การรถไฟฯ รอบอร์ดไฟเขียว 3.47 หมื่นล้านบาท เร่งจัดซื้อรถดีเซลรางโดยสาร 2 โครงการ และแคร่ขนสินค้า ให้ทันก่อสร้างรถไฟทางคู่ 7 เส้นเฟส 1 ที่จะแล้วเสร็จในปี 65 เพื่อรองรับการให้บริการขนส่งสินค้า พร้อมคุยผู้ประกอบการเอกชนรายใหญ่สนใจใช้บริการขนส่งสินค้าทางคอนเทนเนอร์ หวังเพิ่มรายได้จากขนส่งสินค้าที่ดีกว่าขนส่งผู้โดยสาร

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.จะเร่งหารายได้ให้มากขึ้น โดยกระจายธุรกิจไปยังการขนส่งสินค้าและพัสดุมากขึ้น เนื่องจากมีรายได้ดีกว่าการขนส่งผู้โดยสาร โดยมีแผนที่จะจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต.) หรือแคร่ จำนวน 965 คัน เพื่อนำมาให้บริการขนส่งสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์ และขยายตลาดการขนส่งสินค้าเพิ่มเติม

 

ล่าสุด รฟท.หารือกับผู้ประกอบการเกลือ เพื่อทดลองขนส่งเกลือจากจ.นครราชสีมา มายังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยตั้งเป้าว่าจะมีการขนส่งเหลือราว 4 แสนตันในปีแรกนี้ ขณะเดียวกันรฟท.เตรียมลงนามความร่วมมือ (MOU) ด้านการขนส่งพัสดุกับไปรษณีย์ไทยในเร็วๆ นี้ ซึ่งการขนส่งประเภทนี้มีอัตรากำไรเบื้องต้นมากกว่าการขนส่ง สินค้า

ด้านนายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าฯรฟท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการจัดหาแคร่สินค้าจำนวน 965 คัน ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ทันกับการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 7 เส้นทางที่จะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2565 เนื่องจากเมื่อทางคู่เสร็จจะมีสถานีเก็บและกระจายตู้สินค้า (CY) เพิ่มจำนวนมากตามแนวเส้นทางคู่ เพื่อรองรับการให้บริการขนส่งสินค้ามาลงคอนเทนเนอร์

สำหรับโครงการดังกล่าว รฟท.จะใช้เงินลงทุนในการจัดหา ประมาณ 2-2.2 พันล้านบาท โดยขณะนี้ได้นำเสนอเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาเห็นชอบแล้ว เห็นชอบจะเสนอขอความเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตั้งเป้าหมายที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา (ครม.) อนุมัติภายในปีนี้ และเปิดประมูลภายในปี 2564 และเริ่มทยอยรับมอบล็อตแรกในปี 2565

อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้ประกอบการเอกชนสนใจใช้บริการขนส่งสินค้าทางคอนเทนเนอร์เป็นจำนวนมาก อาทิ บริษัททีพีไอโพลีน มีความต้องการจะขนส่งปูนซีเมนต์มากกว่าปีละ 2 ล้านตัน นอกจากนี้ รฟท. ยังเตรียมที่จะผลักดันโครงการจัดหาที่สำคัญอีก 2 โครงการ ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนารถไฟ ในช่วงระยะ 5 ปี 2564-2568 ได้แก่ โครงการจัดหารถดีเซลรางเชิงสังคม จำนวน 216 คัน วงเงิน 1.62 หมื่นล้าน และโครงการจัดหารถดีเซลรางโดยสารแบบชุดจำนวน 273 ตู้ วงเงิน 9.5 พันล้าน ถึง 1.63 หมื่นล้านบาท

ในส่วนของรถดีเซลรางโดยสารแบบชุดขณะนี้อยู่ระหว่างรอเสนอให้บอร์ด รฟท.พิจารณาอนุมัติ โดยทั้ง 3 โครงการข้างต้นนั้น รฟท.จะต้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มรายได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน