‘แนท’รับเป็นห่วงแม่ปมโดนแจ้งความ – “จริงๆ หนูรับรู้พร้อมทุกๆ คน นี่เรื่องจริงค่ะ” นักแสดงสาวดีกรีนางงาม ‘แนท’ อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ เผยถึงกรณีที่มีผู้เสียหายรวมตัวขึ้นโรงพักเชียงใหม่ แจ้งความดำเนินคดีกับแม่ของเธอ โดยหอบหลักฐานระบุถูกหลอกชักชวนลงทุนทำธุรกิจโมเดลลิ่งและงานถ่ายโฆษณา
ได้ติดต่อกับแม่ไหม “หนูกับแม่งอนกันบ่อยอยู่แล้ว งอนตามประสาเด็กขี้น้อยใจ เลยรอว่าเมื่อไหร่แม่จะทักมา เราไม่คิดว่าการที่ไม่คุยกันเยอะๆ มันจะทำให้เราไม่รู้เรื่องที่มีข่าวขนาดนี้ค่ะ จริงๆ มีคุยกันบ้างแต่ประปราย ถ้าคุยกันตัวต่อตัวก็ประมาณเป็นปีค่ะ หนูไม่ได้อยู่กับคุณแม่ หนูอยู่บ้านที่มีคุณตาคุณยาย แล้วก็พี่สาว”
คุณแม่มีปัญหาทางด้านการเงินเรารู้มาก่อนไหม “ถ้าข้อมูลในข้อเท็จจริงหนูไม่ทราบค่ะ คือหนูเป็นคนแฟร์ๆ แมนๆ หนูเป็นคนที่ให้เกียรติให้อิสระทุกคน ยกตัวอย่างเช่น หนูมีเงินเดือนให้กับตากับยาย ก็จะไม่ถามว่าตากับยายเอาเงินไปใช้อะไร หรือหนูเอาเงินให้น้องเรียนหนังสือก็จะไม่ถามว่าเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมหรือยัง”
แล้วรู้มาจากทางไหน “เขาติดต่อมาทางพี่สาวหนูค่ะ”
ไม่รู้ว่าแม่ทำงานอะไรเลยเหรอที่บอกว่าเป็นโมเดลลิ่ง “ก่อนหน้านี้แม่ทำงานกับหนู ประมาณว่ามีผจก. มีแม่ แล้วก็มีช่อง ทั้ง 3 คนจะผสานงานโดยแม่หนูเป็นคิวกลาง พี่เอจะดูแลเรื่องแฟชั่นโชว์ ส่วนช่องก็ดูแลเรื่องละคร ซึ่งหนูก็จะหักให้แม่ 30 เปอร์เซ็นต์ทุกงานที่แม่หามาได้ 30 เปอร์เซ็นต์จากละครด้วยค่ะ เพราะทางช่องไม่ได้หักอยู่แล้ว”
ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น “มันก็เป็นแบบนั้นมาเสมอมาค่ะ”
โทร.ถามคุณแม่หรือยังว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง “ยังไม่ได้โทร.เคลียร์กันขนาดนั้น เพราะว่าด้วยความที่คุณแม่เขาให้สัมภาษณ์ เขาก็จะหลบเราไปมา หนูเชื่อว่าถ้าเขาพร้อมเขาก็คงอยากคุยกับเราอยู่แล้ว ส่วนตัวหนูก็อยากคุยกับแม่อยู่แล้วค่ะ”
จริงไหม ที่แม่มีหนี้ 3 หรือ 5 ล้าน “จริงๆ หนูคุยกับพี่สาว มันเป็นกระบวนการทางกฎหมาย อยู่ในช่วงการไกล่เกลี่ย ยังไม่ได้เข้าไปแทรกแซง”
ถึงจุดจริงๆ คุณแม่ไม่มีเงินจ่ายเราพร้อมที่จะช่วยซัพพอร์ต “ต้องยอมรับว่าหนูดูแลคุณตา คุณยาย และน้องมาตลอด เหมือนเป็นหัวหน้าครอบครัวก็อยากทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีก่อน ส่วนตรงนั้นหนูต้องขอกลับไปคุยกับทางครอบครัวอีกทีนึงค่ะ”
ที่ไม่คุยกับคุณแม่เลยคือมีปัญหาเรื่องเงิน ใช่ไหม “ไม่ใช่ค่ะ งอนแบบว่าแม่มารับช้า อย่างหนูถ่ายละครเลิกดึก แล้วบางทีแม่เขามีปัญหาเรื่องผ่าตัดตาเขาก็เหมือนตาฝ้า เขาต้องทำกายภาพจนบางทีลุกไม่ไหวที่จะมารับส่งเรา เราเลยงอนว่าทำไมไม่มาหา ไม่มารับ-มาส่ง อย่างน้าเราเขาก็จะมารับมาสแตนด์บายตลอด เราก็เลยจะงอนๆ”
ต้องตัดขาดการทำธุรกิจร่วมกับแม่ไปเลยไหม “มีการเปลี่ยนแปลงการบริหารมากกว่า หลักๆ ก็มีผจก. มีช่องอยู่แล้ว”
อันนี้ไม่ได้อยู่ในส่วนที่เราต้องได้เปอร์เซ็นต์ “ไม่ใช่ค่ะ มันเหมือนกับว่าแม่ช่วยหางานให้เรา เราก็ให้แม่ 30 เปอร์เซ็นต์ คนละส่วนกัน”
เป็นห่วงไหมว่าแม่จะคิดมาก “ในฐานะลูกเป็นห่วงอยู่แล้วค่ะ หนูรู้สึกว่าเขามาถึงตรงนี้ได้เขาก็สตรองนะ เป็นห่วงในความรู้สึกของคุณยายด้วย เพราะหนูจะบอกคุณยายเสมอว่าหนูจะดูแลตากับยายให้ดีที่สุด ท่านอายุเยอะแล้ว ก็ต้องทำความเข้าใจและยอมรับ”
เรื่องนี้ไม่ได้สร้างความแตกหัก “จริงๆ มันก็ไม่ได้สร้างความแตกหักหรอกค่ะ มันแยกส่วนกัน”