นำร่องตรวจเอดส์ด้วยตนเอง – นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2558 มีการเห็นชอบนโยบายและออกกฎหมายให้ประชาชนตรวจหาเชื้อ เอชไอวีเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือตรวจที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
ดังนั้นกรมจึงนำร่องโครงการศึกษาการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองผ่านร้านขายยาในพื้นที่ กทม. เพื่อหารูปแบบการดำเนินงานการเข้าถึงชุดตรวจคัดกรอง เอชไอวีด้วยตนเอง ในกลุ่มเสี่ยง 2 กลุ่ม คือชายรักชาย และสาวประเภทสอง
โดยผู้สนใจสามารถร่วมลงทะเบียนผ่านลิงก์ของโครงการ และรับชุดตรวจจากแผนกเวชภัณฑ์ของร้านบู๊ทส์ (Boots) จำนวน 36 สาขา นอกจากนี้ ยังมีระบบสายด่วนให้คำปรึกษา 1663 สายสบายใจ 08-2582-1714 และในกรณีที่ผลคัดกรองเป็นบวกต้องไปตรวจยืนยันการติดเชื้อที่หน่วยบริการสุขภาพ และรับการรักษาต่อไป

2 พันชุด – ชุดตรวจเอดส์ด้วยตนเองผ่านน้ำในช่องปาก ที่กรมควบคุมโรคนำมาให้กลุ่มเสี่ยงลงทะเบียนรับฟรี เพื่อไปตรวจด้วยตัวเองได้ โดยจะนำร่อง 2 พันชุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ผู้เข้าร่วมโครงการต้องทำแบบสอบถามคัดกรอง ผู้เข้าร่วมรับชุดตรวจต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย เป็นกลุ่มชายรักชายหรือสาวประเภทสองไม่เคยตรวจเชื้อเอชไอวีมาก่อน หรือเคยตรวจครั้งสุดท้ายมากกว่า 3 เดือน อาศัยหรือทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้
สำหรับการตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วยตัวเองในโครงการนี้จะใช้วิธีเก็บตัวอย่างน้ำในช่องปาก โดยใช้แผ่นเก็บตัวอย่างที่ด้านปลายชุดตรวจป้ายที่ซอกเหงือกด้านบนและด้านล่าง 1 รอบต่อเนื่อง โดยให้แผ่นป้ายอยู่ในภายช่องปาก หรืออยู่ในบริเวณเหงือกตลอดเวลา เมื่อเสร็จแล้วให้นำแผ่นปลายชุดตรวจใส่ลงในหลอดน้ำยา ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วอ่านผลตรวจ ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังกินยาต้านไวรัสหรือยาเพร็พเพราะการอ่านผลตรวจอาจเป็นผลลบลวง และไม่ควรอ่านผลเมื่อเกิน 40 นาที ส่วนคนใส่ฟันปลอมต้องถอดออกก่อน รวมถึงไม่ควรกินอาหารก่อนตรวจในช่วง 30 นาที
หากมีพฤติกรรมเสี่ยงครั้งล่าสุดในช่วง 3 เดือนก่อนการตรวจด้วยวิธีนี้อาจยังอยู่ในระยะ Window Period คือ ยังไม่สามารถตรวจพบการติดเชื้อได้ ควรมีการตรวจเอชไอวีซ้ำอีกครั้งอย่างน้อย 3 เดือนหลังมีพฤติกรรมเสี่ยงครั้งล่าสุด
ทั้งนี้ การแสดงผลหากขึ้น 2 เส้น คือ เส้นที่ตำแหน่งอักษร C และ อักษร T แม้เส้นจะจางมากก็ถือว่าผลเป็นบวก ต้องไปตรวจยืนยันซ้ำที่สถานพยาบาล แต่หากขึ้น 1 ขีดเฉพาะตัว C คือผลเป็นลบ แต่หากไม่ปรากฏขีดใดๆ หรือขีดไม่ตรงตำแหน่งใดๆ หรือมีสีแดงเกิดขึ้น หมายถึงมีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากตัวชุดตรวจหรือในช่วงการทดสอบก็ได้
หากมีขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไม่ถูกต้องต้องทดสอบซ้ำด้วยชุดตรวจอันใหม่ โดยข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตที่สหรัฐอเมริกาพบว่า เครื่องตรวจมีความไวอยู่ที่ 99.3% ถึงน้อยก็ตรวจเจอความจำเพาะ 99.8%