ทิศทาง แนวทาง พรรคคอมมิวนิสต์(100) – ที่ประชุมใหญ่สมัชชากำหนดชื่ออย่างแน่นอนและแจ่มชัดว่า “พรรคคอมมิวนิสต์ประเทศจีน” หลักชี้นำของพรรคคือ “ใช้กองทัพปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพโค่นล้มชนชั้นนายทุน”
ใช้เผด็จการชนชั้นกรรมาชีพเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการต่อสู้ทางชนชั้น ทำลายชนชั้น
ยกเลิกระบบทุน กรรมสิทธิ์ส่วนตัว ร่วมผนึกกับสากลที่ 3 แสดงว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็มีธงอันสดใสในการนำลัทธิสังคมนิยมและลัทธิคอมมิวนิสต์กำหนดเป็นจุดหมายการต่อสู้ของตนนับแต่สร้างพรรค
ทั้งยืนหยัดใช้วิธีการปฏิบัติมาดำเนินจุดหมายนี้ให้ปรากฏเป็นจริง
ดังนั้น ได้ขีดเส้นแบ่งทางหลักการอย่างแจ่มชัดกับลัทธิประชาธิปไตยสังคมของสากลที่ 2 ซึ่งเลื่อมใสศรัทธาในระบบประชาธิปไตยชนชั้นนายทุนและเสนอแนวทางรัฐสภา
ความแจ่มชัดนี้มีรากฐานมาจากลัทธิเลนินอันเป็นหลักชี้นำในทางความคิด
ความแจ่มชัดนี้เป็นเพราะว่าได้รับการผลักดันอย่างแข็งขันมาจากโคมินเทิร์นซึ่งสัมพันธ์กับการหนุนเสริมของสหภาพโซเวียตอย่างแนบแน่น
นี่คือการนับ 1 นี่คือการกำหนดหลักการ แนวทาง
แม้ว่าในที่ประชุมใหญ่ได้เสนอ “ร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ คัดค้านศัตรูร่วม” คือขุนศึก แต่มิได้กำหนด หลักชี้นำของพรรคในขั้นตอนการปฏิวัติประชาธิปไตยไว้อย่างแจ่มชัด
แล้วความแจ่มชัดสัมผัสได้จากที่ใด
พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งแรกเกิดได้เลือกสรรลัทธิสังคมนิยมและลัทธิคอมมิวนิสต์ไว้อย่างแน่นอนและแจ่มชัด พร้อมกับมีจิตใจปฏิวัติอย่างเข้มแข็งและมั่นคง
แต่เกี่ยวกับสภาพประเทศจีนอย่างเป็นรูปธรรมยังมีความเข้าใจไม่มากพอ
ยังไม่รู้ความแตกต่างและความสัมพันธ์ของการปฏิวัติประชาธิปไตยกับการปฏิวัติสังคมนิยมในประเทศจีน ภายใต้เงื่อนไขสังคมกึ่งเมืองขึ้น กึ่งศักดินา การคลี่คลายของลัทธิทุนนิยมยังเปราะบางมาก
ซ้ำยังต้องถูกจักรวรรดินิยมบีบบังคับอย่างรุนแรง เร่งเร้า
สภาพเช่นนี้ยังสามารถดำเนินการปฏิวัติสังคมนิยมได้โดยตรงทันทีหรือจำเป็น ต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง ลัทธิสังคมนิยม ลัทธิคอมมิวนิสต์จึงสามารถปรากฏเป็นจริงได้ในที่สุด
ปัญหาเหล่านี้พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเพิ่งกำเนิดยังมิสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
ขณะที่อภิปรายแผนการงานแท้จริงของพรรค ที่ประชุมกำหนดให้ “รวมศูนย์กำลังวังชาจัดตั้งกรรมกรตามโรงงาน” และกำหนดภาระหน้าที่พื้นฐานเฉพาะหน้าของพรรค คือ ก่อตั้งสมาคมกรรมกรวิสาหกิจ
“พรรคควรจะทุ่มเทจิตใจของการต่อสู้ชนชั้นเข้าไปในสมาคมกรรมกร”
ต้องส่งสมาชิกไปทำงานในสมาคมกรรมกร นี่คือจุดเด่นของที่ประชุม ในส่วนอันเกี่ยวกับคุณภาพของสมาชิกพรรค ที่ประชุมกำหนดให้การรับสมาชิกพรรคต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ตรวจสอบอย่างเข้มงวด
กำหนดให้ต้องสนใจการจัดตั้งกรรมกรเป็นพิเศษ
พร้อมทั้งให้การศึกษาจิตใจลัทธิคอมมิวนิสต์แก่พวกเขา หลักชี้นำของพรรคยังกำหนดด้วยว่า บุคคลใดที่ขอเข้าพรรคจะมีความคิดเอนเอียงที่มิใช่คอมมิวนิสต์ไม่ได้
ในที่ประชุมใหญ่เลือกเฉินตุ๊ซิ่วและคณะอีก 2 คนจัดตั้งองค์ประกอบการนำ
โดยเฉินตุ๊ซิ่วดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการ อีก 2 คน คือ หลี่ต๋า จางกว๋อเถา ต่างดำรงตำแหน่งรับผิดชอบด้านจัดตั้งและโฆษณาตามลำดับ
ที่ประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศครั้งที่ 1 ประกาศก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างเป็นทางการ
ทั้งหมดนี้คือการประมวล เรียบเรียง ทั้งที่เป็นมติของที่ประชุมและการตั้งข้อสังเกตอันปรากฏอยู่ในหนังสือ
“70 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีน” ของหูเสิน โดยสำนักพิมพ์จัดจำหน่ายประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์จีน
และต่อมา วิโรจน์ อำไพ นำมาแปลผ่านหนังสือ “กองทัพแดง”
ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นบทบาทขององค์การคอมมิวนิสต์สากล ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นการเข้ามาหนุนช่วยของพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซีย
หากยังยืนยันบทบาทของเฉินตุ๊ซิ่ว ยืนยันบทบาทของหลี่ต้าเจา
ที่สำคัญเป็นอย่างมากยังยืนยันบทบาทของเหมา โดยเฉพาะในห้วงแห่งการเดินทางจากฉางซาไปยังปักกิ่ง และเดินทางกลับผ่านเซี่ยงไฮ้ ยืนยันการพบและสนทนากับ หลี่ต้าเจา เฉินตุ๊ซิ่ว
อันเป็นหลักหมายและพื้นฐานการหวนกลับฉางซาในปี 1920 ก่อนการประชุมสมัชชาพรรค