ผนวก ปารีส เข้ากับ เซี่ยงไฮ้ (98) – ยิ่งอ่าน รอเบิร์ต เพน จากสำนวนแปลในแบบ อาษา ขอจิตต์เมตต์ ยิ่งเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับการประชุมสมัชชาพรรค และการก่อรูปขึ้นของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ขณะการประชุมครั้งแรกของพรรคคอมมิวนิสต์ได้มีขึ้นที่เซี่ยงไฮ้
พวกคอมมิวนิสต์จีนอื่นๆ ซึ่งไม่รู้จักกันและอยู่ในที่ห่างไกลหลายพันไมล์ได้เปิดให้มีการประชุมกันขึ้นในกรุงปารีส กรุงเบอร์ลิน กรุงโตเกียวและกรุงมอสโก ชาวจีนมาพบปะกัน แสดงความจำนง
ลงมติและตั้งใจแน่วแน่ว่าประเทศจีนจะต้องเป็นรัฐคอมมิวนิสต์
จูเต้ซึ่งกำลังศึกษาปรัชญาอยู่ที่มาร์บวร์ก เยอรมนี ด้วยความตั้งใจมั่นที่จะเรียนรู้ถึงแรงผลักดันของโลกซีกตะวันตก เปลี่ยนเป็นนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างหลงใหลและเด็ดเดี่ยว
โดยมองเห็นว่าลัทธินี้จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสุดท้ายของชาติที่ยังไม่เจริญ
หลักการง่ายๆของลัทธิคอมมิวนิสต์ทำความยินดีปรีดาแก่จิตใจที่สับสนวุ่นวายของเขา ด้วยเหตุนี้เขาจึงเข้าสมทบกับโจวเอินไหล โหลหมานและหลีลี่ซาน
ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ในฝรั่งเศส
เมื่ออ่านจากหนังสือ“โจวเอินไหล รัฐบุรุษจีน” ของ เชาวน์ พงษ์พิชิต ก็ยิ่งทำให้ภาพที่ยังไม่สมบูรณ์นักของ รอเบิร์ต เพน มีความสมบูรณ์ รอบด้านมากยิ่งขึ้น
โจวเอินไหลเดินทางไปฝรั่งเศสในเดือนธันวาคม 1920
เวลานั้นมีอายุ 22 ปี เป็นที่สนใจของนักศึกษาจีนในฝรั่งเศสในฐานะผู้เคยศึกษาลัทธิมาร์กซ์มาตั้งแต่สมัยไปศึกษาที่ญี่ปุ่น และเป็นผู้นำเยาวชนจีนที่เก่งกล้าอาจหาญ
แต่โจวเอินไหลตั้งเป้าหมายไว้เพียง 2 ประการคือ
เร่งศึกษาลัทธิมาร์กซ์ และเสาะหาตำรับตำราที่ใช้เยียวยารักษาโรคเรื้อรังของปิตุภูมิ ต้องไปเป็นกรรมกรรายวันที่โรงงานรถยนต์ ต้องหุงหาอาหารกินเอง ขากางเกงหดแล้วหดอีก ถุงเท้าปะแล้วปะอีก
สมถะมัธยัสถ์จึงกลายเป็นนิสัยของโจวเอินไหล
พรรคคอมมิวนิสต์จีน ก่อตั้งขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนกรกฎาคม 1921 แต่ในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน โจวเอินไหลกับนักลัทธิมาร์กซ์คนอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ของยุโรป
ก็ได้พร้อมใจกันก่อตั้งกลุ่มลัทธิคอมมิวนิสต์ขึ้นมาแล้ว
ต่อมา เมื่อพรรคคอมมิว นิสต์จีนได้ก่อตั้งขึ้นเป็นตัวเป็นตน กลุ่มลัทธิคอมมิวนิสต์ที่อยู่ต่างประเทศจำนวน 8 กลุ่มล้วนมีความยินดีที่จะรวมเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนในประเทศ
การเปลี่ยนแปลงขององค์การในปารีส ยุโรปก็มีการเปลี่ยนแปลง
องค์พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ปารีสเดิมก็มีชื่อใหม่ว่า “สาขาใหญ่ประจำยุโรป พรรคคอมมิวนิสต์จีน” โดยมีจ้าซื่อเหยียนเป็นเลขาธิการสมัยที่ 1
และโจวเอินไหลเป็นเลขาธิการสมัยที่ 2
ทำหน้าที่ดูแลงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั้งที่อยู่ในฝรั่งเศส เยอรมนีและเบลเยียม ระยะนั้นโจวเอินไหลมีผู้ช่วยงานในการเขียนกระดาษไขใช้พิมพ์งานขององค์กรคนหนึ่งคือ เติ้งเสี่ยวผิง
นอกจากนั้นยังมีโอกาสรู้จักกับจูเต๋อ
และเป็นผู้แนะนำให้จูเต๋อเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ว่าจูเต๋อ ไม่ว่าเติ้งเสี่ยวผิงล้วนเป็นผู้นำคนสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเวลาต่อมา
ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่เหมาและโจวเอินไหลอย่างยาวนาน
สอดรับกับข้อมูลจากหนังสือ“กองทัพแดง” ของ วิโรจน์ อำไพ ที่ว่าฤดูใบไม้ผลิปี 1921 นักศึกษาจีนในฝรั่งเศสก่อตั้งกลุ่มคอมมิวนิสต์ประจำฝรั่งเศสพร้อมสร้างความสัมพันธ์กับคณะกรรมการกลางในจีน
ปี 1922 ก่อตั้ง“สันนิบาตเยาวชนสังคมนิยมแห่งประเทศจีนสาขาใหญ่ประจำฝรั่งเศส”
มีจางเซินฝู่ โจวเอินไหล เป็นต้น เป็นกำลังสำคัญในองค์กร ควบคุมดูแลสาขาย่อย 3 แห่ง คือ ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม
ทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนว่าสาขาของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมิได้มีเพียงในประเทศ
หากแต่ยังก่อกำเนิดในหลายๆ จุดไม่ว่าจะในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะในยุโรป บทบาทของคนหนุ่มสาวอย่าง โจวเอินไหล เติ้งเสี่ยวผิง ก็เริ่มเผยแสดงออกมา
เป็นองค์ประกอบอันทรงความหมายให้กับ“สมัชชาพรรค” สมัยที่ 1 ของปี 1921