หาวห่าว เซียนเซิง สุมาเต็กโช(7) – ไม่ว่าคัมภีร์โจวอี้ ไม่ว่าคัมภีร์ชุนชิว ไม่ว่าบทกวีหลีเซา ไม่ว่าคัมภีร์กั๋วอี่ ไม่ว่าตำราพิชัยสงครามซุนปิน ไม่ว่ารวมกวีนิพนธ์ 300 บทในซือจิง ล้วนบังเกิดในขณะที่ผู้มีบทบาทอยู่ในความคับแค้นในใจ

“เหตุใดข้าจึงไม่ช่วงชิงโอกาสนี้เขียนตำราประวัติศาสตร์ให้เสร็จเล่า” คือบทสรุปของซือหม่าเซียน

สุขสันต์ วิเวกเมธาร สรุปว่า แม้ซือหม่าเซียนจะถึงแก่อนิจกรรมไป 2,000 ปีแล้ว แต่ “สื่อจี้” ที่ซือหม่าเซียนจัดทำไว้ยังเป็นผลงานอมตะ ทรงคุณค่าเลิศล้ำตราบกระทั่งทุกวันนี้

นั่นย่อมเป็นรากฐานหนึ่งของตระกูลสุมา ซือหม่า

แท้จริงแล้วนามของซือหม่าเซียนหรือสุมาเซียน นอกเหนือจากตำรา “สื่อจี้” อันเป็นบันทึกในทางประวัติศาสตร์ซึ่งทรงความหมายเป็นอย่างสูงทั้งจากอดีตมาปัจจุบันหรือแม้กระทั่งในอนาคต

เมื่อเดือนกันยายน 1944 เหมาเจ๋อตงได้เขียนบทนิพนธ์ “รับใช้ประชาชน” อ้างอิงว่า

ในสมัยโบราณของจีนมีนักอักษรศาสตร์คนหนึ่งชื่อซือหม่าเซียนเคยกล่าวไว้ว่า “คนเราย่อมจะต้องตายนั้นจริงอยู่ แต่ความตายนั้นบ้างหนักกว่าขุนเขาไท่ซาน บ้างเบากว่าขนนก”

เท่ากับเชื่อมประสาน “อดีต” ให้ดำรงอยู่อย่างมีลักษณะ “ร่วมสมัย”

จากซือหม่าเซียนก็ต่อเนื่องมายังซือหม่าเต็กโช แม้ซือหม่าเต็กโชจะเป็นคนตระกูลซือหม่า แต่เขากลับเป็นอาจารย์ของจูกัดเหลียง ซีซี ซุยเป๋ง โจ๊ะกงหงวน และ เบงคงอุย

ยุทธนิยายสามก๊กของหลอก้วนจงไม่ระบุความสัมพันธ์กับสุมาอี้เลยแม้แต่น้อย

นามานุกรม บุคคลในสามก๊ก ของ สังข์ พัธโนทัย บอกให้รู้ว่า สุมาเต็กโช(ซือหม่าฮุย) แซ่สุมา ชื่อฮุย แต่คนนิยมเรียกฉายาว่า “เต๊อะเชา” สามก๊กภาษาไทยจึงเรียกว่า สุมาเต็กโช เป็นชาวอิ่งโจว มณฑลอันฮุย

เป็นปราชญ์ใหญ่ ไม่ชอบทำราชการ จึงเก็บตัวอยู่กับบ้าน เล่าปี่ไปพบโดยบังเอิญขณะหนีชัวมัวข้ามแม่น้ำตันเขมา จึงเป็นโชคอย่างยอดเยี่ยมของเล่าปี่

เพราะในคำชี้แนะของสุมาเต็กโชนั้นระบุว่า

“อันฮกหลงกับฮองซูสองคนนี้ ถ้าได้มาเป็นที่ปรึกษาด้วยแต่ผู้ใดผู้หนึ่ง ก็อาจสามารถคิดอ่าน ปราบปรามศัตรูแผ่นดินให้สงบได้”

แต่มิได้ระบุว่าฮกหลงกับฮองซูนั้นเป็นใคร

ครั้นเมื่อเล่าปีทราบจากซีซีว่า ฮกหลงคือขงเบ้งและเตรียมตัวจะไปหา ครั้นเมื่อ สุมาเต็กโชมาเยี่ยมและทราบข่าวก็แหงนหน้าขึ้นหัวเราะแล้วว่า

“ฮกหลงจะได้นายบัดนี้ก็สมควรแล้ว แต่เราคิดเสียดายด้วยเป็นคนอาภัพหาบุญมิได้”

หนังสือ “นามานุกรมสามก๊ก ฉบับแฟนพันธุ์แท้” ของ ชัชวนันท์ สันธิเดช กล่าวถึงสุมาเต็กโชว่าเป็นยอดปราชญ์ผู้ชอบความสันโดษ บางข้อมูลว่าเกิดที่เมืองเองฉวนแล้วย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่เหมืองซงหยง

บ้างก็ว่าเขาเป็นคนเมืองซงหยงโดยกำเนิด

ได้รับฉายา “อาจารย์แว่นน้ำ” คือ เป็นผู้รอบรู้พยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำชัดเจน เหมือนเห็นภาพอนาคตสะท้อนอยู่ในน้ำ

สุมาเต็กโชรอบรู้ศิลปะวิทยาการต่างๆ แทบทุกแขนง

เป็นอาจารย์ของบัณฑิตหลายคน เป็นตัวอย่างปราชญ์ผู้รักสันโดษ ไม่สนใจต่อลาภ ยศ สรรเสริญ เอาแต่เที่ยวท่องไปในป่าดงพงไพร คบหาเหล่าบัณฑิตไม่วุ่นวายการเมือง

จึงใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

จุดน่าสนใจอีกจุดหนึ่งซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญต่อเนื่องคือ เวลาสุมาเต็กโชได้ยินเรื่องอะไรจากใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้าย

เขามักตอบว่า “ดี” เสมอ

ครั้งหนึ่ง สตรีนางหนึ่งเล่าบอกเขาว่าลูกชายของนางเพิ่งตายไป ได้ยินเช่นนั้นสุมาเต็กโชก็ยังด้วยคำว่า “ดี” เหมือนที่เคยตอบกับเรื่องอื่น

จนถูกภรรยาดุว่า พูดเช่นนี้ได้อย่างไร

แท้จริงแล้ว ชัชวนันท์ สันธิเดช สรุปและประเมินอย่างรวบรัดว่า นั่นคือสัญลักษณ์ของความเป็นปราชญ์แห่งลัทธิเต๋า ผู้ไม่ยินดียินร้ายต่อความเป็นไปต่างๆ

จนเป็นที่มาของสำนวนจีน “หาวห่าวเซียนเซิง” หรือ “นายดี”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน