แพทย์ชี้ ‘โรคเนื้อเน่า’เกิดได้กับทุกคน – นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรค เนื้อเน่า (Necrotizing fasciitis) หรือแบคทีเรียกินเนื้อ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อซึ่งส่วนมากมักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
โดยอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงชนิดเดียว หรืออาจเป็นจากการติดเชื้อแบคทีเรียหลายๆ ชนิดพร้อมกันก็ได้ โดยเชื้อจะเข้าสู่ผิวหนังผ่านทางบาดแผลหรือรอยแตกของผิวหนัง และเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะสามารถสร้างเอนไซม์มาย่อยสลายเนื้อเยื่อในร่างกายของผู้ที่ได้รับเชื้อเข้าไป ทำให้กระจายของเชื้อไปได้อย่างรวดเร็วในชั้นใต้ผิวหนังภายในระยะเวลาไม่นานนัก
โรคเนื้อเน่าพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่คนที่มีโรคประจำตัวบางชนิดพบมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งโรคดังกล่าวได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ตับแข็ง โรคมะเร็ง ไตวาย รวมถึงคนที่มีภาวะกดภูมิจากการใช้สารสเตียรอยด์ คนที่ใช้สารเสพติดฉีดเข้าเส้น คนที่มีปัญหาของหลอดเลือดบริเวณขา คนอ้วน สูบบุหรี่ และคนที่ติดแอลกอฮอล์ เป็นต้น
“การระบาดของโรคเนื้อเน่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีประวัติไปดำนา ลุยโคลน และโดนหอย หรือเศษแก้วบาด เศษไม้ตำเท้า และไม่ได้ทำแผลหรือรักษาใดๆ เนื่องจากต้องทำนาให้เสร็จ ทำให้เชื้อโรคเข้าไปในบาดแผล และเพิ่มจำนวนจนเกิดอาการรุนแรงได้” นพ.สมศักดิ์กล่าว
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนังกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อแล้วในระยะเริ่มแรกจะเริ่มมีอาการบวม แดง ปวด กดเจ็บในตำแหน่งที่มีการติดเชื้อ ถ้าไม่ได้รับการรักษา ผิวหนังบริเวณ ดังกล่าวจะบวมแดง หรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างรวดเร็วภายใน 36 ชั่วโมงหลังการติดเชื้อ พบมีตุ่มน้ำพองที่ผิวหนัง มีการตายของชั้นใต้ผิวหนังและผิวหนังบริเวณดังกล่าว
เมื่อเป็นมากขึ้นเชื้อจะทำลายเส้นประสาท ทำให้อาการปวดที่พบในตอนแรกหายไป กลายเป็นชาบริเวณผิวหนังส่วนที่ติดเชื้อตามมาแทน อาการอื่นๆ ที่พบร่วม เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าเป็นมากอาจมีหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
กรณีไม่ได้รับการรักษาการติดเชื้อจะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด รวมถึงอาจทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายล้มเหลว ทำให้ผู้ป่วย มีความรู้สึกตัวลดน้อยลง ช็อก และเสียชีวิต การรักษาต้องรวดเร็ว