้รับจดหมายจากเหมา(เจ๋อตง)พร้อมด้วยธรรมนูญของกองกำลังเยาวชน 10 ชุด วัตถุประสงค์ก็เพื่อศึกษาและดำเนินการสร้างสรรค์สังคม

เขาขอให้ข้าพเจ้าไปพบเขาเช้าวันอาทิตย์หน้าและหาสหายที่แท้จริงให้ด้วย

21.11.1920 พบเหมา(เจ๋อตง)ที่ห้องประชุมโรงเรียน เขาบอกกับเราว่าจะไปลี่หลิงเพื่อตรวจโรงเรียนต่างๆ

และก็แนะนำให้หาสหายที่แท้จริงให้ได้

เขาบอกด้วยว่า จะต้องถือว่าเรื่องนี้ คือ วัตถุประสงค์สำคัญของกองกำลังในชั้นนี้ เขาคิดว่า เราควรดำเนินการไปอย่างช้าๆ แต่ให้ได้ผลแน่นอน

26.12.1920 (เหมา)เจ๋อตงมาหาและบอกว่า

การประชุมขั้นพื้นฐานของกองกำลังเยาวชนจะมีขึ้นเมื่อเฉินตุ๊ซิ่วมาถึงงาน(ของกองกำลัง)จะมุ่งที่การศึกษาและการปฏิบัติเป็นสำคัญ เขาขอให้ข้าพเจ้าหาสหายที่แท้ให้ได้อีก

27.12.1920 (เหมา)เจ๋อตงส่งพรรคคอมมิวนิสต์รายเดือนมาให้ 9 ฉบับ

ตามความเห็นของ ทวีป วรดิลก การหา “สหายที่แท้” นี้เป็นเรื่องซึ่งเหมาหมกมุ่นครุ่นคิดเป็นพิเศษ ซึ่งความจริงก็มิใช่อะไรอื่นนอกจากว่าเหมามีความคิดที่จะก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้น

และก็อยู่ระหว่างเลือกเฟ้นผู้ที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของพรรคต่อไป

อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการได้เข้าร่วมประชุม “แกนกลาง” เพื่อจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์กับเฉินตุ๊ซิ่วและคนอื่นๆ ในเซี่ยงไฮ้ในเดือนพฤษภาคม 1920 นั้นเอง

ความคิดของเหมาในเรื่องนี้ตรงกับความคิดของไช่เหอเซิน

เพื่อนสนิทของเหมาตั้งแต่อยู่โรงเรียนฝึกหัดครู ซึ่งในขณะนั้นศึกษาอยู่ในปารีสและเตรียมการจัดตั้งกลุ่มมาร์กซิสต์ขึ้นในตอนกลางปี 1920

ไช่เหอเซินกับเซียวหยูซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเหมาแตกแยกความคิดกันในปัญหาการเมือง

ไช่เหอเซินเห็นด้วยกับสังคมนิยมแบบรัสเซีย ส่วนเซียวหยูเห็นว่าจะต้องให้การศึกษาผ่านสหภาพ แรงงานและสหกรณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงจะเหมาะสมกับเงื่อนไขของจีน

ทั้ง 2 คนต่างก็เขียนจดหมายถึงเหมา ชี้แจงแสดงเหตุผลของตน

ห้วงเวลานับตั้งแต่กลับมาจากปักกิ่ง กลับมาจากเซี่ยงไฮ้ ในเดือนพฤษภาคม 1920 จึงเป็นเวลาแห่งการทำงานในลักษณะเคี่ยวกรำอย่างเป็นพิเศษของเหมา

ด้านหนึ่ง เผยแพร่ลัทธิมาร์กซ์ ด้านหนึ่ง ขยายงาน ขยายการจัดตั้ง

ก็อย่างที่ ทวีป วรดิลก เน้นว่า สมาชิกซึ่งประกอบด้วยนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆที่ยึดมั่นในลัทธิสังคมนิยมจะมาพบปะกันทุกอาทิตย์ เพื่ออภิปรายกันถึงลัทธิการเมืองและสถานการณ์ในขณะนั้น

โดยวิธีออกไปปิกนิกบ้าง ออกไปพายเรือกันบ้าง

ความตื่นตัวเช่นนี้มิได้เป็นการตื่นตัวเฉพาะในมณฑลหูหนาน หากเป็นการตื่นตัวในปักกิ่ง เป็นการตื่นตัวในเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งความตื่นตัวในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นที่ฝรั่งเศสหรือญี่ปุ่น

ดังในกรณีความเห็นจากไช่เหอเซิน ความเห็นจากเซียวหยูมาถึงเหมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน