ฟันตายภัยร้ายในช่องปาก – ทพญ.วาสพรรณ วัฒนาสุวรรณ ทันตแพทย์ ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า ฟันตาย (Non-Vital Discoloration) คือภาวะอันตรายในช่องปาก
เนื่องจากเนื้อเยื่อฟันได้รับความเสียหายจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนมาเลี้ยงได้ หรือฟันที่ไม่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงในโพรงประสาทฟัน ทำให้เซลล์ต่างๆ ในฟันตายไปในที่สุด ซึ่งอาจเกิดจากการได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบริเวณฟัน ทำให้เส้นเลือดที่มาเลี้ยงฉีกขาด ฟันผุ ฟันสึก ฟันร้าว ฟันแตก จนถึงโพรงประสาทฟัน หรือเป็นโรคปริทันต์ขั้นรุนแรง รวมถึงการดูแลทำความสะอาดช่องปากที่ไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดการติดเชื้อ
“ฟันเปลี่ยนสีโดยเฉพาะฟันหน้าเป็นสัญญาณเริ่มแรกของอาการฟันตาย สังเกตได้จากสีฟันที่เปลี่ยนไปเมื่อเทียบกับฟันซี่อื่น บางรายอาจมีตุ่มหนองที่เหงือก เหงือกบวมหรือกดเจ็บบริเวณรากฟัน มีอาการเคี้ยวเจ็บ หรือกัดเจ็บที่เกิดจากการอักเสบรอบปลายรากฟัน หรือเคยมีอาการเสียวฟันมากๆ เมื่อมีสิ่งกระตุ้น เช่น ดื่มน้ำร้อน น้ำเย็น แต่อยู่ๆ ก็ไม่รู้สึก” ทพญ.วาสพรรณกล่าว
ทพญ.วาสพรรณกล่าวต่อว่า การรักษาฟันตายสามารถทำได้ 2 วิธี คือ การรักษารากฟัน เป็นการนำเอาเนื้อฟันส่วนที่ตายออก และทำความสะอาดบริเวณที่ติดเชื้อ ซึ่งวิธีนี้อาจต้องใช้เวลานาน แต่ไม่ต้องสูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติไป และการถอนฟัน ในกรณีที่ฟันติดเชื้อรุนแรงจนไม่สามารถบูรณะหรือรักษารากฟันได้แล้ว ซึ่งหากเกิดภาวะฟันตายผู้ป่วยควรรีบรักษา เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดการละลายของปลายรากฟัน และส่งผลให้เกิดอันตรายอื่นๆ ตามมาได้
ทั้งนี้ ฟันตายเราสามารถป้องกันได้โดยการดูหมั่นดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากอย่างถูกต้องและเหมาะสม และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เป็นกรด เช่น อาหารรสเปรี้ยว น้ำอัดลม และหลีกเลี่ยงการรับประทานของแข็ง เพื่อลดโอกาสการเกิดฟันผุและฟันร้าว ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันตาย รวมถึงหมั่นตรวจสุขภาพฟัน ทุก 6 เดือน