กมธ.งบแนะราชทัณฑ์แก้นักโทษล้นคุก – เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เปิดเผยผลการประชุมพิจารณาของ กมธ.ว่า ขณะนี้กมธ.ได้พิจารณาไปแล้ว 24 วัน จำนวน 16 กระทรวง 3 กลุ่มหน่วยงาน 18 กองทุน โดยวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นการพิจารณางบประมาณของกระทรวงยุติธรรม วงเงิน 27,223,169,700 บาท
ทั้งนี้ ในการพิจารณางบประมาณของกรมราชทัณฑ์ ทางกมธ.ได้มีการหารือถึงปัญหานักโทษล้นคุก ซึ่งทางหน่วยงานได้มีการชี้แจงว่าปัจจุบันมีนักโทษอยู่ 377,722 คน แต่เรือนจำสามารถรองรับได้เพียง 238,963 คน ทำให้สภาพเรือนจำมีความแออัด และแม้ว่าในปีงบประมาณ 2564 จะได้รับการจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงพื้นที่เรือนนอน แต่ยังไม่เพียงพอรองรับนักโทษทั้งหมด ซึ่งทางกมธ.ได้มีข้อเสนอแนะว่า การแก้ปัญหานักโทษล้นคุกไม่ใช่วิธีการสร้างเรือนจำเพิ่ม แต่ควรใช้วิธีการอื่นๆ เช่น การให้นักโทษบางคนรับโทษในรูปแบบอื่น อาทิ การทำงานสาธารณประโยชน์รับใช้สังคม รวมถึงต้องสร้างโอกาสให้นักโทษที่พ้นคุกได้มีโอกาสแก้ตัว สามารถดำรงชีวิตและเป็นที่ยอมรับในสังคมต่อไปได้ ซึ่งทางหน่วยงานได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้มีการร่างกฎหมายเพื่อใช้มาตรการอื่นแทนการจำคุกของนักโทษแล้ว ที่เรียกว่า NON-Custodial เช่น การคุมขังที่บ้าน การดูแลในศูนย์ควบคุม การทำงานเพื่อสังคมแทนการจำคุก และปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์
นายอัครเดชกล่าวว่า กมธ.ยังสอบถามกรมบังคับคดี กรณีปัญหาลูกหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่เพียงพอในการชำระ และทางกรมบังคับคดีได้ไปยึดเอาที่ดิน และบ้านของลูกหนี้เพื่อขายทอดตลาดทั้งที่จำนวนหนี้มีเพียง 17,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่มีความเป็นธรรมกับลูกหนี้ ถึงแม้จะเป็นไปตามกฎหมายก็ตาม โดยประเด็นนี้ทางกรมบังคับคดีได้ชี้แจงว่า หากมีจำนวนหนี้ไม่มากหน่วยงานจะทำหนังสือเวียนไปยังหน่วยงานในสังกัดของกรมบังคับคดีทั่วประเทศว่า หากกรณียึดทรัพย์สินที่ทุนทรัพย์สูงกว่าจำนวนหนี้ ให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อน 2 ครั้ง และให้ดำเนินงาน 2 ขั้นตอน คือ ให้แจ้งลูกหนี้เพื่อไกล่เกลี่ย หากลูกหนี้ไม่มา เมื่อถึงขั้นตอนก่อนขายทอดตลาดให้นัดไกล่เกลี่ยอีกครั้ง