อินเดียสาหัส1วันป่วยทะลุ 9หมื่น – วันที่ 6 ก.ย. ซินหัวและสเตรตส์ไทมส์รายงานวิกฤตโรคโควิด-19 แพร่ระบาดในประเทศอินเดีย หลังจากกระทรวงสาธารณสุขอินเดียแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. มากถึง 90,632 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทุบสถิติโลกและสถิติของประเทศภายหลังแซงหน้าสหรัฐอเมริกาด้วยจำนวนผู้ป่วยรายวันสูงที่สุด 78,761 คน เมื่อวันที่ 30 ส.ค. แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในวันที่ 31 ส.ค. จะลดลงมาอยู่ที่ 68,770 คน แต่นับจากนั้นผู้ป่วยรายวันของอินเดียก็พุ่งพรวดทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อ 1 ก.ย. มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 78,169 คน วันที่ 2 ก.ย. 82,860 คน วันที่ 3 ก.ย. 84,156 คน และวันที่ 4 ก.ย. พบป่วยอีก 87,115 คน สำหรับยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 4,113,811 คน เบียดยอดผู้ป่วยสะสมของบราซิลซึ่งอยู่อันดับ 2 ของโลกที่ 4,123,000 คน ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 70,679 ราย และยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 862,320 คน

ทั้งนี้ ขั้นตอนการประเมินผู้ป่วยที่รักษาหายในอินเดียไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจหาเชื้อทุกคน หากผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อยหลังพบการติดเชื้อเกิน 10 วันจะไม่ถูกระบุว่าเป็นผู้ป่วย เชิงรุก หรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาด ขณะที่กรณีของผู้ป่วยหนักที่มีอาการสาหัสต้องได้รับการตรวจหาเชื้อเพื่อยืนยันว่าผลเป็นลบ แพทย์จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ส่งผลให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงกระบวนการรักษาที่อาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อจากผู้ป่วยที่ยังไม่หายดีไปยังคนใกล้ชิด และส่งผลให้ประเทศเผชิญหน้ากับติดเชื้อแบบทวีคูณ

 

เมลเบิร์นล็อกดาวน์ต่อ-หวั่นคลื่นโควิดลูกที่ 3

นายแดเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ประกาศขยายเวลาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ระดับสูงสุดในเมืองเมลเบิร์น พื้นที่แพร่ระบาดของคลัสเตอร์ใหญ่ 2 แห่งซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่เดือนก.ค. ได้แก่ คลัสเตอร์วิทยาลัยอัล-ตักวา และคลัสเตอร์อาคารชุดที่พักของการเคหะ ส่งผลให้รัฐวิกตอเรียมีผู้ป่วยรายวันต่อเนื่อง โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้ออีก 63 คน ยอดรวมเฉพาะรัฐวิกตอเรียเพิ่มเป็น 19,538 คน และเสียชีวิต 661 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 26,278 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 753 ราย

นายแอนดรูว์สระบุว่ามาตรการล็อกดาวน์จะขยายเวลาออกไปอีก 2 สัปดาห์หลังจากกำหนดล็อกดาวน์ที่ขยายเพิ่มก่อนหน้านี้จะถึงกำหนดในวันที่ 13 ก.ย. ส่งผลให้คำสั่งปิดเมือง ฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 28 ก.ย. หรือเกือบ 3 เดือนภายหลังเขตหลักย่านใจกลางเมืองเมลเบิร์นถูกล็อกดาวน์มาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. โดยมีข้อจำกัดอนุญาตให้เดินทางได้ในรัศมีไม่เกิน 5 ก.ม. เคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหสถานยามวิกาล ช่วงเวลา 21.00-05.00 น. และอนุญาตให้พบปะกันได้ระหว่างบุคคลไม่เกิน 2 คน

หากตัวเลขผู้ป่วยเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 30-50 คนภายในวันที่ 28 ก.ย. ทางการจะปรับระดับการคุมเข้มลงมาอยู่ที่ระดับ 3 อนุญาตให้พบปะรวมกลุ่มเพิ่มเป็น 5 คนจาก 2 ครอบครัว และอาจอนุญาตให้สถานศึกษาบางแห่งกลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง นอกจากนี้ถ้าจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ยรายวันลดลงไม่เกิน 5 คนภายในวันที่ 26 ต.ค. ทางการจะยกเลิกเคอร์ฟิว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน