ภาพ ลุกขึ้นสู้
ภาพ ของ นักเรียนเลว
ทาง การเมือง
การชุมนุมหนที่ 2 ของ “นักเรียนเลว” สะท้อน “พัฒนาการ”

อย่างแรกที่สุด คือ ในเชิงโครงสร้าง ในเชิงเครือข่าย เพราะไม่เพียงแต่เป็น “นักเรียนเลว”ลอยๆโดยมี “น้องมิน” กับ “น้องพลอย” ยืนอยู่ในฐานะตัวชูโรง

หากแต่มีเครือข่ายเข้าร่วมถึง 50

อย่างต่อมาก็คือ มิได้เป็นเรื่องของ “นักเรียนเลว” ล้วนๆ หากแต่ได้รับการหนุนเสริมจากพี่ๆซึ่งอาวุโสมากกว่า ทั้งในด้านการเข้าร่วมและช่วยเหลือ

เวทีและเครื่องเสียงจึง “อลังการ”

นั่นเป็นเรื่องของโครงสร้าง อันเป็นไปในทาง“รูปแบบ”ที่สัมผัสได้

กระนั้น ความลึกซึ้งมากยิ่งกว่านั้น น่าจะเป็นกระบวนการในทาง “ความคิด” อันเป็นแก่นแกนและเป็นหัวใจร้อยรัดเข้ามาอย่างเป็นจริง

หากอ่านจาก “แถลงการณ์” ก็จะประจักษ์

ประจักษ์ว่าน้องๆมีความเข้าใจในสภาพความเป็นจริงของระบบการศึกษาที่ดำรงอยู่ว่าเป็นเงาสะท้อนแห่งความคิดแบบเผด็จการที่กดทับอยู่อย่างยาวนาน

คำถามอยู่ที่ว่า “ผู้ใหญ่”ในกระทรวงเข้าใจ หรือไม่

ถามว่าการเคลื่อนไหวของ “นักเรียนเลว” เป็น “การเมือง” หรือไม่

หากไม่ยอมรับว่า การเมืองมีอิทธิพลและดำรงอยู่อย่างครอบงำต่อวิถีดำเนินทางการศึกษาก็ยากยิ่งที่จะตอบคำถามนี้ได้

การเมืองใช้ “การศึกษา”เป็นเครื่องมือ

เป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมในการบ่มเพาะให้ “นักเรียน”ตกอยู่ในอาการเชื่องๆในทางความคิด ไม่กล้าที่จะวิพากษ์ ไม่กล้าที่จะ โต้แย้ง

“นักเรียน”จึงตกเป็น”เครื่องมือ”

การลุกขึ้นมาของ “นักเรียนเลว” จึงเป็นปรากฏการณ์อย่างสำคัญ

ไม่เพียงเป็นเรื่องในทาง “ความคิด” หากที่สำคัญยังก้าวเข้าไปสู่พรมแดนแห่งการต่อสู้ในทางการเมืองอย่างแหลมคมที่สุดนับแต่เดือนมิถุนายน 2475 เป็นต้นมา

นี่คือการปฏิวัติทางความคิด ทาง วัฒนธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน