มติ ประชุม สมัชชาพรรค(93) – ความน่าสนใจของการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 1 มิได้อยู่ที่การตระเตรียมในการเลือกตัวแทนของแต่ละกลุ่มย่อยลัทธิมาร์กซ์เพื่อเข้าร่วมประชุมเท่านั้น
มิได้อยู่ที่การแสดงบทบาทของแต่ละบุคคล
หากแต่อยู่ตรงเนื้อหาของการถกแถลง อภิปรายกันในที่ประชุม การตระเตรียมและนำเสนอในแต่ละวาระ และที่สุดก็คือ คณะกรรมการบริหารกลาง คณะนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
หนังสือ “ประวัติศาสตร์จีน” ของ ทวีป วรดิลก ให้ภาพการประชุมอย่างค่อนข้างละเอียด
เป็นการประชุมที่บ้านเลขที่ 106 ถนนหวังจื้อ ในเขตสัมปทานของฝรั่งเศสในเซี่ยงไฮ้ ส่วนโรงเรียนกินนอนสตรีซึ่งหนังสือประวัติพรรคบางเล่มระบุว่าเป็นสถานที่ประชุม
ความจริงเป็นที่พักของผู้ที่เข้าประชุมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับบ้านที่ใช้เป็นที่ประชุม
โรงเรียนสตรีนี้มีชื่อว่า “เป๋อหวุน” เลขที่ 389 (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเลขที่ 127) ถนนไป่เอ๋อ (ปัจจุบันชื่อถนนไท่ซาง) บ้านที่ใช้เป็นที่ประชุมเป็นบ้านของญาติผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่ง
แล้วสภาพอันชวนสงสัยก็บังเกิดขึ้นจนได้
หลังจากประชุมกันได้ 3 วัน ในวันที่ 4 ก็มีคนมาด้อมๆ มองๆ ทางด้านหลัง ถามหาคนชื่อหวัน ต่อมาอีก 10 นาทีก็มีตำรวจมาจริงๆ มีทั้งตำรวจฝรั่งเศส เวียดนามและจีน
ผู้เข้าร่วมประชุมจึงต้องเปลี่ยนสถานที่
โดยไปประชุมกันในวันที่ 5 บนเรือลำหนึ่งในทะเลสาบหนานหู ห่างจากเซี่ยงไฮ้ 92 กิโลเมตร หลี่ต้าเจา เฉินตุ๊ซิ่ว ไม่ได้เข้าร่วมประชุมทั้ง 2 คน
ที่ประชุมได้ถกเถียงกันถึงปัญหาสำคัญเฉพาะหน้า
เตรียมร่างแถลงการณ์ที่มีเนื้อหาในแนวทางเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต ถ้าเป็นไปได้ ที่ประชุมก็จะร่างแผนยุทธศาสตร์โดยรวมเพื่อการพัฒนาพรรคซึ่งจะให้นำ ไปใช้
ตามที่ได้สรุปไว้อาจเป็นโดยการแนะนำของมาริง
มติสำคัญๆ ในท้ายที่สุดที่ว่าด้วยบทบาทและการจัดตั้งของพรรคคงเป็นไปตามแนวทางของลัทธิเลนิน ซึ่งเลนินเป็นผู้วางแนวทางไว้ในการก่อตั้งพรรคบอลเชวิก
รายงานสรุปถึงการอภิปรายกันในที่ประชุมแสดงให้เห็นเด่นชัด
นั่นก็คือ พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้วางแนวทางตามแบบของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต ถือได้ว่าเป็นพรรคการเมืองแบบใหม่ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนเลยในประเทศจีน
ในการกำหนดถึงยุทธวิธีในการต่อสู้ในยุคเปลี่ยนแปลง
ได้มีการชี้ถึงวัตถุประสงค์สำคัญโดยชัดแจ้งว่า พรรคมิใช่จะปฏิเสธเท่านั้น หากตรงข้าม พรรคยังจะต้องมีบทบาทแข็งขันในการเรียกร้องให้ชนชั้นกรรมาชีพเข้าร่วม
และนำการเคลื่อนไหวของประชาธิปไตยกระฎุมพีด้วย
แนวทางซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นชอบเรียกร้องให้การจัดตั้งต้องดำเนินไปโดยมีระเบียบวิสัยและลักษณะสู้รบของชนชั้นกรรมาชีพ
การพัฒนาการเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานต้องถือเป็นภารกิจหลักของพรรคด้วย
แม้ว่าเฉินตุ๊ซิ่วจะไม่ได้เข้าประชุมแต่ก็ได้รับเลือกจากที่ประชุมให้ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการใหญ่ของพรรค หลังจากนั้นผู้แทนที่เข้าประชุมก็แยกย้ายกันเดินทางกลับ
เพื่อชี้แจงผลการประชุมต่อแต่ละหน่วยย่อยลัทธิมาร์กซ์ของตน
ผู้แทนแต่ละกลุ่มลัทธิมาร์กซ์ที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย 1 หลี่ฮั่นจุ้น หลี่ต๋า มาจากเซี่ยงไฮ้ 1 จางกว๋อเถา หลี่เริ่นจิ้ง มาจากปักกิ่ง 1 เหมาเจ๋อตง เหอซุเหิง มาจากหูหนาน
1 เฉินกงป๋อ มาจากกว่างโจว 1 จางจิ้นเหมย เติงเฉินหมิง มาจากจี้หนาน
ยิ่งกว่านั้น 1 โจวฝ่อไห่ ยังมาจากญี่ปุ่น แต่ละคนล้วนมาจากสถานที่และมณฑลต่างๆกัน มณฑลบางแห่งก็ห่างไกลกันมาก
อาทิ กว่างตง หูหนาน หูเป่ยและซานตง แล้วยังมีเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้
ภารกิจของตัวแทนแต่ละกลุ่มย่อยลัทธิมาร์กซ์จึงเป็นภารกิจในการแถลงและชี้แจงรายละเอียดผลการประชุมของสมัชชาพรรคว่าดำเนินไปอย่างไร มีมติอย่างไร
โดยมีภารธุระเฉพาะหน้าคือการขยายงาน การขยายสมาชิกพรรค