ดอกผล การปฏิวัติ ซินไฮ่(103) – การปฏิวัติซินไฮ่เมื่อเดือนตุลาคม 1911 นำเสนอให้เห็นแก่นแท้และเนื้อใน ของปัญหาอันดำรงภายในสังคมประเทศจีนออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด
ด้านที่ดี ด้านที่ก้าวหน้า คือผลอันเกิดจาก “การปฏิวัติ”
ผลไม่เพียงแต่ทำให้อำนาจของแมนจูผ่านราชวงศ์ชิงต้องสิ้นสุดลง หากแต่ ได้เปิดพื้นที่ให้กับความคิดใหม่ ความคิดประชาธิปไตย ด้วยความคึกคัก เปี่ยมด้วยความหวัง
ขณะเดียวกัน พลังเก่า พลังล้าหลังก็ยังไม่ถูกขจัดออกไป
เป็นพลังตกค้างจากการครองอำนาจมาอย่างยาวนานของระบอบศักดินา ซึ่ง ต่อเนื่องและสืบทอดมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฉิน กระทั่งมาถึงยุคราชวงศ์ชิง
อำนาจนี้ดำรงอยู่ท่ามกลางความเข้มแข็งของลัทธิขงจื่อและระบอบพ่อบ้าน
พลังตกค้างนี้สัมผัสได้ในเบื้องต้นจากกรณีหยวนซื่อไข่ สัมผัสได้ในเบื้องกลางจากความฮึกเหิมของบรรดาขุนศึกในแต่ละมณฑลที่ยึดกุมอำนาจทางทหารไปแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมือง
อำนาจล้าหลังแต่ทรงพลังนี้แม้ซุนยัตเซ็นจะพยายามต่อสู้แต่ก็ไม่ประสบ ผลสำเร็จ
เหตุที่อำนาจของขุนศึกเติบใหญ่ด้วยความคึกคักเป็นอย่างมากจากยุคของ หยวนซื่อไข่เป็นต้นมานอกจากอาศัยพลังตกค้างจากยุคเก่าเป็นรากฐานอย่างสำคัญแล้วยังสัมพันธ์กับจักรวรรดินิยม
จักรวรรดินิยมต้องการรักษาผลประโยชน์ในจีน
ตัวแทนที่ดีที่สุด แต่เดิมก็สร้างสายสัมพันธ์กับราชสำนัก ขณะเดียวกัน ก็หนุนบรรดาขุนศึกไว้รองรับใช้ผลประโยชน์ของตน
ไม่ว่าจะเป็นหยวนซื่อไข่ ไม่ว่าจะเป็นจางจั่วเหลียงล้วนมีจักรวรรดินิยมหนุนหลัง
ซุนยัตเซ็นประจักษ์ในลักษณะตีสองหน้าของจักรวรรดินิยมเป็นอย่างดี ด้านหนึ่ง จึงเอนเอียงไปทางสหภาพโซเวียตซึ่งแสดงบทบาทนับแต่การปฏิวัติสังคมนิยมเมื่อเดือนตุลาคม 1917
ด้านหนึ่ง ก็จัดระบบและสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคก๊กมินตั๋ง
อาศัยความช่วยเหลือของสหภาพโซเวียตแสดงความเป็นอิสระเป็นตัวของตัวเองของจีนใหม่ อาศัยความช่วยเหลือของพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซียสร้างพรรคก๊กมินตั๋ง ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
แต่แล้วอำนาจนี้กลับค่อยๆ ตกไปอยู่ในมือของเจียงไคเช็กในที่สุด
การเติบโตของเหมาเป็นการเติบโตท่ามกลางความมุ่งมั่นในการปฏิวัติสร้างประเทศของซุนยัตเซ็นและสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋งปีกที่ก้าวหน้า
โรงเรียนที่เซียงเซียง โรงเรียนฝึกหัดครูที่ฉางซา คือผลพวงจากการปฏิวัติซินไฮ่
เพราะหลักสูตรสมัยของบูรพาบรรพต Eastern Hill ได้ช่วยเปิดโลกใหม่ให้เหมาได้รับรู้วิทยาการใหม่ๆ เรื่องราวใหม่ๆจากโลกตะวันตก
สร้างรากฐานความรู้ก่อนที่เหมาจะเดินทางไปแสวงหายังฉางซา
เมื่อสัมผัสเข้ากับความคึกคักทางการศึกษา ความคึกคักทางด้านการเรียนรู้ใน ฉางซาอันเป็นผลสะเทือนจากขบวนการสร้างวัฒนธรรมใหม่จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของไช่หยวนเผย ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของเฉินตุ๊ซิ่ว หูซื่อ
ได้ส่งผลให้ความคึกคักนั้นมาสัมผัสได้ในโรงเรียนฝึกหัดครูฉางซา ได้ส่งผลให้หยางชางจี้ สีเท่อลี่ นำเอาความคิดใหม่เข้ามาสถาปนาในโรงเรียนฝึกหัดครูฉางซา
นี่คือระยะเวลาที่งดงามที่สุด เป็นรากฐานอันยอดเยี่ยมให้กับเหมา
แน่นอน รากฐานที่ว่านี้มิได้เป็นรากฐานของลัทธิมาร์กซ์ ลัทธิเลนิน หากแต่ เป็นรากฐานแห่งความคิดเสรีนิยม อันหลากหลายซึ่งแพร่กระจายมาจากทางตะวันตก
นำเสนอให้เลือกทั้งปฏิบัตินิยม นำเสนอให้เลือกทั้งอนาธิปไตย
ห้วงเวลาที่ได้อ่าน “ระบบจริยธรรม” อันศาสตราจารย์ไช่หยวนเผยแปลมาจากต้นฉบับของ ฟรีดริช พอลเสน จึงเป็นห้วงเวลาอันงดงามในทางความคิด
เป็นความคิดอันดำรงอยู่ในแบบของการแสวงหา เก็บรับสิ่งใหม่ๆ
เป็นห้วงเวลาแห่งการทดลอง ไม่ว่าบนยอดเขาหลังโรงเรียน ไม่ว่าเมื่อรอนแรมไปกับเพื่อนในชนบทของมณฑลหูหนาน
สร้างตัวตนใหม่ให้กับเหมา ทั้งในด้านการศึกษา ทั้งในด้านความคิด