เรือใบชนลียงรอบ8ทีมชปล. – ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก คืนนี้จะได้ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เป็นการชิงชัยระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ พบกับโอลิมปิก ลียง จากฝรั่งเศส ฝั่งไหนจะกุมชัยได้สำเร็จ แฟนบอลต้องมารอลุ้นกัน

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563 ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – โอลิมปิก ลียง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ ดวลแข้งกับโอลิมปิก ลียง จากฝรั่งเศส เกมนี้ เตะที่สนามเอสตาดิโอ โชเซ อัลวาลาเด กรุงลิสบอน ของโปรตุเกส
เส้นทางที่ผ่านมา ทั้งคู่ต่างเริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม แมนฯ ซิตี้อยู่กลุ่มซีที่มีคู่แข่งอย่างอตาลันตา, ชักตาร์ โดเน็ตส์ก, ดินาโม ซาเกร็บ ส่วนลียงอยู่กลุ่มจีที่มีคู่แข่งอย่างไลป์ซิก, เบนฟิกา, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก
แมนฯ ซิตี้ทำผลงานเตะ 6 นัด ชนะ 4 เสมอ 2 เก็บไป 14 คะแนน คว้าแชมป์กลุ่ม โดยชนะชักตาร์ 3-0 (เยือน), ชนะดินาโม 2-0 (เหย้า), ชนะ อตาลันตา 5-1 (เหย้า), เสมออตาลันตา 1-1 (เยือน), เสมอชักตาร์ 1-1 (เหย้า), ชนะดินาโม 4-1 (เยือน)
ด้านลียงเตะ 6 นัด ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 2 เก็บไป 8 คะแนน ได้รองแชมป์กลุ่ม โดยเสมอเซนิตฯ 1-1 (เหย้า), ชนะไลป์ซิก 2-0 (เยือน), แพ้เบนฟิกา 1-2 (เยือน), ชนะเบนฟิกา 3-1 (เหย้า), แพ้เซนิตฯ 0-2 (เยือน), เสมอไลป์ซิก 2-2 (เหย้า)
จากนั้นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แมนฯ ซิตี้ชนะเรอัล มาดริด ด้วยผลรวม 4-2 (เกมเยือนชนะ 2-1 เกมเหย้าชนะ 2-1) ส่วนลียงเสมอยูเวนตุสผลรวม 2-2 แต่เข้ารอบตามกฎประตูทีมเยือน (เกมเหย้าชนะ 1-0 เกมเยือนแพ้ 1-2)

กาเบรียล เชซุส
ผลงานในลีกฤดูกาลล่าสุด แมนฯ ซิตี้ แข่งพรีเมียร์ลีกจบ 38 นัด เก็บไป 81 คะแนน ได้รองแชมป์ ขณะที่ลียงแข่งลีก เอิง ไปได้แค่ 28 นัด ก็โดนตัดจบเสียก่อนเพราะวิกฤต โควิด-19 โดยเก็บไป 40 คะแนน จบอันดับ 7
ฟอร์มในลีก 5 เกมหลังสุด แมนฯ ซิตี้ชนะรวดทั้ง 5 นัด โดยชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 5-0 (เหย้า), ชนะไบรตัน 5-0 (เยือน), ชนะบอร์นมัธ 2-1 (เหย้า), ชนะวัตฟอร์ด 4-0 (เยือน), ชนะนอริช ซิตี้ 5-0 (เหย้า)
ขณะที่ลียงชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 โดยแพ้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-4 (เยือน), เสมอสตราส์บูร์ก 1-1 (เหย้า), ชนะเม็ตซ์ 2-0 (เยือน), ชนะแซงต์-เอเตียน 2-0 (เหย้า), แพ้ลีลล์ 0-1 (เยือน)
ความพร้อมนัดนี้ แมนฯ ซิตี้ ไม่มี เลอรอย ซาเน ที่ย้ายสังกัดและถูกถอดชื่อจากทีมแล้ว นอกจากนี้ต้องเช็กความฟิต เซร์คิโอ อเกโร ส่วนลียงขาด ลูกาส์ ตูซาร์, มาร์กแตง แตร์ริเยร์ ถูกถอดชื่อออกเพราะย้ายทีมแล้ว และต้องลุ้นความฟิต ยุสซุฟ โคเน

คาดว่าแมนฯ ซิตี้จะวางหมาก 4-3-3 เอแดร์สัน โมเรส : ไคล์ วอล์กเกอร์, แฟร์นานดินโญ, อายเมอริก ลาปอร์กต์, เชา คันเซโล : เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี เอร์นานเดซ, ดาบิด ซิลบา : ฟิล โฟเดน, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง
ส่วนลียงคงใช้แผน 3-5-2 อันโธนี โลเปส : เจสัน เดอนาแยร์, มาร์เซโล, มาร์ซัล : เลโอ ดูบัวส์, มักซองซ์ กาเกเรต์, บรูโน กิมาไรส์, ฮุสเซม โออาร์, มักซ์เวล กอร์เนต์ : มุสซา เดมเบเล, เมมฟิส เดอปาย
สำหรับคู่นี้เคยเจอกันในยุโรป 2 หน ในถ้วยแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2018-19 รอบแบ่งกลุ่ม แมนฯ ซิตี้แพ้ในบ้าน 1-2 จากนั้นเจ๊ากันบ้านลียง 2-2
วิเคราะห์สไตล์การเล่น ทั้งคู่ถือว่ามีรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน โดยจะต่อบอลสั้นจากเท้าสู่เท้าอย่างรวดเร็ว เน้นครองบอล เหนียวแน่นแล้วหาช่องแทงทะลุเข้าไปลุ้นยิงในเขตโทษ พร้อมอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะเป็นตัวช่วยในการเจาะแนวรับด้วย
จุดเด่นของแมนฯ ซิตี้ อยู่ที่นักเตะซึ่งล้วนแต่มีฝีเท้าจัดจ้าน ทำให้การบุกมีความหลากหลายและสร้างสรรค์โอกาสยิงได้ตลอด แต่จุดด้อยอยู่ที่แนวรับยังไม่นิ่ง เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ลุ้นบ่อยเช่นกัน แถมการป้องกันลูกโด่งทำได้ไม่ค่อยดีด้วย
ขณะที่ลียงก็เด่นเรื่องทักษะของนักเตะเช่นกัน แถมเกมรับเหนียวแน่นใช้ได้ จังหวะโต้กลับน่ากลัว แต่ดูเหมือนเกมป้องกันทางริมเส้นจะยังมีปัญหาชัดเจน ที่ผ่านมาถูกเจาะจากทางด้านข้างบ่อยครั้ง
เรื่องประสบการณ์ในระดับยุโรป ต้องบอกว่าไม่ต่างกันมากนัก แต่หากวัดที่ขุมกำลังแล้วแมนฯ ซิตี้มีภาพรวมที่ค่อนข้าง ดีกว่า หากไม่เสียท่าให้ลูกสวนกลับของ ลียงซะก่อน “เรือใบสีฟ้า” ก็น่าเป็นฝ่ายชนะผ่านเข้ารอบไปได้